Let it be! ...เป็นเพลงที่ชื่นชอบและมีความหมาย กินใจ โดนใจ ของคนหลายๆคน โดยเฉพาะครูอ้อย สมัยหนึ่งที่ยังเป็นโสด และสดกว่านี้ ที่ยังมองโลกหวานแหววเป็นสีชมพู เมื่อพบกับความผิดหวัง จึงได้มาร้องเพลง Let it be!

ไปอบรมเชิงปฏิบัติการ 3 วัน  ไม่ได้ขับรถไปเอง  การเดินทางก็คือ.....ขับรถมาจากบ้าน  แล้วนั่งรถโรงเรียนไปด้วยกันหลายๆคนก็สนุกดี 

ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ พูดคุยกันเรื่องงานการสอน  ซึ่ง  ครูอ้อยได้มีโอกาสคุยกันในเวลานี้  บ้างเล็กน้อย 

พอไปถึงที่ห้องอบรม  จะพบกับห้องที่เย็นฉ่ำ  และเสียงเพลงที่ไพเราะอันแสดงให้เห็นว่า.....ดีเจที่เปิดเพลงนี้  ต้องเป็นคนร่วมสมัยกับครูอ้อยแน่นอน  .....

Let it be!  ...เป็นเพลงที่ชื่นชอบและมีความหมาย กินใจ โดนใจ ของคนหลายๆคน  โดยเฉพาะครูอ้อย  สมัยหนึ่งที่ยังเป็นโสด และสดกว่านี้  ที่ยังมองโลกหวานแหววเป็นสีชมพู  เมื่อพบกับความผิดหวัง  จึงได้มาร้องเพลง  Let it be!

พอมาถึงปัจจุบัน  เพลงนี้ยังก้องอยู่ในหัวสมองทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ที่ไม่สบอารมณ์เกิดขึ้น  ก็จะใช้คำนี้  ข่มใจ....Let it be! ช่างมันเถิดปล่อยมันไป 

เกิดขึ้นในขณะที่ครูอ้อยขับรถกลับบ้านเมื่อวานนี้ตอนเย็น  อากาศร้อน  แอร์ในรถยนต์ยังช่วยไม่ค่อยทันใจ  ครูอ้อยรู้อยู่ว่า.....ทุกคนบนถนน  รีบร้อน  และไม่อยากจะให้ตัวเองอยู่บนถนนนานๆ  ก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย  ขับขี่ยวดยานกันอย่างปลอดภัย 

แต่ไม่ใช่อย่างที่คิด  กลับเป็น  ต่างคนต่างเอารัดเอาเปรียบ  คอยแต่จะนำพาตนเองไปข้างหน้าอย่างรีบร้อน  ขับรถฉวัดเฉวียน  ไม่ให้สัญญาณไฟ เมื่อเปลี่ยนเลน  ทำให้ผู้ที่ขับรถตามมา  เกือบจะเฉี่ยว  จะชนบั้นท้าย  ต้องเหยียบเบรคตัวโก่งทีเดียว 

คิดอยู่เหมือนกันว่า.....หากเกิดอารมณ์ร้อนตอนนั้น  ต้องได้ลงไปพะบู๊ แน่นอน  แต่ด้วยตัวเอง  ขับรถด้วยความใจเย็นและไม่ประมาท  มุ่งทางสายกลางตั้งแต่โรงเรียนจนถึงบ้าน  โดยไม่คิดจะแซงใคร  นอกจากรถประจำทางที่จอดให้ผู้โดยสารลง.....

แต่เมื่อวานนี้ตอนเย็น  เกือบจะถึงบ้านแล้ว  เลี้ยวเกือบสุดซ้าย  คนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  เบียดมาทางซ้าย  ในขณะที่ครูอ้อยจะเลี้ยวซ้าย  และมีรถสวนทางทางขวาและจะเลี้ยวมาทางครูอ้อยเช่นกัน 

รถ 3 คัน  อยู่บนถนนแคบๆ  ต้องมี ใครสักคัน หยุดกระทันหัน  มิฉะนั้นต้องเบียดกันกระเด็นแน่ๆ  และที่แน่ๆ  ก็คือ.....ครูอ้อยเอง  ที่หยุดกระทันหัน  จึงไม่มีเรื่องเกิดขึ้นหลัง

จากนั้น.....เพลง Let it be ! จึงดังขึ้นมาในโสตประสาทอีกครั้ง...Let it be !  Let it be ! Let it be ! แต่ตาก็มอง เจ้าชายคนขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างนั้นที่หลังหมายเลขอะไร.....Le it be! Number 13....วายยยยยย