วันนี้ที่ทำงานลุงเอกกำลังเปิดสอนหลักสูตรนักเจรจาไกล่เกลี่ย เปิดมาเป็นรุ่นที่สามแล้ว นอกจากเรียนห้าเดือนแล้ว ยังจะต้องลงไปปฎิบัติในพื้นที่จริงอีกสามเดือน ต้องถ่ายวีซีดี หรือสรุปนำเอกสารมาส่ง จึงจะเข้าหลักสูตรวิทยากรเจรจาไกล่เกลี่ยได้ และคนที่มาเข้ารุ่นนี้ได้ต้องผ่านหลักสูตรพื้นฐานความขัดแย้งฯมาก่อนแล้ว
สังคมไทยทุกวันนี้หาแต่เรื่องความขัดแย้งมาสู่ตัวเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม องค์กร และประเทศชาติ
สังคมไทยปัจจุบันเป็นสังคมอัตลักษณ์ และอัตวิบากกรรม เรียกว่าหาแต่เรื่อง คดีที่รกศาลทุกวันนี้มีมากกว่าล้านคดี ในขณะที่มีผู้พิพากษาเพียงสามพันกว่าคน
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็กำหนดว่า ต้องตัดสินเป็นองค์คณะ อยากจะเรียกว่าคนร่างเขามองว่าคนไทยนี้มันขี้โกงหนักหนา แถมปัญญาน้อย คือเขียนรัดตรึงซะผู้คนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ ผู้เขียนเองต้องมาตีความข้อเขียนของตนเอง แถมเขียนซะยาวเหยียดอย่างกับว่าคนไทยนี้มันไม่รู้ภาษา อ่านไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้น สรุปความไม่ได้ ต้องตีความมันซะทุกเรื่อง
วันนี้คดีความจากประชาชนคนธรรมดา ระหว่างประชาชนกับรัฐ ยังมีระหว่างรัฐกับรัฐ ศาลจึงต้องไกล่เกลี่ย ทำเป็นศูนย์ไกล่เกลี่ยขึ้นมา จัดการกับเรื่องรกศาล จะมีการไกล่เกลี่ยคดีต่างๆ เช่นคดีแพ่งอันนี้ทำง่ายตกลงกันได้สองฝ่ายก็จบ โดยใช้คณะผู้ประนีประนอมที่มาจากผู้มีประสบการณ์และความสมัครใจมาช่วยทำงาน ทำให้ตกลงกันได้ จนยอมความก็จบไป
อีกแบบหนึ่งคือคดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ อันนี้แม้ไกล่เกลี่ยอมความกันได้ก็ยังต้องมีเรื่องกฎหมายมาดำเนินคดีแต่ดีที่สามารถยอมความได้โดยที่ศาลจะลดโทษส่วนหนึ่งให้
ส่วนคดีอาญาที่เป็นความผิดอันยอมความได้เช่นคดีเช็ค อันนี้ไกล่เกลี่ยเสร็จยอมความที่ศาลได้ก็ตัดสินปิดคดีไป
ส่วนสุดท้ายคดีอาญาบางฐานความผิดที่ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน สามารถไกล่เกลี่ยโดยความสมานฉันท์ได้ เช่นคดีผิดเกี่ยวกับทางเพศ คดีอย่างนี้ที่ฟิลิปปินส์มีกระบวนการบัลลังไก สามารถยอมความได้โดยไม่มีคดีอาญาติดตัว คดีผิดต่อชีวิตและร่างกาย ขับรถชน ทำร้ายร่างกาย ลักทรัพย์ ฉ้อโกงทรัพย์ ก็ไกล่เกลี่ยได้
การไกล่เกลี่ยจะเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แม้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะเสียหายก็ทุเลาลงได้ ปัจจุบันบางจังหวัดมีศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชุมชน เรียกว่าคุยกันในพื้นที่ก่อนนำมาสู่กระบวนการของศาล
การไกล่เกลี่ยต้องมีกระบวนการเปิดใจ ใส่ใจ รับใจเขามาใส่ใจเรา ก็คงอย่างที่ชาวเราใน g2k ทำกัน ใครยังปิดใจตัวเองก็อย่าหวังว่าจะได้ปัญญาความรู้ ก็คงมุดอยู่ในรูของตัวเองต่อไป นอกจากศึกษาใจแล้วต้องทราบกระบวนการ ขั้นตอนการไกล่เกลี่ย อย่ากระโดดผลีผลามเข้าไปใส่ปัญหาคิดว่าแน่ ตายมาหลายรายแล้ว ต้องแยกคนและสารัตถะออกจากกัน
คนเรามีชั้นของความเป็นมนุษย์นั้นต่างกันยิ่งนัก บางคนเป็นมนุษย์สองขา บางคนยังเป็นมนุษย์สี่ขา ดึกดำบรรพ์ ขาดความลึกล้ำความคิด หากมองลึกปักใจคนแห่งกมลสันดาน(Trait) นั่นเป็นรากเหง้าแห่งคน ที่แปรเปลี่ยนไม่ได้ใครแตะนิดกระโดดใส่ อดรนฟังใครพูดจนจบไม่ได้อกมันจะแตก พวกนี้ต้องแหกอกมาดูว่าใจมันทำด้วยอะไร
ทุกคนมีสันดานของตัวเองครับ สันดานดี สันดานเลว แก้ยากครับ ICEBERG บอกเอาไว้ ตื้นขึ้นมาหน่อยคือส่วนรับการกระตุ้นของคน(Motive) อันนี้ไม่เหมือนกันบางคนบอกอยากให้ลุงเอกรักมากๆทำไง บอกได้เลยว่าเอาเงินมาให้เยอะๆ แต่ไม่ใช่หรอกบางคนเป็นอย่างนี้เรียกว่า”พวกเงินนำปัญญาตามไง” พวกนี้สุดท้ายชีวิตมีแต่ล่มสลาย
บางคนขอใจก็พอเพียงแล้ว เคยฟังนันทิดาร้องไหม “ขอใจเธอหน่อย” เพียงแค่ใจของเธอก็เกินพอแล้ว หวานซึ้งไปไหมนี่ลุงเอกเอ๊ย ฉนั้นดูคนต้องดูที่ใจเขาต้องการอะไรที่ตรงใจเขา
ผ่านขึ้นมาอีกนิดของคนคือ ระบบความคิดของคน(Self Image)บางคนคิดติดแบบปัญหา สมองสั่งแต่หาเรื่อง ทำอะไรเป็นต้องเริ่มคิดปัญหาก่อน อย่างนี้ใครได้ไว้ใช้จะร่ำรวยปัญหา จนปัญญาแก้ไม่หมดครับ
มาถึงวันนี้เหล่าพลพรรค GoToKnow กำลังนำเอาประสบการณ์มาเผื่อแผ่แจกจ่ายกันไม่มีวันหมด เราเรียกว่าประสบการณ์ที่มาจากทักษะที่ฝึกฝนมาตลอดชีวิต(Skill) แต่แน่แท้ว่า สุดด้านบนคือความรู้ที่มีหลายหมู่เหล่า เรียบเรียงขีดเขียนไว้เอาไปอ่านไปใช้ในการต่อยอดความคิดตัวเอง เพียงแต่ว่าอย่าลืมต้องปฎิบัตได้ลุงเอกเห็นนักวิชาการตกเวทีมานักต่อนักแล้วเก่งแต่ตำราหามีปัญญาตัวเองไม่
สวัสดีค่ะคุณลุงเอก
สวัสดีค่ะลุงเอก....
ขอบคุณค่ะ ที่ฝากคำสอนให้แก่...นักวิชาการ
ลุงเอกเจอมาแล้ว เวทีที่ วปอ.นักวิชาการระดับประเทศ และนานาชาติตกม้าตายที่นี่ นักศึกษาบอกว่าป้าแกมาสอนนักเรียนอนุบาลหรือ
สวัสดีค่ะลุงเอก
กราบอวยพรวันสงกรานต์ล่วงหน้าค่ะ ขอให้ลุงเอกพร้อมครอบครัวมีความสุข สดชื่น ฉ่ำเย็นใส แข็งแรงทั้งกายและใจตลอดไปนะคะ
เบิณืดเห็นด้วยว่าเรื่องของการสื่อสารอย่างสันตินี้เป็นเรื่องใหญ่ยากและใช้วิทยายุทธ์สูงมากๆจริงๆค่ะ ทั้งการสังเกตที่ดูจากข้อเท็จจริง ไม่เพิ่มอคติ การตัดสินหรือการตีความ รู้เท่าทันความรู้สึกตัวเอง เข้าใจความต้องการของคนอื่น ( และตัวเอง ) และการขอร้องโน้มน้าวในสิ่งที่ปฏิบัติได้จริง ...เหล่านี้เป็นสิ่งที่กระทำให้ดีได้ยากมากนะคะ และเบิร์ดชื่นชมในหลักสูตรนักเจรจาไกล่เกลี่ยมากของลุงเอกมากๆเลยค่ะ..อยากเรียนจัง อิ อิ อิ
ที่เราเห็นกันส่วนมากคือการเจรจาเพื่อประนีประนอม ซึ่งแตกต่างจากการเจรจาเพื่อสันติเนาะคะลุงเอก เพราะการเจรจาเพื่อสันติเป็นการเจรจาเพื่อเข้าใจความต้องการในส่วนลึกของแต่ละฝ่ายอย่างแท้จริง ถ้าหากทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจกันมากพอแล้ววิธีการที่ได้ออกมาจะเป็นการตอบสนองความต้องการอย่างแท้จริงและจะก่อให้เกิดความพึงพอใจมากกว่าการประนีประนอมเยอะเลยนะคะ
ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับเรื่องดีๆที่ทำให้เบิร์ดคิดต่อได้มากมายในวันนี้..
เดี๋ยวนี้เขาต้องมีการเรียนเรื่องการสื่อสาร การพูดให้เข้าหูคน การบ่นเชิงสร้างสรร การสื่อสารอย่างสันตินี้เป็นเรื่องใหญ่และยากจริงๆครับ ต้องฝึกการสังเกตบางคนพูดจนจะเกิดสงครามอยู่แล้วยังนึกไม่ออกเลยว่าสื่อสารผิด
การเอาความจริงมาพูด ที่ไม่มีอคติ การตัดสินหรือการตีความ รู้เท่าทันความรู้สึกตัวเอง เข้าใจความต้องการของคนอื่น ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เรื่องใจทั้งสิ้น การคุมสติตัวเองให้ได้จึงประเสริฐสุด
เบิร์ดสนใจหลักสูตรนักเจรจาไกล่เกลี่ยก็สมัครมาเรียนได้ เพราะเบร์ดมีวิญญานแห่งความสันติอยู่ในตัวอยู่แล้ว
ดูได้จาก www.kpi.ac.th และ www.thaipoliticsgovernment.org
เดี๋ยวนี้เขาต้องมีการเรียนเรื่องการสื่อสาร การพูดให้เข้าหูคน การบ่นเชิงสร้างสรร การสื่อสารอย่างสันตินี้เป็นเรื่องใหญ่และยากจริงๆครับ ต้องฝึกการสังเกตบางคนพูดจนจะเกิดสงครามอยู่แล้วยังนึกไม่ออกเลยว่าสื่อสารผิด
การเอาความจริงมาพูด ที่ไม่มีอคติ การตัดสินหรือการตีความ รู้เท่าทันความรู้สึกตัวเอง เข้าใจความต้องการของคนอื่น ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เรื่องใจทั้งสิ้น การคุมสติตัวเองให้ได้จึงประเสริฐสุด
เบิร์ดสนใจหลักสูตรนักเจรจาไกล่เกลี่ยก็สมัครมาเรียนได้ เพราะเบร์ดมีวิญญานแห่งความสันติอยู่ในตัวอยู่แล้ว
ดูได้จาก www.kpi.ac.th และ www.thaipoliticsgovernment.org
สวัสดีครับลุงเอก
สะวีดัส = สวัสดีเจ้าค่ะ ลุงเอก
จ๊ะเอ๋!!! หนูแวะมาเยี่ยม เอิกๆๆ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ คุณลุง เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ----> น้องจิ ^_^
เป็นการขัดแย้งที่ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาเลยครับ สำหรับประเทศไทย
บางประเทศมีความขัดแย้งทางความคิดกัน แต่เป้าหมายของทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ประเทศชาติพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
ซึ่งต่างจากประเทศไทยที่ขัดแย้งเพราะผลประโยชน์ส่วนตัว
หวัดดีค่ะลุงเอก
ครูแอนชอบบันทึกวันนี้ของลุงเอกจัง ...ได้ใจ...มากเลยค่ะลุง
เพราะขณะนี้สังคมเราเป็นอย่างที่ลุงว่าจริงๆ
ส่วนหลักสูตรที่ลุงสอนอยู่ในวันนี้ น่าจะปรับใช้ได้ในทุกๆ ส่วนขององค์กรต่างๆ ใช่มั๊ยคะลุง อย่างวงการครูเราก็อาจจะต้องมีบ้างเหมือนกันที่ต้องใช้นะคะ เพราะก็ต้องเจอกับหลายๆ ส่วนทั้งเด็ก ครูด้วยกันเอง และแม้แต่ผู้ปกครอง
ลุงขา..วันหลังถ้าลุงเอกเปิดสอนหลักสูตรนี้ให้เฉพาะกับคุณครูทั้งหลาย ครูแอนจองที่นั่งอบรมบ้างล่วงหน้านะคะ
เห็นพ่อครูฯ บอกว่า ไกด์พ่อครูฯ ที่พาทัวร์กรุงเทพหล่อมากน่ะค่ะ อยากเจอตัวเป็นๆ ลุงเอกซะแล้วสิคะ คิคิ
ขอบคุณค่ะลุง
สวัสดีค่ะ...คุณลุงเอก