แม้จะชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่ก็ยังรู้สึกว่าเราคงจะเป็นหมอที่ดีไม่ได้ และโชคดีที่เราไม่ต้องเป็นหมอ สุขใจที่ได้ทำงานห้องแล็บ ซึ่งเปรียบเสมือนงานปิดทองหลังพระ เพราะคนไข้ที่รับผลการตรวจไปจากพวกเรานั้นอาจจะไม่เคยรู้เลยว่า เราทำอะไรกันอยู่เบื้องหลัง แต่คิดอีกแง่มุมหนึ่งก็คือ เราได้เปรียบบรรดาบุคลากรอื่นๆในโรงพยาบาลที่ต้องรับหน้าผู้ป่วยและญาติๆ เราตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเรากับหลอดเลือดที่แม้จะมากมายขนาดไหน เราก็ไม่โดนกดดันจาก "คน" เราสามารถเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ ช้าเร็ว ก่อนหลังตามใจเรา ในขณะที่คนเป็นหมอจะปฏิเสธหน้าที่ที่ต้องทำได้ยาก และต้องทำให้ดีไม่ว่าจะมีคนไข้มากหรือน้อยขนาดไหน
การที่ได้พบเห็นผลแล็บหลากหลายเป็นประจำ ทำให้เรายิ่งตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจเลือด มีสภาวะในร่างกายหลายๆอย่างที่การตรวจร่างกายตามปกติจะไม่สามารถบอกได้ เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งถ้าตรวจเลือดพบตั้งแต่ยังมีระดับผิดปกติไม่มากนัก ก็จะทำให้การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพียงเล็กน้อยจะสามารถป้องกันภาวะอันตรายเดือดร้อนกับชีวิตและสุขภาพได้ไม่ยากเลย
และสิ่งที่เรากันเองได้เห็นชัดๆกับคนใกล้ๆตัวในภาคเรานี่แหละ เพิ่งได้ทราบรายละเอียดมาสดๆร้อนๆเมื่อบ่ายนี้เอง ว่าจากการที่ตรวจพบ Tumor markers ค่าสูงกว่าปกติมากโดยไม่มีอาการอะไรเลย ทำให้ได้ไปตรวจหาสาเหตุจนได้รับการแก้ไขป้องกันเรียบร้อยไปแล้ว ไม่ต้องรอจนอาจจะสายเกินไป
เพราะฉะนั้น จึงอยากจะมาเขียนบอกเล่าให้เพื่อนพ้องชาว GotoKnow ได้พิจารณาค่ะ ว่าปีนี้คุณได้ตรวจเลือดเช็คร่างกายกันแล้วหรือยัง
เป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ครับ เวลาทำงาน เรา pro-active ได้ แต่กับเรื่องการดูแลตัวเอง มักจะมองข้ามไปด้วยความประมาทนึกว่าไม่มีอะไร ผมก็เรียนรู้เรื่องนี้มาด้วยราคาที่แพงมาก
ขอบคุณอีกครั้งค่ะพี่โอ๋ขา
หนิงเองก็สัญญากับตัวเองว่า จะต้องหาเวลาไปตรวจเลือดค่ะ เพราะช่วงนี้เดินทางบ่อย (น้ำหนักตัวก็มาก) ขาบวมตลอดเลยค่ะ ดีนะที่กดไม่บุ๋ม แต่ก็นึกๆอยากจะตรวจอ่ะค่ะ ว่าจะเข้าอู่เช็คสภาพสักหน่อย อิอิ ต้องก่อนเปิดเทอมนี้ เดี๋ยวรับศึกหนักไม่ไหว
ตั้งใจจะไปตั้งกะอาทิตย์ที่แล้วค่ะ เพราะมีทำบัตรสมาชิกโรงพยาบาลไว้ เขาเลยให้ตรวจร่างกายฟรี 1 คอร์ส ตั้งเกือบสี่พันแน่ะ แต่ยังติดภารกิจยุ่งเหยิงอยู่ เดี๋ยวเคลียร์เบาบางลงเมื่อไหร่ไปตรวจแน่นอน ไม่อาทิตย์นี้ก็อาทิตย์หน้า ไม่อาทิตย์หน้าก็อาทิตย์ถัดไป เหอๆๆ
ขอบคุณแนวร่วมทั้ง 3 ท่านค่ะ นี่เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจริงๆค่ะ ถ้าเรามัวแต่ไปให้ความสำคัญกับอย่างอื่นจนลืมเรื่องนี้แล้วมาเสียดายทีหลังบางทีก็สายไปจริงๆ ค่ะ ยิ่งกับคนใกล้ตัวเรามากเท่าไหร่ก็ต้องยิ่งเข็นให้ได้มากเท่านั้น
รู้ตัวเราเอาไว้ก่อนว่าภายในเป็นยังไง เราจะใช้เขาได้อย่างมีความสุขไปนานๆไงคะ เพราะฉะนั้นน้องหนิงและน้องซูซานต้องทำแล้วนะคะ คนทำอะไรได้เยอะๆแบบทั้ง 3 ท่านนี้แหละค่ะควรจะอยู่ทำไปนานๆ(แบบมีความสุขกาย สุขใจ)
พี่โอ๋ขอแอบแนะน้องแก้มยุ้ยว่าลงวันที่ไปเลยค่ะ เป็นภารกิจเร่งด่วนในสัปดาห์หน้า รับรองได้ไปตรวจแน่นอน
พี่โอ๋ เพิ่งตรวจให้มะปรางเมือปีที่แล้ว ยังจำได้คะ
เอาไว้ปลายๆ ปี ไปตรวจอีกทีคะ