นิทานเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า "เมื่อฟ้าผ่า ควรจะหารูปถ่ายไว้"

กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้  วันหนึ่งที่ฝนฟ้าคะนองกระจายเป็นหย่อมๆ  แต่หย่อมที่ใหญ่มากมาตกที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง  ทั้งฟ้าทั้งฝน  กระหน่ำ เสียงดังโครมๆ  เปรี้ยง ๆ  สิ้นเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่  ทันใดนั้น  มีเศษปูนส่วนหนึ่งตกจากอาคารที่สร้างมาร้อยกว่าปี  ร่วงลงมาใส่หลังคาวัดที่อยู่ติดกับมหาวิทยาลัย  ใครจะคาดคิด  ใต้หลังคาวัดนั้นเป็นรถเก๋งยี่ห้อหรู  ราคาเท่ากับซื้อบ้านเดี่ยวหลังโตได้หลังหนึ่ง  เจ้าของรถทราบเรื่องก็ไม่ตื่นเต้น  เพราะรถมีประกันชั้นหนึ่งกับริษัทชื่อดัง  ฝนหยุดก็เรียกประกันมาออกใบเคลม  ซ่อมรถแล้ว  คุมราคาสองแสนแปด  มหาวิทยาลัยไม่รอช้า  รีบซ่อมอาคารที่เสียหายจากการถูกฟ้าผ่า  ซ่อมหลังคาให้วัด  แต่ไม่ได้ถ่ายรูปความเสียหายไว้  เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์  อีกหกเดือนต่อมา  หนังสือบอกกล่าวทวงถามจากทนายความผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทประกันอีกทีนึง  ส่งมาถึงมหาวิทยาลัย  ให้มหาวิทยาลัยชดใช้ค่าเสียหายสองแสนแปด  อันเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อที่ไม่ดูแลรักษาอาคาร  ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น  มหาวิทยาลัยไม่ติดต่อชำระหนี้  เพราะเชื่อว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัยอันเนื่องมาจากฟ้าผ่า  อีกสามเดือนต่อมา  มีหมายคดีแพ่งจากศาลยุติธรรมแห่งหนึ่ง  ให้มหาวิทยาลัยเป็นจำเลยในคดีนี้  และมีสิทธิเข้าต่อสู้คดีหรือประนีประนอมยอมความได้...ท่านคิดว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร