วิถีชีวิตในโตนเลสาป จะมีเรือนแพ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก โรงเรียน โรงพยาบาล ช่วงนี้ น้ำลด หลายครอบครัวอพยพเรือนแพทั้งหลังขึ้นไปอยู่บนบก หน้าน้ำหลากก็ค่อยยกเรือนลงมาอีกที

โตนเลสาป/ต๊วนเลซาบ (Tonle Sap) หรือทะเลสาปเขมร เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่เกิดจากแม่น้ำโขงขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ห่างจากเมืองเสียมเรียบประมาณ 7 กิโลเมตร แต่ในช่วงนี้เป็นช่วงน้ำลดก็จะห่างออกไปประมาณ 14 กิโลเมตร

เมื่อเข้าเขตบริเวณโตนเล รถก็โยกเยกเหมือนนั่งช้าง ที่นี่กำลังจะอยู่ในโครงการพัฒนาเป็นเมืองที่ประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยความช่วยเหลือของประเทศเกาหลี

คุณสาคร ไกด์เขมร เล่าให้ฟังว่า หนุ่มเกาหลีแต่งงานกับสาวเขมรกันเยอะขณะมาทำงานแล้วหญิงสาวก็มักจะหายไป รัฐบาลเลยออกกฎห้ามแต่งงานกับชาวต่างชาติ

ในการมาท่องเที่ยว กินลมชมวิว ที่โตนเล นิยมมากัน ในช่วงเช้ากับช่วงบ่าย เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นกับพระอาทิตย์ตก

วิถีชีวิตในโตนเลสาป จะมีเรือนแพ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก โรงเรียน โรงพยาบาล ช่วงนี้ น้ำลด หลายครอบครัวอพยพเรือนแพทั้งหลังขึ้นไปอยู่บนบก หน้าน้ำหลากก็ค่อยยกเรือนลงมาอีกที

ทางทัวร์จัดหาเรือท่องเที่ยวทะเลสาบให้เรา หากติดต่อเอง คงตกลงกันทั้งวันก็คงไม่รู้เรื่อง

 

ขณะจะขึ้นเรือ ก็มีตากล้องมาคอยเก็บรูป มีคนเตือนว่า ระวังจะโดนถ่ายรูป ถ่ายก็ถ่ายไปคนสวยมั่นใจ เพราะการปีนขึ้นเรือดูจะสร้างความลำบากให้คนสวยมากกว่า

รูปที่เขาถ่ายไปจะเอาไปลงในจานเพื่อขายเป็นที่ระลึก ซึ่งเรามักพบทั่วไปตามสถานที่ท่องเที่ยว ขากลับก็จะมีมาเสนอขาย รูปออกมาเอ๋อที่เดียว ว่าจะซื้อมาเป็นที่ระทึกเก็บซ่อนความสวยงาม แต่.........

ทุ้ยห้ามว่า "ไม่ต้องซื้อไม่สวย ตั้ง ร้อยนึง"

แต่เราสงสารเค้านะ แล้วเค้าจะเอารูปไปทำคุณไสย รึป่าว กลัวอ่ะ

ทุ้ยบอกต่อ "ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวเค้าก็ฉีกออก"

อืมมม......ก็ดี คุณไสยก็คงกลัวหน้าตาอันสวยงามของเราเหมือนกัน คงไม่กล้าเล่นของหร๊อก อิอิอิ

 

หน้านี้น้ำลด ต้องนั่งเรือออกไปไกลมากกว่าจะถึงบริเวณทะเลสาป น้ำในแม่น้ำเป็นสีกาแฟที่ใส่นมเยอะๆๆๆ ประมาณว่า ขุ่นเอามากๆๆๆๆๆ

ทุ้ยบอกว่า เรือที่บริการผู้โดนสารทางน้ำ จาก พนมเปญ-เสียมเรียบ ก็เลิกกิจการไปแล้ว เพราะไม่คุ้ม ว่าอย่างนั้น แผนที่คิดไว้ว่าจะล่องเรือจากพนมเปญมาเสียมเรียบก็ล่มแล้วสิเรา

มีเรือขนหอยทราย(เรียกเองไม่รู้จักชื่อ)เล็กๆผ่านมา หลายลำ ทุ้ยตื่นเต้นใหญ่ คงอยากให้ลูกทัวร์ตื่นเต้นด้วย  แต่เราเฉยๆ เมื่อก่อนแถวบ้าน มีเยอะเลย เรียก หอยจิ๊บจี้ หลายคนหัวเราะ หอยจิ๊บจี้ อิอิอิ

บ้านเรือน ในทะเลสาบมีจำนวนไม่มาก เด็กนั่งในกาละมังพายไปไหนๆ ก็เจอคนเดียว ร้านขายของที่ระลึกที่เรือท่องเที่ยวทุกลำมาจอดก็ไม่คึกคัก ร้านอาหารมีลูกค้าบ้าง แต่ดูบางตา มีลูกจระเข้มาเสนอขายด้วย(ที่ร้านขายของที่ระลึก มีบ่อจระเข้)

ขณะที่เรือลอยลำ จะมีเรือเร็วลำเล็ก ทุ้ยเรียกอย่างนั้น มาประชิดเรือใหญ่แล้วเด็กจะกระโดดขึ้นมาเสนอขาย ขนม น้ำอัดลม เป็นปฏิบัติการที่คล่องแคล้วว่องไวมาก

ไกด์บอกว่า เป็นชาวเวียดนาม ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในทะเลสาบเป็นชาวเวียดนาม ทำการประมง ไกด์บอกว่า มีปลาบึกด้วย แล้วก็จะไปผสมพันธุ์ วางไข่ที่เมืองไทย คงประมาณเชียงของ......นี่คิดเอง.......

ทิวทัศน์บริเวณทะเลสาบสวยงามไม่น้อย คนปากรังสรรค์อย่างป้าแดงพูดกับน้องๆว่า

คิดถึง เกาะสีชัง ที่วิถีชีวิตคล้ายๆแบบนี้ แต่อยู่บนเรือขนาดมหึมา เรือเทคก็ยังมี อืมมม........สวยกว่านี้อีกเน่อะ.........

หลายคนหัวเราะ ทำหน้าท่าทางว่าเห็นด้วย (เขมรไม่ไป ไม่รู้)

 

ฟ้ามืด มีเมฆมาก ฝนก็เริ่มมา ตะวันตกน้ำก็ไม่เห็น กลับกันเถอะ หิว...ข้าว....

 

เรามาทานอาหารเขมรกันที่นี่ ร้านสวย กว้างขวางตกแต่งสวยงาม รูปอาหารไม่ได้ถ่ายมา เพราะแสงไม่พอ ที่ถ่ายได้ก็ไหวหมดเลย

ที่นี่ได้กิน ต้มยำเขมร ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร เป็นน้ำแกงใสๆๆ ใส่ไข่(แตก) ใส่สับปะรด ใส่ใบโหระพา รสชาดแปลกดี แต่ก็พอทำให้คล่องคอ ในการกินข้าวไข่เจียว ผัดผัก ปลาทอด

ลูกทัวร์เป็นคนตรงเวลา รีบกินรีบกลับ เพลียมาก ขอนอนๆๆๆๆๆ ท่องราตรี เมืองเสียมเรียบ  ขอเป็นวันต่อไป

 

ท้ายบันทึก(อนุทิน)

น้องเล็กชวนว่า "พรุ่งนี้ลองไปกิน ไอติม svensen มั้ย จะเหมือนบ้านเรารึป่าว"

ร้านไอติมที่บังเอิญเหลือบไปเห็นตอนนั่งรถผ่าน แล้วหลายคนก็ทักว่า มีร้าน svensen ด้วย