แพรภัทร
ผู้ช่วยศาตราจารย์ แพรภัทร ยอดแก้ว

วันทีแปดของการเดินทาง บนเส้นทางสีขาว เส้นทางแห่งบุญ : พระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์


กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปาโท : การเสด็จอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องยาก , นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ : นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

 

         เพื่อนๆ รู้ไหมค่ะ  การบูชาพระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์  มีผลดีต่อชีวิตเราอย่างไร  เช้าวันนี้ ที่วัดป่าเจริญราช มีพิธียกพระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์ บนชั้น 3 ที่ศาลาใหม่ งานใหญ่มาก มีผู้สนใจแต่งชุดขาวมาเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก พวกเราสวดมนต์ ทำวัตรเช้า ปฏิบัติกรรมฐานเสร็จ ก็เข้าร่วมพิธีเลย พิธีเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเช้า มีพิธีทางพราหมณ์ คือ การบวงสรวงเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลาย และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งเรายังไม่เห็นรูปงานวันนั้นนะ  แต่สามารถดูรูปตอนที่ยกพระขึ้นบนศาลามาได้ค่ะ  ลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์นะคะ www.veeranon.com

            ก่อนเริ่มพิธี พราหมณ์ที่มาทำพิธีบวงสรวงแนะนำตัวเค้าว่าเป็นใคร มาจากไหน (เราจำไม่ได้แล้ว) เค้าบอกว่า  เค้าไม่เคยรู้จักที่นี่ หรือวัดนี้ เค้ามาที่นี่เพราะเทวดาพามา  เวลาที่เค้าทำพิธี เค้าพูด เค้าทำอะไร เค้าจะไม่รู้ตัวนะ เทวดาจะเป็นผู้ลงมาทำพิธีให้ แล้วขณะที่ทำพิธีจะมีทางเข้าด้านหนึ่งตรงนั้น ห้ามใครเดินเข้าไปเพราะเทวดา เปรต อสูรกาย สัตว์นรก  เจ้ากรรมนายเวร ทั้งหลายจะเข้ามาขอขมา ขออโหสิกรรม กับพระพุทธรูป (น่าขนลุก)

            แต่เนื่องจากองค์พระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์หนักถึง 500 ตัน  ต้องใช้รถเครนและคนจำนวนมากช่วยกันยกพระ กว่าจะเสร็จก็เกือบ 11 โมง  พระที่วัดก็เลยไม่ได้ฉันเช้ากัน ฉันเพลมื้อเดียว ส่วนแม่ชีกับผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายก็ช่วยกันทำงานจัดอาหารเลี้ยงผู้ที่มาเข้าร่วมงาน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ส่วนของบวงสรวงทั้งหลายเช่น พวงมาลัย ดอกไม้ กล้วย มะพร้าว ขนุน ส้ม ขนมหวาน น้ำดื่ม ฉัตรเงิน ฉัตรทอง ของต่างๆ หลังเสร็จพิธี พราหมณ์ก็ให้เอากลับไปกินไปบูชาเพื่อความร่ำรวย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เช่น น้ำมะพร้าว เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง บูชาฉัตรเงิน ฉัตรทอง เพื่อชีวิตการงานที่ดี เจริญ รุ่งเรือง รู้แล้ว เราจะพลาดได้ไง (ฮิๆๆ) ก็คว้าน้ำมะพร้าวกับฉัตรทองมาได้ 1 อัน เอาไว้ให้คุณต้นได้บูชา  พี่นุ้กตั้งใจหยิบฉัตรเงิน  ฉัตรทองมาก แต่ว่าไปหยิบที่โต๊ะหน้าซึ่งเป็นของวัดก็เลยต้องเอาไปคืน  พี่นุ้กเสียดายมาก  อุตส่าห์ตั้งใจเอาไปบูชา เพราะพี่นุ้กขอตำแหน่งทางวิชาการไว้  เราก็เสียดายแทนเหมือนกัน

            ศาลาปฏิบัติธรรมหลังใหม่นี้ ใหญ่โตกว้างขวางมาก มีทั้งหมด 3 ชั้น หลวงพ่อตั้งใจให้ชั้นที่ 1 อยู่ใต้ดินครึ่งหนึ่ง ไว้เป็นที่พักสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม  ชั้นที่ 2  ไว้ใช้สวดมนต์ ไหว้พระ ปฏิบัติกรรมฐาน  เป็นสถานที่จัดงานทำบุญใหญ่ๆ  ส่วนชั้นที่ 3  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์  ไว้ให้ผู้ปฏิบัติธรรมที่ผ่านการฝึกปฏิบัติขั้นต้นแล้ว และมีความชำนาญในการเจริญกรรมฐานด้วยตนเอง เป็นที่สำหรับปฏิบัติธรรมอย่างเข้มข้นและเคร่งครัด และเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่ปิดวาจา  ให้ขึ้นไปเจริญกรรมฐานชั้นบนสุด  ให้ปฏิบัติธรรมกับเทวดาที่อยู่บนนั้น  ดังนั้น  ผู้ที่จะขึ้นไปบนชั้น 3  ต้องแต่งกายด้วยชุดสีขาวเท่านั้น (สำคัญมาก)  เพราะหลวงพ่อบอกว่าเทวดาขึ้นไปท่านไม่ชอบชุดสีดำ สีแดง พื้นลายต่างๆ  สีฉูดฉาด  เราเชื่อหลวงพ่อนะ  และก็ไม่กล้าเสี่ยงใส่ชุดสีอื่น  เพราะเราอยากให้เทวดารักเรา เมตตาเรามากกว่าเกลียดเราเนอะ  เราจะได้มีโชค มีลาภ มีความสุข ความเจริญ 

            ตอนนี้ศาลาใหม่ ยังสร้างไม่เสร็จค่ะ  ยังต้องปูกระเบื้อง มุงหลังคา ตกแต่งอีกเยอะ  หลวงพ่อบอกว่า ยังขาดงบประมาณอีก 1 ล้านบาท  ใครศรัทธาอยากทำบุญสร้างวัด สร้างบารมีกับหลวงพ่อก็เชิญได้เลยนะคะ  บุญใหญ่มากเลยนะคะ  ตายไปถ้าไม่เกิดเป็นเทวดา ก็เกิดเป็นมนุษย์ที่บริบูรณ์ด้วยโภคสมบัติ  ทรัพย์สมบัติ  สนใจไหมค่ะเพื่อนๆ  หลวงพ่อบอกบุญมา เราก็เลยมาบอกเพื่อนต่อๆ

 

ทำไมพระประธานบนศาลาชั้น 3  ถึงเป็นพระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์

 

            สงสัยอีกแล้วเรา  ก็ไม่ค่อยจะเห็นพระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์เลย ส่วนใหญ่จะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยกับปางสมาธิมากกว่า จริงไหมค่ะ  พอมีโอกาสเราก็ถามหลวงพ่ออีก  หลวงพ่อ เล่าให้ฟังว่า ท่านเคยสร้างศาลาตรงนี้มาแล้ว (แต่ด้านขวางนะ) สร้างแบบง่ายๆ หลังคามุงจาก โปร่งๆ โล่งๆ หลวงพ่อท่านชอบแบบนี้ แต่ท่านไม่ชอบ ท่านว่า ท่านเป็นกษัตริย์ จะให้ท่านอยู่แบบนี้ได้ไง ดังนั้น ศาลาปฏิบัติธรรมที่หลวงพ่อสร้างก็เลยโดนไฟไหม้ไป 2 รอบ ศาลาหลังใหม่นี่ท่านก็สร้างจากนิมิตที่ท่านบอก  แต่หลวงพ่อก็บอกท่านแล้วว่าต้องหาคนมาช่วยท่านสร้างนะ  ท่านสร้างคนเดียวไม่ได้ ฟังแล้วงงไหมค่ะเพื่อนๆ หลวงพ่อพูดถึงใครน่ะ ถ้าดูๆแล้วบนศาลาใหม่มีรูปพระมหากษัตริย์ไทย 2  พระองค์ที่วางไว้ให้บูชา คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  (ซึ่งถ้าใครอ่านหนังสือของอ.สุจิตรา จะรู้ว่าท่านเป็นพระอรหันต์แล้ว)  ท่านก็เล่าเพิ่มว่า  ที่วัดนี้เป็นพระราชวังเก่า  เป็นวัดเก่า  นครนายกเป็นหัวเมือง เวลาพระมหากษัตริย์ในสมัยก่อนเสด็จหัวเมือง  ก็จะประทับที่นี่  การสร้างพระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์เหมือนเป็นการบูชาพระมหากษัตริย์ที่นี่ด้วย นอกจากนั้น หลวงพ่อก็เน้นว่า สมเด็จพระสังฆราชวัดราชบพิตร แนะนำให้ลูกศิษย์บูชาพระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์ บูชาแล้วมีมงคลด้านโชคลาภ ร่ำรวยเงินทอง ยศถาบรรดาศักดิ์  (อืม...น่าสนใจแฮะ  แต่ก็น่าเสียดายนะ  ตอนสร้างพระ เรายังไม่มีบุญเข้ามาช่วยด้วย) รู้อย่างนี้แล้ว  อย่าลืมไปหามาบูชานะคะเพื่อนๆ  ที่วัดป่าฯ ก็มีโยมนำพระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์มาถวายหลวงพ่อ เพื่อให้ลูกศิษย์ ญาติ โยมที่ศรัทธานำไปบูชาที่บ้าน  รายได้ทั้งหมดนำไปสร้างโรงอุโบสถค่ะ (สนใจไหมค่ะ)

 

            เราค้นหาข้อมูลพระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์ไม่ค่อยได้อะไรเท่าไร ก็นึกได้ว่ามีคนถามหลวงพ่อว่าพระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์ คือ ปางทรมานพระยามหาชมพูใช่ไหมค่ะ  หลวงพ่อบอกว่าใช่ เราก็ค้นใหม่เลยได้ข้อมูลมาเล่าให้เพื่อนๆอ่านแบบนี้นะคะ  

            พระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์ เป็นพระพุทธรูปอยู่ในอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา ( ตัก ) พระหัตถ์ขวาวางคว่ำบนพระชานุ ( เข่า ) แต่ที่วัดป่าเจริญ ฯ พระหัตถ์ขวาวางบนพระหัตถ์ซ้าย (เหมือนนั่งสมาธิ)  ทรงเครื่องต้นอย่างพระมหากษัตริย์ หรือเรียกอีกอย่างว่าปางทรงเครื่อง

            ท้าวมหาชมพู หรือ ชมพูบดีสูตร เป็นตำนานของพระพุทธรูปทรงเครื่อง พระสูตรเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมากในสังคมไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และสืบเนื่องมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นด้วย สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชนุภาพได้ทรงพระนิพนธ์ไว้ในคำอธิบายเรื่องท้าวมหาชมพูว่าไทยเราถือเปนคติกันมาแต่โบราณ ว่าพระพุทธรูปทรงเครื่องเปนพระปางเมื่อพระพุทธองค์ทรงกระทำปาฏิหาริย์ บันดาลให้ท้าวมหาชมพูเห็นพระองค์ทรงเครื่องต้นเปนพระเจ้าจักรพรรดิราชาธิราช แลนับถือกันว่าสร้างพระทรงเครื่องมีอานิสงส์มาก เห็นจะเปนเพราะเหตุที่อาจบริจาคแก้วแหวนเงินทองของมีค่าอันเปนที่รักมาแต่ก่อน เปนพุทธบูชาปรากฏอยู่ยั่งยืนประการ ๑ แลการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องต้องมีช่างฝีมือดีแลมีทุนทรัพย์มากจึงจะสร้างได้ สร้างยากกว่าพระพุทธรูปปางอื่นๆ จะเปนเพราะเหตุนี้ด้วยอิกประการ ๑ ผู้มียศศักดิ์แลทรัพย์สมบัติมากแต่กาลก่อน นับแต่สมเด็จพระราชาธิบดีเปนต้น จึงมักสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่อง เรื่องท้าวมหาชมพูก็เปนเรื่องที่นับถือกันสืบมา โดยฐานที่เปนตำนานของพระพุทธรูปทรงเครื่องทั้งปวงนั้น

             พระสูตรเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าทรงตรัสเทศนาที่วัดเวฬุวนารามใกล้กรุงราชคฤห์ กล่าวถึงกษัตริย์พระองค์หนึ่งทรงพระนามชมพูบดี เสวยราชย์ในเมืองปัญจาลราษฐ์ เมื่อพระเจ้าชมพูบดีปฏิสนธิในครรภ์พระมารดา ได้เกิดเสาทองสูง ๑๘ ศอก ในพระนคร ครั้นพระเจ้าชมพูบดีประสูติ ขุมทองในแผ่นดินก็ผุดขึ้นมา ขุมทองอันอยู่ปลายไม้ก็ตกลงมาสู่พื้นแผ่นดิน ขุมทองในน้ำก็ผุดขึ้นมาจากน้ำไปสู่ท่าเมือง และฉลองพระบาทอันแล้วด้วยแก้วมณีโชติก็ลอยมาจากภูเขาวิบูลยบรรพตเข้ามาสวมพระบาทพระเจ้าชมพูบดีในขณะเมื่อประสูติจากครรภ์พระมารดา เมื่อประสูติแล้วพราหมณ์ได้พยากรณ์ว่า พระราชกุมารนี้จะได้เป็นใหญ่ในสกลชมพูทวีปและนาคพิภพ แล้วจึงถวายพระนามว่า ชมพูบดี เมื่อทรงเจริญวัยขึ้น พระเจ้าชมพูบดีทรงใช้ลูกศรเป็นราชทูตไปหาท้าวพระยาทั้งปวงในชมพูทวีปให้มาเฝ้า หากองค์ใดไม่มา ลูกศรนั้นจะร้อยพระกรรณของกษัตริย์องค์นั้นมาสู่ที่ประทับของพระเจ้าชมพูบดี ซึ่งพระเจ้าชมพูบดีมีพระอัครมเหสีทรงพระนามกาญจนราชเทวี

            อยู่มาวันหนึ่ง พระเจ้าชมพูบดีทรงสวมฉลองพระบาทแก้วมณีโชติ แล้วเหาะไปถึงปราสาทของพระเจ้าพิมพิสาร ทรงดำริว่าใครเป็นเจ้าของปราสาทนี้ แล้วก็ทรงพระพิโรธ ยกพระบาทถีบยอดปราสาทของพระเจ้าพิมพิสาร ด้วยอำนาจที่พระเจ้าพิมพิสารเป็นพุทธอุบาสก คุณนั้นก็คุ้มครองยอดปราสาทนั้นไว้ พระบาทและพระชาณุของพระเจ้าชมพูบดีกลับแตกโลหิตไหล ครั้นพระเจ้าชมพูบดีทรงเอาพระแสงขรรค์ฟันยอดปราสาท ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า เทวดาก็บันดาลให้พระขรรค์นั้นบิ่นไปอีก พระเจ้าชมพูบดีจึงเดินทางกลับมาถึงเมือง แล้วใช้ให้วิษศรเหาะไปร้อยพระกรรณพระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าพิมพิสารตกพระทัยเสียงวิษศรที่ดังมาในเวหา ทรงหนีไปสู่เวฬุวนาราม พระพุทธเจ้าจึงทรงใช้จักรไปทำลายวิษศร วิษศรสู้พุทธจักรไม่ได้ก็หนีไปถึงปราสาทพระเจ้าชมพูบดี พุทธจักรจึงกลับไป

            ต่อมา พระเจ้าชมพูบดีให้ฉลองพระบาทเป็นพญานาคราชไปจับพระเจ้าพิมพิสารกลับมาอีก แต่เมื่อพญานาคไปถึงวัดเวฬุวนาราม พระพุทธเจ้าจึงทรงเนรมิตพญาครุฑให้เข้าต่อสู้ด้วยพญานาค นาคราชทั้งสองมิอาจต่อฤทธิ์ได้ก็แทรกแผ่นดินหนีไป พระเจ้าชมพูบดีเห็นดังนั้นก็เสียพระทัย

            ฝ่ายพระพุทธเจ้าทรงพิจารณาเห็นว่าพระเจ้าชมพูบดีมีวาสนาปัญญา อาจสำเร็จพระอรหันตผลได้ จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสเรียกพระอินทร์ให้เป็นราชทูตไปหาตัวพระเจ้าชมพูบดีมาเฝ้า พระอินทร์เหาะไปถึงเมืองปัญจาลราษฐ์ เมื่อถึงแล้วก็ตรัสกับพระเจ้าชมพูบดีว่า เหตุใดพระเจ้าชมพูบดีจึงไม่แต่งเครื่องราชบรรณาการไปถวายบังคมพระเจ้าราชาธิราช บัดนี้พระเจ้าราชาธิราชให้เรามาเป็นราชทูตมาหาตัวท่านไปเฝ้า

            พระเจ้าชมพูบดีได้ฟังดังนั้นก็ทรงพระพิโรธ ทรงเอาวิษศรขว้างไปที่ราชทูต ราชทูตก็เนรมิตจักรอันหนึ่งขว้างมา วิษศรสู้ไม่ได้ก็หนีไปเข้าแล่ง พระเจ้าชมพูบดีลุกหนี ราชทูตบอกว่าให้พระเจ้าชมพูบดีไปเฝ้า พระเจ้าชมพูบดีไม่ยอมไป ราชทูตจึงให้จักรนั้นเข้าติดพันพระบาทพระเจ้าชมพูบดีจนตกจากพระแท่น พระเจ้าชมพูบดีสู้ไม่ได้ ถูกจักรลากไปได้รับทุกขเวทนา จึงขอผัดว่าวันรุ่งขึ้นจะไปเฝ้าพระเจ้าราชาธิราช แล้วราชทูตก็กลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้า

            พระพุทธเจ้าจึงมีพระพุทธฎีกาให้พระยากาฬนาคราชเนรมิตแม่น้ำและตลาดบกตลาดน้ำ ในหนทางที่พระเจ้าชมพูบดีจะเดินทางมา แล้วทรงบันดาลให้เวฬุวันกลายเป็นมหานครใหญ่ มีกำแพงเจ็ดชั้น ให้พระยาครุฑเป็นนายช่างทอง ให้ช้างฉัททันต์มาอยู่ในโรงช้าง ม้าพลาหกมาอยู่ในโรงม้า มีนกกรวิกและนกแขกเต้านำบุปผชาติมาโปรยในพระนคร ฝูงกินนรกินรีมาขับร้องร่ายรำ ส่วนพระพุทธเจ้าทรงเนรมิตวิมาน แล้วทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าราชาธิราชประทับอยู่เหนือบัลลังก์ในปราสาท มีท้าวมหาพรหมยืนถือเศวตฉัตร พระราหุลเป็นขุนคลัง พระสาวกเป็นพระยาประเทศราช พระอาทิตย์พระจันทร์เป็นนายทวาร พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะเป็นเสนาบดีผู้ใหญ่ ทั้งยังมีตลาดต่างๆ นางสุชาดาและบริวารขายทอง นางสุธรรมาขายเครื่องเงิน นางสุจิตราขายผ้า นางสุนันทาขายผลไม้ ฯลฯ

            รุ่งเช้า พระเจ้าชมพูบดีประทับเหนือคอช้าง เสด็จพร้อมด้วยพระยาร้อยเอ็ดนคร ออกจากพระนครมาสู่สำนักแห่งพระเจ้าราชาธิราช เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบ จึงโปรดให้มาฆสามเณรไปย่นระยะทางและพาพระเจ้าชมพูบดีเข้ามา เมื่อใกล้จะถึงพระนคร มาฆสามเณรบังคับให้พระเจ้าชมพูบดีลงจากหลังช้าง พระเจ้าชมพูบดีไม่ยอม มาฆสามเณรจึงเนรมิตกายใหญ่โตเข้าไสช้างจนล้มไปในที่นั้น พระเจ้าชมพูบดีจึงต้องเสด็จด้วยพระบาทเข้าไปยังพระนคร ระหว่างทางที่พระเจ้าชมพูบดีเสด็จผ่าน พบเห็นนางนาคทั้งหลายที่เป็นแม่ค้าขายของในตลาดน้ำ แล้วไปถึงโรงทองของพญาครุฑ โรงช้างฉัททันต์ โรงม้าพลาหก ทอดพระเนตรเห็นนกกรวิก นกแขกเต้า กินนร กินนรี ท้าวจตุมหาราชิกา อุทยาน สระโบกขรณี ตลาดขายเนื้อ ปลา ตลาดข้าวสาร ตลาดดอกไม้ ตลาดผลไม้ ตลาดผ้า ตลาดเงิน ตลาดทอง ทอดพระเนตรเห็นพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ ในที่สุดก็มาถึงที่ประทับของพระเจ้าราชาธิราช

            พระเจ้าราชาธิราชแสดงฤทธิ์ต่อสู้กับพระเจ้าชมพูบดี พระเจ้าชมพูบดีสู้ฤทธิ์ไม่ได้จึงยอมแพ้ แล้วพระเจ้าราชาธิราชจึงกลับแสดงพระองค์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสเทศนาจนพระเจ้าชมพูบดีเลื่อมใสออกผนวชและสำเร็จพระอรหันตผลในที่สุด

            บรรดาข้าราชบริพารของพระเจ้าชมพูบดีจึงกลับไปถึงเมืองปัญจาลราษฐ์ นำเนื้อความไปทูลพระนางกาญจนเทวี พระอัครมเหสีของพระเจ้าชมพูบดี และเจ้าศิริคุตรราชกุมารฟัง พระนางกาญจนเทวีและเจ้าศิริคุตรราชกุมารจึงเดินทางมายังวัดเวฬุวนาราม ขอพบกับพระชมพูบดีเถระ พระพุทธเจ้าให้นางพิจารณาดู ก็เห็นเป็นพระชมพูบดีเถรทั้งสิ้น ไม่รู้ว่ารูปใดคือชมพูบดี พระพุทธเจ้าจึงให้นางกาญจนเทวีเรียกจึงได้รู้ว่าเป็นองค์ใด นางกาญจนเทวีได้เข้านมัสการพระชมพูบดีเถระแล้ว พระนางจึงขอบวชในสำนักพระพิมพาเถรี ส่วนเจ้าศิริคุตรได้บรรพชาในสำนักพระชมพูบดีเถระ ก็สำเร็จพระอรหันตผลทั้งสิ้น เนื้อความในพระชมพูบดีสูตรมีเพียงเท่านี้ (ศานติ ภักดีคำ, วารสารเมืองโบราณ)

 

            เป็นไงบ้างค่ะเพื่อนๆ  อ่านมันส์ไหมค่ะ  ถึงจะเยอะแต่ก็ได้ความรู้ดีนะ  มีความรู้แปลกๆอีกเยอะที่เรายังไม่รู้  ถ้าไม่ได้เข้ามาปฏิบัติธรรม เราก็จะไม่รู้อะไรดีๆแบบนี้เลย

            นี่แค่วันที่แปดนะคะ  ยังมีอะไรที่เราไม่รู้  แล้วจะได้รู้อีกเยอะในวันต่อไป แต่ที่แน่ๆระหว่างถวายเพลพระ  ลูกศิษย์หลวงพ่อออกมาประชาสัมพันธ์ วารสารกระแสใจ และเรื่องนางไม้ ที่ผู้เขียนเล่ามา เราหูผึ่งเลย ต้องหาเวลาอ่านให้ได้  ตอนบ่ายได้อ่านก็รู้เลย  มีจริงๆ เจอกันจริงๆ (หนาวเลย) เพื่อนๆต้องอ่านให้ได้นะคะ อยู่ที่หน้า 22 ตอน ปาฏิหารย์นางไม้ ค่ะ สนุกดีค่ะ  แล้วจะรู้อะไรดีๆอีกเยอะ  แต่ไม่ต้องกลัวนะคะ  ไม่มีอะไรหรอกค่ะ  ยิ่งเรากลัวเค้า หรืออยากเห็นเค้า ๆจะไม่มาให้เห็นหรอกค่ะ  แล้วถ้าเค้ามาๆจะมาให้เห็นในสมาธิค่ะ  และเค้าไม่ใช่ผี เค้าไม่คอยหลอกเหมือนในหนังหรอกค่ะ  ไม่ต้องกลัวนะคะ  เค้าก็มาปฏิบัติกรรมฐานเพื่อยกภพภูมิตนเองให้สูงขึ้น  เหมือนพวกเรานี่แหละค่ะ  มาปฏิบัติธรรม เจริญกรรมฐานกันเถอะค่ะ  แล้วจะได้รู้ ได้เห็นอะไรดีๆอีกเยอะ 555

หมายเลขบันทึก: 179598เขียนเมื่อ 29 เมษายน 2008 23:05 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 มิถุนายน 2012 13:43 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (6)

ดีมากเลยครับก็คิดจะสร้างปางนี้อยู่ตอนนี้กำลัง ตั้งจิตเเล้วอยู่ที่ว่าบารมีจะถึงหรือป่าว ช่วง^^

ถ้ามีโอกาส ขอเชิญเพื่อนๆ เข้าไปที่วัดแล้วขึ้นไปกราบพระประธานบนชั้น 3 นะคะ

วัดป่าเจริญราช ( ศูนย์วิปัสสนากรรมฐาน ) คลอง ๑๑ อ. ลำลูกกา จ. ปทุมธานี http://gotoknow.org/blog/veeranon/259730

ได้ก่อตั้งขึ้นมากว่า 6 ปี แล้ว โดยพระอาจารย์ วีระนนท์ วีรนนฺโท

http://gotoknow.org/blog/veeranon/259720

สนใจเข้าไปอ่านรายละเอียดที่นี่ได้ค่ะ

ครับผมเพิ่งไปมาปีใหม่นี้เอง

แพรก็ได้ไปภาวนาข้ามปีที่วัดเหมือนกันค่ะ

อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ

คุณแพรคะ

ขอบคุณมากนะคะ สำหรับข้อมูลและเรื่องเล่าต่างๆ สนุกมากค่ะ

ดิฉันกำลังหาข้อมูล ว่าจะไปปฏิบัติธรรมที่วัดนี้ช่วงหยุดสงกรานต์นี้

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ

ขอให้เจริญในธรรมค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี