ออกจากบ้านมาทำงานที่มหาวิทยาลัยตั้งแต่เช้าครับ เดิมวันนี้มีนัดประชุม แต่เลื่อนไป เลยทำให้เหมือนกับว่าผมจะว่าง แต่แล้วก็นึกออกว่ามีอีกงานหนึ่ง ด่วนๆ เลยให้ซุลกอร์นัย มานั่งคุยแนวคิดที่โต๊ะทำงานของผม ระหว่างคุยกันผมก็ใจดีครับ ทำหน้าที่เป็นเลขาให้เลย โดยใช้มายด์แมบ ด้วยลายมือลายแทงขุมสมบัติ เมื่อคุยเสร็จผมก็ยืนลายแทงฉบับนั้นให้แล้วก็บอกว่า เอาไปทำมาให้ผมดู ฮาฮาฮา จากเรื่อง่ายเป็นไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว เมื่อเจอลายมือของผม การทำอย่างนี้เหมือนจะแกล้งทีมงานมือดีของผมเลยครับ ฮาฮาฮา เพราะกว่าแก่จะไปแกะลายแทงมาได้ก็ปาเข้าไปครึ่งวัน อาฮาฮา ผมเลยได้มีเวลาว่าที่จะหยิบงานนักศึกษามาตรวจ

ทำไปได้สักแป๊บเดียว ก็มีหนังสือด่วนให้เข้าประชุมแทนคณบดี (โดยที่คณบดียังไม่รู้ว่าได้มอบให้ผมเข้าประชุมไปแล้ว ฮาฮาฮา มีเรื่องอย่างนี้ด้วย) แต่แล้วพอจะย่างขาออกจากห้องทำงาน ซุลฯ ก็มาบอกว่า ผู้จัดประชุมของนับองค์ประชุมก่อนว่าครบหรือเปล่า ถ้าไม่ครบหรือครบจะโทรมาบอก แล้วผมก็ได้กลับมาตรวจงานนักศึกษาต่อ เพราะไม่ครบองค์ประชุม

พอใกล้เที่ยง ตาเริ่มลายจะออกไปทานข้าว ก็ได้เจอะเจอกับ อ.มะพลี รองคณบดีฝ่ายกิจการฯ บอกว่าจะไปงานแต่งของบุตรีคณบดีคณะอิสลามศึกษา ด้วยรถมหาวิทยาลัย ผมเลยไปด้วย (เดิมทีจะพาครอบครัวไปตอนเย็น แต่เปลี่ยนใจไปพร้อมๆ ขบวนนี้ดีกว่า)

เดินจากคณะ มาที่ตึกสนอ.ครับพร้อมๆ กับอ.มะพลี แล้วก็คุยกันไปพลางว่า ไปรถคันไหนว่า (พูดเหมือนมีหลายคันเลย ฮิฮิ) และแล้วเราก็ได้ไปรถคันใหม่เอี่ยมของมหาวิทยาลัยเลยครับ รถนี้ซื้อไว้เพื่อให้บริการรับส่งจากมหาวิทยาลัยเข้าเมืองยะลาครับ ระยะทางปกติก็ประมาณ 15 กิโล เดิมการมามหาวิทยาลัยถ้าไม่มีรถมาเองเหมือนจะลำบากครับ เพราะมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ ซึ่งก็เหมือนกับหลายๆ มหาวิทยาลัยนั่นแหละครับ เรื่องอะไรไปสร้างในเมือง สร้างมหาวิทยาลัยต้องสร้างในป่าครับ จึงจะขลัง

เมื่อมานั่งรถสำหรับการบริการโดยสาร เราก็คุยกันว่า รถคันนี้เก็บค่าโดยสารเท่าไร แล้วก็มีเจ้าหน้าที่บอกว่า การบริการนี้ก็ขาดทุนอยู่แล้วแหละครับ มหาวิทยาลัยเราไม่เคยคิดกำไรอะไรเลย ทำอะไรก็เน้นบริการมากกว่ากำไร สงสัยจะเอาแต่ตามแนวทางของท่านศาสนทูต (ซ.ล)อย่างเดียว

รอบนี้ผมและอ.มะพลี ต้องแย้งครับ ปล่อยเลยให้เข้าใจผิดได้อย่างไร ผมแย้งไปว่า ความจริงท่านศาสนทูตเป็นพ่อค้านะครับ และถ้าดูประวัติศาสตร์เราจะพบว่า ท่านไม่เคยทำการค้าขายขาดทุนเลย นอกจากนี้มักจะได้กำไรมากกว่าคนอื่นเสมอ

ดังนั้นถ้ามหาวิทยาลัยจะทำตามแนวทางของศาสนทูตจริงๆ ก็ต้องไม่ทำให้ขาดทุนสิ (เห็นด้วยมัยครับ) ถ้าขาดทุนก็หมายถึงยังไม่ได้ทำถูกต้องตามแบบฉบับของท่าน

ซึ่งวิธีการที่ดีเมื่อเราไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน คือ การตรวจสอบว่า มีอะไรที่เรายังไม่ได้ปฏิบัติตามแนวทางของท่านศาสนทูต (ซ.ล) เช่น ถ้าปัจจุบันเรายังไม่สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับมหาวิทยาลัยได้ ก็ต้องจำเป็นที่เราจะต้องมาตรวจสอบว่า การปฏิบัติใดที่เรายังไม่ได้ตามท่านศาสนทูตบ้าง ถ้าพบแล้ว ก็ต้องรีบแก้ไขทันทีครับ

เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงประวัติหนึ่งในสมัยอุมัร (ถ้าจำไม่ผิด) แม่ทัพท่านหนึ่งปิดล้อมเมืองๆ หนึ่งมาเป็นเวลานาน แต่ไม่สามารถเปิดเมืองได้สักที จึงส่งจดหมายไปถามท่านอุมัรว่า ทำไมเขาทำไม่สำเร็จ ท่านอูมัรจดหมายกลับไปว่า มีการปฏิบัติอะไรบ้างที่ท่านไม่ได้ทำตามแบบอย่างของท่านศาสนทูต แม่ทัพท่านนี้ก็ทำการสำรวจ พบว่าทุกอย่างเป็นไปตามแนวทางของท่านศาสนทูตแล้ว ยกเว้นเรื่องเดียวคือ การแปรงฟัน ซึ่งพบว่า ทหารไม่ได้ทำการแปรงฟัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านศาสนทูตให้ความสำคัญมากๆ

แม่ทัพจึงสั่งให้ทหารตัดต้นไม้มาทำการแปรงฟัน ปรากฏว่าฝ่ายตรงกันข้ามเห็นทหารมุสลิมเหมือนกำลังกินต้นไม้ เลยตกใจและเสียขวัญ เนื่องจากคิดว่า ทหารพวกนั้นแข็งแรงจริง สามารถเคี้ยวต้นไม้แทนข้าวได้ เลยคิดว่าต่อให้สู้อย่างไรก็คงแพ้ ยอมเสียดีกว่า (มาซาอัลลอฮ์)

เอาละครับ พูดมากกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ เดียวงานไม่เสร็จ เอาเป็นว่า มาสำรวจดูแล้วกันนะครับว่า ว่าสุนนะห์ใดที่เราและท่านละทิ้งไปบ้าง รีบปฏิบัติการเถอะครับ เพราะนั้นคือแนวทางแห่งชัยชนะทั้งโลกนี้และโลกหน้า