เช้านี้  ทำกิจการส่วนตัวสำเร็จไปแล้ว  2เรื่อง คือโทรศัพท์ไปหาคุณพ่อคุณแม่  ทราบว่า  ท่านทั้ง 2 ไปโรงพยาบาลตามวาระ  โดยมีน้องสาวแสนดีพาไปแล้ว  ก็สบายใจ 

ครูอ้อยก็เลยนั่งทำงานต่อไป  งานที่ทำนั้นสำเร็จหรือเปล่าต้องติดตาม  เป็นการติดตั้งโปรแกรมนี่ล่ะค่ะ  ซึ่งจะทำประโยชน์ให้แก่เพื่อนครูและผู้สนใจมากเลย  แล้วจะกล่าวในโอกาสต่อไป 

สำหรับบันทึกนี้  ใจไปก่อน..เดี๋ยวตัวจะตามไป  ก็คือ  วันนี้หลังจากภารกิจสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว  ครูอ้อยก็จะไปต่างจังหวัด  หมายถึง  บ้านเกิดของพ่อบ้าน  ซึ่งเธอคิดถึงญาติพี่น้องมากเลย 

ตอนแรกครูอ้อยจะไม่ไปด้วย  เพราะติดงานที่โรงเรียน  คือ  การอยู่เวรยามในวันที่ 14 นี้ 

แต่เมื่อวานนี้  ครูอ้อยแลกกับพี่ครูที่โรงเรียนได้....หัวใจของครูอ้อยก็ลำพอง  ดีใจที่จะได้ไปกับพ่อบ้านในครั้งนี้  เหมือนกุศลที่ได้ทำมา  ส่งเสริมให้ครูอ้อยพบกับความสุขใจหลายต่อหลายครั้งทีเดียว.....

ครูอ้อย  ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากนัก  คงจะแค่...หาเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว  นำใส่ถุง  และนำไปแจกจ่าย...เพราะที่อยู่ที่บ้านก็ไม่ได้ใช้อะไร  

จากนั้นก็เตรียมเอกสารที่จะนำไปให้พี่เขยของพ่อบ้าน  ที่กำลังเข้าสู่วิทยฐานะ  ไม่ช่วยญาติสามีแล้วจะช่วยใครอีกล่ะนั่น....

งานนี้  ครูอ้อยต้องได้คะแนนนิยมจากญาติสามีตีตื้นขึ้นมาแน่เลย....หว่านพืชก็ต้องหวังผล   แต่ครูอ้อยไม่ได้หวังอะไรมากนัก  นอกจากได้รับ...ความรักความอบอุ่น   ครูอ้อยก็พอใจแล้ว

การเตรียมความพร้อมอีกอย่างหนึ่งก็คือ  เรื่องรถยนต์  ครูอ้อยเติมน้ำมันเต็มถังแล้ว 

จะปลุกน้องขวัญตื่น และนำสัมภาระในรถออก  นำมาเก็บบนบ้าน  เวลาไป  รถจะได้ไม่หนัก  ไม่กินน้ำมันเกินควร 

ครูอ้อย  ทำงานมามากแล้ว  คราวนี้  ครูอ้อยจะบำรุงจิตใจของตนเองบ้าง  อยากทำอะไรก็จะทำ  แบบ  หลุดโลก  แต่ยังหายใจอยู่ 

ครูอ้อยอยากจะพูดดังๆว่า...ยังไม่อยากตายวายชีวา  เพราะคิดว่า...ยังทำอะไรไม่เป็นประโยชน์เท่าที่ใจนึกเลย....

แต่ไม่ตะโกนหรอก  เพราะคนข้างๆจะหาว่า....เพี้ยน  คงจะตะโกนไว้ในใจ 

มีคนเล่าว่า.....การที่เราตะโกนดังๆในใจทุกเช้า  ในสิ่งที่ปรารถนา แล้วเราทำ เราก็จะได้ในสิ่งนั้น  เมื่อเป็นความจริงแล้ว  ครูอ้อยจะกลับมาเล่านะคะว่า....สิ่งที่ครูอ้อยตะโกนทุกวันนั้น.....เป็นจริง  หรือยัง 

ด้วยความปรารถนาดี จาก ครูอ้อย  แซ่เฮ