เช้านี้ฝนตกพรำๆ ท้องฟ้ามืดครึ้มแต่อากาศเย็นสบาย เรายังพูดกันว่าฟ้าเป็นใจเหลือเกิน ก่อนหน้า2-3วัน ท่านอัยการบอกว่าฝนตกน้ำเจิ่ง ต้องเปลี่ยนแผนนอนเต็นท์มานอนตึก ..น่าอัศจรรย์เมื่อเราเดินทางมาถึง จะไปที่ไหนชมอะไรอยู่ในบรรยากาศและสภาพธรรมชาติที่ดีที่สุด จะไปทะเลกว้างฟ้าใส ท่องอ่าวอันดามัน เกาะสวรรค์แห่งนี้ ฟ้าดินเป็นใจ ไม่มีฝน ฟ้าเปิด ทะเลสวยใส หัวใจเบิกบาน รับประทานอาหาร เล่นน้ำฉ่ำใจ

(อะไรก็ กู.. สไตล์ใต้ก็เด็ดขาดไม่แพ้กัน)

เราเตรียมตัวเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า แต่กว่าจะเอาใจกลับไม่ง่ายเลย ความซาบซึ้งตรึงใจขนกลับไม่หมด แฮนดี้ไดร๊ท์แทบระเบิด เพราะบรรจุความดีความงามไว้จนเพียบแปล้

(โต๊ะนี้นั่งคุยกันแบบสบายๆ)

อยากจะทิ้งหัวใจไว้ที่นี่ ทำไม่ได้ จึงมอบความรักความไว้วางใจระหว่างกันไว้แทน จริงๆนะ ..ฝืนใจกลับกันทุกคน ก่อนแยกย้ายไปคนละทิศละทาง ที่ลานกอดหน้าชายหาดริมทะเล กอด กอดร่ำลา ทีมกำแพงเพชร สิงห์ป่าสักเดินทางไปสวีวี่วี น้องไผ่นำตัวไปให้พี่ป้าน้าอากอด และกอด..ขวัญของพี่ป้าน้าอา เสียดาย แดนกับดิน ไม่มาให้กอด

(เจอกันในBlog แล้วค่อยตามมาเจอกันนอกBlog)

คณะที่เหลือกลับเที่ยวบินบ่าย ยังมีเวลาเดินทางไปชมหมู่บ้านแขนน ชุมชนต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียงที่ใครต่อใครมาเยี่ยมชม ท่านประธานที่เคารพ ได้บรรยายสาระสาเหตุแห่งการดำเนินการวิถีชุมชนให้พวกเราฟังท่ามกลางเสียงฝนเปาะแปะ

   

(เป็นการค้นหา ค้นพบ มิติทางสังคม ที่เราเลือกเอามาเป็นแบบอย่างได้)

เราได้รับความกรุณาจากผู้นำชุมชน จัดมโนราห์ขนานแท้แสดงสดๆให้ชม ..เสียงปี่กลองโหยหวนจับใจนัก ..นางมโนราห์ร่อนลงจากสวรรค์มาแล้ว ปะ ปะ เต่งปะ ทึง เต้งทึง ปะ.. เครื่องประดับพรายพริ้งทิ้งจังหวะเข้ากับเสียงดนตรีที่เร้าใจ ไม่ต้องจินตนาการใดๆแม้แต่น้อย นางฟ้ารำวนเวียนอยู่ต่อหน้าเราแล้วบัดนี้ เธอสวยงาม งดงามเต็มเปี่ยม ทำหน้าที่อธิบายการเสริมสร้างวัฒนธรรมชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ นับเป็นบุญตาที่ได้มาฟังมาชมชุมชนบ้านแขนนแห่งนี้ แสดงให้เห็นว่าเขารักบ้านเกิดกันอย่างไร?

ท่านอัยการหนอ ..จะหลอมละลายใจพวกเราไปถึงไหน?

ทีมพิษณุโลก ท่านบางทราย แยกเราไปเที่ยวบินเที่ยวเที่ยง ถึงสนามบินช้า10นาที สายการบินงอแงจะไม่ยอมให้ขึ้นเครื่อง เอาละสิ..

(เจตนาถ่ายเฉพาะจุด เน้นตรงที่ฟัน อย่างอื่นเป็นของแถม)

คณะสุดท้าย มีครูอ้อย ท่านสมนึก หนูจิกับคุณแม่ น้าอึ่งอ๊อบ ผม แม่หวี น้องออย ครูน้อย ยกโขยงมาช่องวันทูโก  มะปรางเปรี้ยวกับป้าจุมแยกไปกระบี่ โดยมีท่านอัยการและแม่บ้านตามมากอดจนนาทีสุดท้าย

(สมาชิกเจอกันอย่างชื่นมื่น)

สงสัยว่าท่านอัยการชาวเกาะ สั่งได้แม้กระทั้งฟ้าดินให้เปิด-ปิดได้ดั่งใจปรารถนา  ขณะนั่งลอยฟ้าบันทึกอยู่นี้ นึกว่าเครื่องทะยานดั้นเมฆฝนหนาทึบขึ้นมาแล้ว จะมองไม่เห็นอะไร แต่อภินิหารมีจริง เมฆที่หนาทึบเปิดออกให้ถ่ายภาพหมู่เกาะต่างๆ ประมาณ5นาที แล้วก็ปิดม่านจนกระทั่งถึงดอนเมือง เครื่องสั่นเหมือนผีเข้าขณะที่ฝ่าเขตอากาศแปรปรวน แหม ท่านอัยการนี่สั่งให้ปรวนแปรก็ได้ด้วยนะ อิ อิ ..รึเครื่องบินร้องไห้ ก็ไม่รู้

(กองเลขา รับภาระหนัก ถึงกับนั่งกองลงกับพื้น)

..จากวันทูโก ผมรีบโผมาสุวรรณภูมิ มาถึงPB.airปิดรับการเช็คตั๋วแล้ว ช้าไป10นาที พอดีไม่มีสัมภาระ ขอร้องให้พนักงานขายตั๋วโทรไปต่อรอง เขาใจดีจะรอ และส่งเจ้าหน้าที่มารับไปขึ้นเครื่องทันที วันนี้ออกจากภูเก็ต13.35. มาถึงดอนเมือง15.05. ไปต่อPB.air16.00.ถึงบ้าน 17.00. จากภูเก็ต-สวนป่า ใช้เวลาประมาณ6-7ชั่วโมง ประเทศไทยการสัญจรสะดวกแล้ว ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนของประเทศ จะเดินทางไปมาหากันได้ภายใน24ชั่วโมง ความคิดถึงติดปีกได้ นั่งหลังพวงมาลัยได้ นั่งรถไฟรถทัวร์ได้ จัดสรรได้ตามสะดวกใจ

(เยาวชนคนแซ่เฮ ผูกพันเกาะเกี่ยวเที่ยว-กิน-นอน-เฮฮา ด้วยกัน)

ทราบว่าทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพก็เบาใจ

อ้อ ก่อนนอน

ขอกอดขอบคุณอัยการคุณแอ๊ดและเครือข่ายชาวใต้ทุกท่าน

พบกันใหม่..ในเฮฮาศาสตร์5นะครับ

  

 เครือญาติที่ดีแม้มีเพียงคนเดียว

ก็พลิกใจเหี่ยวให้ร่าเริงได้

แต่งานนี้เรามีญาติเต็มเกาะ

นึกดูเถิดอภินิหารยิ่งกว่าลูบตะเกียงอาลาดิน