ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้ ผมอยากจะแวะเข้าไปดูอาการเขา ช่วยเหลือพาเขาไปหาหมอ อย่างน้อยมันก็เป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เพื่อนมนุษย์ควรมีให้กัน ที่สำคัญมันไม่ได้เสียเวลาอะไรมากมายนัก ทุกคนก็คงมีความสุขมากขึ้น ดีไม่ดีเราอาจได้ให้คำแนะนำการใช้ชีวิตคู่ ให้กับสามี-ภรรยาที่เป็นชาวบ้านและอายุเป็นเด็กกว่าเรา โอ้! ขาสารภาพบาปครับ
  • ตอนนี้จิตใจค่อนข้างสับสนและเป็นทุกข์ กล่าวคือ โทษตัวเองที่แก้นิสัยไม่ดีนี้ไม่ได้สักทีเลยเป็นทุกข์
  • ... วันนี้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมบ้านเกิดของตนเอง เพราะต้องไปพบแพทย์ที่ รพ.ศีรนครินทร์ฯ มข. และก็ได้อ่านทำความเข้าใจ ...พระราชดำรัส นี้อีกครั้ง
  • ต้องยอมรับว่า จุดอ่อนหรือจุดที่ไม่ดีของผมประการหนึ่ง คือ ค่อนข้างจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมาเป็นที่หนึ่ง ผมสังเกตุเห็นจุดอ่อนของตนเองตรงนี้มานานแล้ว และพยายามจะแก้ไขและปรับปรุงตนเองในเรื่องนี้มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ส่วนตัวผมแล้วผมมองว่า ดีขึ้นเป็นลำดับ ... แต่ไอ้นิสัยเห็นกว่าตัวนี้มันก็ไม่ยอมหมดไป และแล้ววันนี้จึงเป็นทุกข์อย่างยิ่งเมื่อ เราเห็นแก่ตัวอีกแล้ว บางทีมานึกได้เมื่อเหตุการณ์มันสายไปเสียแล้ว
  • ...วันนี้หลังจากที่ทานข้าวเย็นเสร็จแล้ว ระหว่างที่นั้งคุยกันเล่นกับแม่ที่หน้าบ้าน (เป็นชุมชนชนบท) ก็มีเด็กน้อยคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งมาบอกแม่ว่า น้าจิ้บ โดนสามีชกเอา ให้ไปดูให้หน่อย ...ประมาณนี้
  • ตอนนั้นความคิดผมแว้บ! ปรุงแต่งขึ้นมาในใจว่า เออ! สามี ภรรยา ก็เหมือนลิ้นกับฟัน ไม่ยุ่งดีกว่า
  • ก็เลยถามแม่กลับไปว่า มีปัญหากันบ่อยไหม? แม่ตอบว่า ไม่เคยมีปัญหากันเลย
  • ความคิดผมปรุงแต่งอีกแล้ว และด้วยความที่รู้จักเจ้าหนูจิ้บมาตั้งแต่เด็ก ก็พลั้งปากพูดออกไปว่า ไม่ใช่มีหนุ่มมาจีบหยอกเล่น แล้วหึงกันรึ (ทั้งคู่อายุประมาณ 20-21 ปีเท่านั้นเอง)
  • แม่ก็เดินไปดู อีกประมาณ 10 นาที แม่เดินกลับมา พร้อมกับพูดว่า พาเจ้าจิ้บไปหาหมออนามัยหน่อย ห่างจากนี้ไม่ถึงกิโล ไม่มีรถคนอื่นเลย อาการก็ไม่เป็นไรมากแต่หายใจไม่ค่อยสะดวก น่าจะเกิดจากความเครียด
  • ผมตอบว่า อ้าว! ไม่ไกลนักทำไมไม่เอามอเตอร์ไซด์ไปส่ง งั้นรอเดี๋ยวนะขอเข้าห้องน้ำก่อน
  • ด้วยความรีบ แม่ก็เรียกมอเตอร์ไซด์ไปส่งให้
  • เหตุการณ์ผ่านไป ประมาณครึ่งชั่วโมง แม่ก็เดินกลับมาบ้าน ผมสังเกตุสีหน้า แม่ดูไม่ค่อยสบายใจนัก ท่านก็พูดว่าไปหาหมอแล้ว หมอไม่อยู่ แต่เจ้าจิ้บอาการดีขึ้นแล้ว
  • นั่งดูทีวี ด้วยกันสักพัก ผมก็ลากลับ แต่ก่อนกลับก็เลยแวะไปลาบ้านตรงข้ามที่เกิดปัญหาสามีภรรยาทะเลาะกัน เจ้าจิ้บก็มาสวัสดีอยู่ แต่ญาติผู้ใหญ่ท่าทางแปลก ๆ ไม่รับไว้ เอาล่ะสิเรา เกิดความคิดปรุงแต่งอีกแล้ว
  • ... ระหว่างขับรถกลับ... ผมค่อนข้างเป็นทุกข์ เพราะเกิดความคิดปรุงแต่ง ต่าง ๆ นานามันโถมเข้ามา ยิ่งหวนกลับไปคิดถึงพระราชดำรัส ยิ่งทำให้ปรุงแต่งมากขึ้นว่า เอ! เราเห็นแก่ตัวเกินไปหรือปล่าว หรือเราติดนิสัยคนเมืองมามากเกินไปแล้ว
  • จริง ๆ แล้ว แม่เค้าเป็นคนชอบช่วยเหลือชาวบ้าน และชาวบ้านเองก็เห็นท่านเป็นที่พึ่ง ถ้ามีปัญหาก็จะรีบมาขอคำปรึกษา คล้าย ๆ จะเป็นผู้ใหญ่บ้านตัวจริง ประมาณนั้น
  • สมัยที่ผมเป็นนักคอมพิวเตอร์ ผมจะอยู่กับคอมพิวเตอร์ ไม่สุงสิงกับมนุษย์หน้าไหนมากนัก จนเพาะบ่มทำให้มนุษยสัมพันธ์แย่อย่างหนักมาโดยตลอด จนเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น รู้กาละเทศะมากขึ้น จึงได้พยายามเรียนรู้ ที่จะแก้ไข พัฒนาตัวเอง ด้านมนุษยสัมพันธ์ให้ดีขึ้นเป็นลำดับ
  • แม่ก็รู้ถึงปัญหาของผมข้อนี้ และก็พยายามชี้แนะ สั่งสอน เมื่อมีโอกาส เทศกาลงานสำคัญ ก็พาไปแนะนำ คารวะ ผู้เถ้าผู้แก่มาโดยตลอด ผมก็คิดว่า ครั้งนี้ เพิ่นก็พยายามสอนงานอีกครั้งหนึ่ง อยากให้เรามีน้ำใจ เอื้อเฟื้อกันและกันมากขึ้น
  • ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้ ผมอยากจะแวะเข้าไปดูอาการเขา ช่วยเหลือพาเขาไปหาหมอ อย่างน้อยมันก็เป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เพื่อนมนุษย์ควรมีให้กัน ที่สำคัญมันไม่ได้เสียเวลาอะไรมากมายนัก ทุกคนก็คงมีความสุขมากขึ้น ดีไม่ดีเราอาจได้ให้คำแนะนำการใช้ชีวิตคู่ ให้กับสามี-ภรรยาที่เป็นชาวบ้านและอายุเป็นเด็กกว่าเรา โอ้! ขาสารภาพบาปครับ