ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์บทบาทของการเป็นบรรษัทภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคมของกลุ่มบรรษัทและกิจการธุรกิจ(Good Corporate and Corporate Social Responsibility) มีความสำคัญมากขึ้นทั้งในแง่ของการเป็น“แนวคิด”“กลไก” และ“เครื่องมือ” ที่สำคัญของการพัฒนาองค์กรธุรกิจการพัฒนาสังคม และสิ่งแวดล้อม ของโลกอย่างยั่งยืน นับตั้งแต่มีการประชุมระดับโลกครั้งแรกที่กรุงริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิลในปี ๒๕๓๕ ได้มีการกล่าวถึงทิศทางใหม่ของการพัฒนาที่เรียกว่า“การพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development)ซึ่งเป็นการเรียกร้องให้เกิดการพัฒนาที่เอาใจใส่ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากมุ่งเน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแต่เพียงด้านเดียว โดยเริ่มมีข้อเรียกร้องมากดดันองค์กรธุรกิจ ให้คำนึงถึงปัญหาสังคมและปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ทำแต่กำไรโดยไม่ใส่ใจต่อปัญหา โดยมีคำที่ใช้เรียกกันคือ“corporate citizenship” หรือ“responsible corporate citizenship” หรือ“corporate social responsibility (CSR)” ในประเทศไทย หลังจากมีการนำแนวคิดธรรมาภิบาล และการกำหนดมาตรฐานISO ในด้านต่างๆมาประยุกต์ใช้ในภาครัฐและภาคเอกชนแล้ว แนวคิดที่มีอยู่ดั้งเดิมคือ“การช่วยเหลือแบ่งปัน”และ“การให้เพื่อพัฒนาสังคม” รวมไปถึง“การทำบุญให้ทาน” ก็เป็นสิ่งที่ปรากฏอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดวัฒนธรรมชุมชน และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในช่วง ๕ปีที่ผ่านมาจึงได้มีกลุ่มธุรกิจและองค์กรต่างๆร่วมกันดำเนินการผลักดันแนวคิดและกระบวนการของCSR ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม เครือข่ายธุรกิจร่วมรับผิดชอบต่อสังคมไทย (Thai CSR) อธิบายความหมายของCSR ไว้ว่าเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมเชิงบรรษัทหมายถึงการดำเนินกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมทั้งในระดับใกล้และไกล ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กร หรือทรัพยากรจากภายนอกองค์กร ในอันที่จะทำให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข พัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรที่ดี ทั้งในแง่ของการเจริญเติบโตทางธุรกิจที่ต้อง“เก่ง” ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นองค์กรที่“ดี” หมายถึงการมีคุณธรรม จริยธรรมเชิงบรรษัท (CSR) และSRI (Social Responsibility Investing) หรือการลงทุนแบบรับผิดชอบต่อสังคม กล่าวโดยสรุปCSR ก็คือการทำธุรกิจที่ไม่เอาเปรียบหรือเบียดเบียนผู้อื่นในสังคมไม่ว่าจะเป็นใครหรือเมื่อใด ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งหลักการของCSRไม่สนับสนุนการรีบเร่งสร้างความเจริญเติบโตของธุรกิจ หรือการมุ่งแสวงหาผลกำไรสูงสุด โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อผู้อื่น แต่CSR เป็นเครื่องมือในการบริหารที่ได้รับความเชื่อมั่นว่า จะสามารถช่วยให้องค์กรธุรกิจดำเนินกิจการให้เจริญเติบโตได้อย่างมั่นคงไปพร้อมๆกับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของผู้คนและชุมชนและความยั่งยืนของสังคม ซึ่งสอดคล้องกับทั้งหลักการเศรษฐกิจพอเพียงที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นในประเทศไทย โดยเป็นทั้งกระบวนการและเป้าหมายที่จะทำให้เกิดดุลยภาพทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
"ธุรกิจไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ในสังคมที่ล้มเหลว"
"Business cannot succeed in a society that fails"
Bjorn Stigson
ประธานสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนที่ยั่งยืน (WBCSD)
"เราไม่ได้ขอให้กิจการทำสิ่งที่ต่างไปจากการทำธุรกิจปกติ แต่เรากำลังขอให้กิจการทำธุรกิจเช่นปกตินั้น ด้วยวิธีการที่แตกต่างจากเดิม"
"We are not asking corporations to do something different from their normal business; We are asking them to do this normal business differently"
Kofi Annan
อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ (UN)