บันทึกนี้เป็นอีกหนึ่งบันทึกในชีวิตคนเป็นครูที่ครูแอนอยากเก็บไว้….แม้ว่ามันออกจะยากเย็นแสนเข็ญในความคิดของครูแอนขณะบันทึกมันก็ตาม....ด้วยไม่อยากนำรายละเอียดลึกๆ ออกมาพิมพ์เก็บไว้เพราะเห็นใจเจ้าของประเด็นที่ทำให้เกิดบันทึกนี้....ยะมาน...หนุ่มน้อยของครู...
เหตุการณ์ในวันนี้ของชีวิตครูแอน คงสืบเนื่องมาจากวันที่ครูแอนไปอยู่เวรวันหยุดราชการเมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา ในวันนั้นครูแอนเลยต้องทำหน้าที่รับสมัครนักเรียนชั้น ม.1, ม.4 ที่มาสมัครเพิ่มเติมอีกด้วย
และในวันเดียวกันนั้นเมื่อพ่อและลูกชายคู่หนึ่งเดินทางมาเพื่อสมัครเข้าเรียนชั้น ม.1 ให้กับลูกชายตัวเล็กของเค้า นั่นเลย...พ่อของเด็กคนนี้ครูแอนจำได้ดีว่า...ใช่พ่อของยะมานแน่นอน....(เพราะก่อนนี้ระหว่างทางที่ครูแอนขับรถมาโรงเรียนในตอนเช้า ครูแอนมักจะเห็นพ่อคนนี้ขับรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างมาส่งยะมานและน้องชายเป็นประจำในทุกๆ เช้า โดยภาพที่เห็นเป็นประจำคือ พ่อจะส่งน้องชายที่โรงเรียนประถมข้างๆ โรงเรียนครูแอนก่อน แล้วมาส่งยะมานทีหลัง...เป็นภาพที่น่ารักมากสำหรับผู้พบเห็น) ภาพของยะมานที่นั่งซ้อนมาในพ่วงข้าง และภาพของยะมานที่นั่งเล่นเครื่องดนตรีไทยได้หลากหลายชนิดในวงดนตรีไทยของโรงเรียนแม้ว่าเขาจะเป็นเด็กมุสลิม...จึงประทับใจครูแอนเสมอมาตั้งแต่ยะมานอยู่ชั้น ม.1 จนถึงวันที่ยะมานมาเป็นลูกศิษย์ที่ครูแอนสอนภาษาอังกฤษในชั้น ม.3 แม้ว่ายะมานจะไม่ใช่นักเรียนในที่ปรึกษาของครูแอน แต่ครูแอนก็สอนยะมานมา 1 ปีเต็มในระดับชั้น ม.3 และนั่นก็ทำให้ครูแอนรู้จักยะมานในระดับหนึ่ง
ยะมานเป็นเด็กที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษได้ดีกว่าเด็กคนอื่นๆ ในห้อง ตลอดภาคเรียนที่ 1 ยะมานไม่เคยมีปัญหาใดๆ เลย จนกระทั่งในภาคเรียนที่ 2 ครูแอนสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับพฤติกรรมของยะมาน นั่นคือ ยะมานเริ่มเปลี่ยนกลุ่มเพื่อนโดยมาเดินกับเพื่อนกลุ่มที่ไม่ค่อยสนใจเรียนเท่าที่ควร ยะมานจึงเริ่มมีการโดดเรียนในหลายๆ รายวิชา ไม่ตั้งใจเรียนเหมือนเก่า มีเรื่องให้ได้พูดคุยกับเพื่อนตลอดเวลาในคาบเรียน ด้วยความกลัวว่าสิ่งที่ครูกังวลจะเกิดขึ้นในอนาคตเมื่อพวกเค้าใกล้จบ ม.3 เมื่อมีโอกาสครูแอนจึงต้องพูดคุย, ตักเตือนในข้อสังเกตที่พบในห้องเรียนที่สอนเค้า แต่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงที่ยะมานคนเดียว หากแต่เป็นการเตือนลูกศิษย์ทั้งห้องเสมอเหมือนกัน ในที่สุดสิ่งที่ครูแอนกังวลก็เป็นจริงดังคาดเมื่อมีการประกาศผลการเรียนในระดับ ม.3 ยะมานและกลุ่มเพื่อนๆ ติด 0 ในหลายรายวิชา รวมทั้งวิชาภาษาอังกฤษของครูแอนด้วย เมื่อทางโรงเรียนเปิดโอกาสให้สอบแก้ตัว เพื่อนๆ ในกลุ่มของยะมานไม่สนใจมาสอบแก้ตัว แต่ยะมานมาสอบในครั้งแรก แต่เป็นการมาสอบแบบไม่ตั้งใจมากนัก เพราะยะมานยังคงสอบแก้ตัวไม่ผ่าน...แล้วยะมานก็หายไปเลย ในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ ในชั้นเดียวกันที่เรียนอ่อนกว่ายะมานมาสอบแก้ตัว...ด้วยความพยายามและมุ่งมั่น...และพวกเค้าก็สอบผ่านได้ในที่สุด
จนกระทั่งในวันที่ครูแอนเจอกับพ่อของยะมานจึงเข้าไปสอบถามเรื่องการสอบแก้ตัวของยะมานในรายวิชาต่างๆ รวมถึงวิชาของครูแอนด้วย จึงได้ทราบคำตอบว่า “พ่อมาส่งที่หน้าโรงเรียนเพื่อให้สอบแก้ตัว เมื่อพ่อกลับเค้าก็หายไปเลย ไม่เข้าสอบ แล้วตอนนี้ก็อยู่บ้าน...นั่งเล่นคอมฯ อยู่บ้าน พ่อก็จนใจอยู่เหมือนกัน คงต้องรอให้เปิดเทอมใหม่แล้วจะเข้ามาพูดคุยเพื่อจัดการปัญหาต่างๆ”...ครูแอนจึงบอกพ่อเพื่อให้บอกต่อกับยะมานว่า...หากจะสอบแก้ตัวในรายวิชาของครูแอนก็ยังคงมีโอกาสอยู่ โดยนัดหมายให้มาสอบแก้ตัวในวันนี้ (วันที่ครูแอนแลกเวรกับเพื่อนครู..เพื่อมาสอบแก้ตัวให้กับสิริพร....เพื่อนผู้หญิงในห้องเค้าอีกคนหนึ่ง) ก่อนที่จะมีการขอจบในรอบต่อไป...โดยพ่อยะมานบอกกับครูแอนว่า...ครั้งนี้พ่อจะอยู่ที่โรงเรียนกับยะมานจนกว่ายะมานจะสอบแก้ตัวจนเสร็จ เพราะครั้งก่อนๆ พ่อเชื่อใจในพฤติกรรมของลูกที่ประพฤติตัวดีมาตลอด จนมาเกิดปัญหาขึ้นในภาคเรียนหลังนี้เอง และครั้งนี้พ่อจะตามติดตัวเค้าตลอด....(นั่นคือความคิดของพ่อยะมาน)....ท่าทางพ่อดีใจมาก...หลังจากขอบคุณครูแอนเสร็จก็พาเจ้าน้องชายของยะมานกลับบ้านไปด้วยความหวังที่มีต่อยะมาน..ลูกชายคนโต...
จนมาถึงวันนี้ครูแอนไปโรงเรียนแต่เช้าเพื่ออยู่เวรตามหน้าที่ทางราชการ ครู่ใหญ่...ครูปุ๊คู่เวรฯ ที่อยู่เวรในวันนี้กับครูแอนก็เดินทางมาถึงโรงเรียน นั่งคุยกันพักใหญ่ ก็แยกไปทำงานในห้องทำงานของเธอ ครูแอนก็นั่งรอลูกศิษย์ 2 คนอยู่ใต้ถุนอาคารเรียน โดยมีนักการภารโรงอีก 2 คน มารดน้ำต้นไม้ใกล้ๆ กันนั้นเอง
พักใหญ่ยะมานกับพ่อก็เดินทางมาถึงด้วยรถคู่กายของสองพ่อลูก....และคงเป็นดังที่พ่อแจ้งไว้กับครูแอนเหมือนเมื่อวันก่อน พ่อไม่ยอมกลับบ้าน...ยอมขาดงาน...และยังคงยืนยันที่จะอยู่ที่โรงเรียนเพื่อรอให้ยะมานสอบแก้ตัวจนเสร็จ...ครูแอนหันไปเห็นสายตาของยะมาน(เหมือนมีอะไรๆ บางอย่างในสายตาคู่นั้น)...ครูแอนจึงบอกพ่อไปว่า...”พ่อกลับบ้านเถอะค่ะ...กลับไปทำงานเถอะ วันนี้ครูแอนมีลูกศิษย์แค่ 2 คนให้ดูแลรับผิดชอบ ครูแอนดูแลยะมานเอง....แล้วการสอบแก้ตัวของครูแอนก็ต้องสอนกันก่อนสอบด้วย ต้องค้นหาคำศัพท์จากพจนานุกรมอีกแยะเชียว...คงนานล่ะค่ะ...ครูแอนสัญญาค่ะว่ายะมานจะอยู่กับครูแอนตลอดวันนี้ เอาไว้พ่อค่อยมารับเค้าไปทานอาหารเที่ยงก็ได้ค่ะ แล้วค่อยพาเค้ามาส่งเรียนกับครูแอนต่อในตอนบ่าย แล้วมารับอีกทีตอนเย็นเลยแล้วกันค่ะ”….นั่นล่ะ...พ่อจึงยอมเชื่อใจ และกลับไปโดยไม่ลืมที่บอกว่าจะซื้อข้าวมื้อเที่ยงมาให้ยะมาน (แถมจะเอื้อเฟื้อมาให้ครูแอนอีก...แต่ไม่เป็นไรค่ะ ครูแอนเตรียมพร้อมมาแล้ว...คิคิคิ...เรื่องนี้เรื่องใหญ่ค่ะ ต้องเตรียมพร้อม...)
เมื่อพ่อกลับไป....สิริพรก็ยังไม่มา...
ครูแอนจึงเริ่มด้วยการสอนในจุดที่ยะมานยังสอบไม่ผ่าน และยะมานก็ต้องค้นหาคำศัพท์จากพจนานุกรมในระหว่างเรียนด้วย การพูดคุยอย่างเป็นกันเองจึงมีมากขึ้น..ในระหว่างที่ยะมานเริ่มค้นหาความหมายของคำศัพท์ยากนั้นเอง
- ครูแอนถามเค้าว่า “ทำไมถึงไม่มาสอบแก้ตัวล่ะ” เมื่อได้รับคำตอบแรกไปแล้ว
- คำพูดและคำถามต่อมาจึงเริ่มเข้าสู่ประเด็นหลักที่ครูแอนอยากให้เค้าตอบออกมาเพื่อจะได้สื่อถึงสิ่งที่จะโยงไปให้เห็นถึงปัญหาและที่มาของพฤติกรรมของเค้าในก่อนหน้านี้ “ครูรู้นะว่ายะมานเรียนภาษาอังกฤษดีทีเดียวในภาคเรียนแรก แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับผมในภาคเรียนที่ 2...บอกครูได้มั๊ย เพื่อนกลุ่มใหม่ของผมเกี่ยวด้วยมั๊ยล่ะ”
คำตอบที่หลั่งไหลออกมาแสดงให้ครูแอนทราบว่า จริงๆ แล้วเค้ายังเสียดายเวลาที่ผ่านมา เค้ายังรักเรียนอยู่ แต่เกิดข้อผิดพลาดในเรื่องของการคบเพื่อนกับภาวะพฤติกรรมและอารมณ์ของเด็กวัยรุ่น
- “พ่อยะมานน่ารักนะ...เอาใจใส่ลูกดีมากเลย...เห็นมั๊ย เดี๋ยวพ่อก็จะเอาข้าวเที่ยงมาให้ผมถึงนี่เลย”
คำตอบที่ได้รับทำให้ครูแอนทราบว่า เด็กอาจจะมีปัญหาอะไรในใจ ค้างคาใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวพ่อเค้า เป็นความไม่เข้าใจกันมากกว่า.....คราวนี้ครูแอนไม่ได้เป็นฝ่ายตั้งคำถามแล้ว....เพราะยะมานไม่เปิดโอกาสให้เป็นผู้ถามแล้ว จู่ๆ เค้าก็เล่าออกมาเองเลย ครูแอนเลยต้องผันตัวเองมาเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังเค้าเล่าไปเรื่อยๆ สบโอกาสดีๆ จังหวะดีๆ จังหวะไหนที่พอที่จะสอดแทรกความคิดที่ถูกต้องที่ควรมี,ควรปฏิบัติต่อพ่อได้บ้าง ก็จะแอบสอดแทรกเข้าไปโดยเค้าก็ยังเพลินๆ อยู่กับการต่อยอดการเล่าของเค้า
สักพักครูก็ต้องแทรกการสอนเพื่อการสอบแก้ตัวต่อ เค้าก็เรียนต่อได้อย่างดี ถามความเข้าใจในเรื่องที่เรียน เค้าก็เข้าใจ และตอบถูกอีกต่างหาก แต่เมื่อเจอคำศัพท์ที่ต้องหา และเริ่มค้นหาศัพท์....ปากเค้าก็เริ่มเล่าเรื่องของเค้าให้ครูแอนฟังอีกแล้ว....ก็ต้องฟังและสอดแทรกความคิดดีๆ ให้ได้ในจังหวะไหนก็รีบสอดแทรกลงทันทีโดยเค้าก็ยังยินดีรับฟังสิ่งที่เราพูดคุยบอกเค้า
และดีใจเป็นที่สุดเมื่อบทสรุปในคำพูดของยะมานเองบอกครูแอนว่า
- ตอนนี้ผมรู้แล้วครับว่าชีวิตที่ผ่านมาในภาคเรียนที่ 2 ของผม พลาดตรงไหน ผมพบตัวตนของผมแล้ว (หลังจากที่มีจุดเปลี่ยน (คำพูดของแม่และอาการเจ็บป่วยของแม่) มาจุดประกายให้เค้าได้คิด....ก่อนหน้าที่จะมาพูดคุยกับครูแอนในวันนี้) และผมก็พร้อมยอมรับในทุกสถานการณ์ข้างหน้าเพื่อการแก้ปัญหานั้น...ผมจะเรียนให้จบครับ...ผมรู้แล้วว่าจุดหมายผมอยู่ตรงไหน เพื่อใคร
- ผมจะลองปรับแก้ดูครับในพฤติกรรมผมเกี่ยวกับเรื่องนี้....งั้น..ตอนนี้ผมก็เหลือราวๆ อีกแค่ครึ่งชีวิตแล้วใช่มั๊ยครูที่ผมจะไปยืนในจุดเดียวกันนั้น
- ครู...ผมว่ามาเรียนเพิ่มกันแบบนี้ เข้าใจกว่าตอนเรียนกันเยอะๆ ในห้องเป็นไหนๆ นะครูนะ (อ้าว...เป็นงั้นไป ..แล้วภาษาอังกฤษยังยากอีกมั๊ยล่ะเนี่ย...) ไม่เห็นจะยากเลยครู ผมว่าถ้าตอนนั้นผมขยันเข้าไปหาครูถามให้เยอะๆ หน่อย ผมคงผ่านไปตั้งนานแล้ว
- สรุปว่าวันนี้ครูสอนผมทั้งวิชาการ และวิชาชีวิตเลยนะครูนะ 2 อย่างเลย
และนี่คงเป็นบทสรุปที่เค้าสรุปให้กับตัวเค้าเองหลังจากการพูดคุย และเรียนไปพร้อมๆกัน ในระยะเวลา 3 - 4 ชั่วโมง ก่อนที่สิริพรจะมาถึงโรงเรียนในตอนก่อนเที่ยงเล็กน้อย
วันนี้ครูแอนได้ความรู้และประสบการณ์จริงๆ ที่จะต่อยอดประสบการณ์การเป็นครูให้กับตนเองได้อีกอักโข...หากในโอกาสหน้าครูแอนจะเจอเด็กๆ ที่มีปัญหากรณีใกล้เคียงกับยะมาน....เช่น
- ปัญหาของเด็กที่พ่อและแม่หย่าร้างกัน
- ปัญหาของเด็กติดเกม
- ความรู้สึกตามมุมมองของวัยรุ่นที่ไม่เข้าใจในความหวังดีของพ่อและแม่ของตน
- ปัญหาการติดเพื่อน
- ภาวะทางอารมณ์ของวัยรุ่นที่ไม่ต้องการความซ้ำซากจำเจในชีวิต
เหล่านี้ เป็นต้น
แต่ที่แน่ๆ การที่ครูจะเป็นผู้ฟังที่ดี...เพื่อให้เด็กเค้าได้ระบายสิ่งที่เค้าอยากพูดหรือคิดออกมาบ้าง ก่อนที่เราจะแนะนำสิ่งดีๆ ที่เค้าควรประพฤติปฏิบัติจะช่วยให้เค้าได้ค้นพบตัวตนของเค้าได้เป็นอย่างดีมากยิ่งขึ้น
สวัสดีค่ะ ครูแอน
พี่ภาวนาขอให้มีครูแอน สัก 1000 คนในโลกใบนี้ เพราะลูกศิษย์พี่ที่จบป.6 ไปนี่ก็คล้ายจะเจอปัญหาแบบ ยะมาน ของครูแอน แต่จะมีครูที่ให้เวลา ให้โอกาสเด็รน้อยเหล่านี้เหมือนครูแอนบ้างหรือไม่ พี่ยังหวั่นใจจัง
อ่านบันทึกครูแอน แล้วทำให้ผมนึกถึง "ระบบโรงเรียนแบบอุตสาหกรรม" คือ ส่งนักเรียนเข้ามาในสายพาน แล้วครูก็ใช้เทคนิคเดียวเหมือนกันหมดทุกคน
แต่ ครูแอน ไม่ใช่ (อยากให้ลูกสาวผมได้พบเจอครูเหมือนครูแอนบ้าง)
สิ่งที่ผมเห็นจากบันทึกนี้ คือ การเฝ้ามองพฤติกรรมของนักเรียน แบบรายคน โดยเฉพาะรายที่เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปในทางไม่ดี ทักษะนี้ ผมว่าครูหลายๆคน มีและมีเทคนิคหลากหลายมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากอีกทักษะหนึ่ง ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทักษะการสอน สำหรับความเห็นของผม
ผมเคยไปเรียนรู้ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่ดูแล เด็กพิเศษ ครูที่นั่น ยืนยันชัดเจนว่า จำเป็นที่สุดคือ การ ดูแลแต่ละรายจะไม่เหมือนกัน ครูต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับนักเรียนด้วย พอครูทำไปสักพัก ก็จะมีทักษะนี้มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ขอบคุณครับสำหรับเรื่องเล่าดีๆ สำหรับผมในเช้านี้
มาเยี่ยมครูแอนยามเช้าที่วุ่นวายใน กทม.ครับ
ผมเห็นชีวิตที่โลดเเล่นในบันทึก เหมือนโรงละครที่เราต้องให้ความสนใจ เพราะมีเหตุ มีผล รวมถึงเป็นเรื่องราวสังคมที่เป็นจริง
จะเข้ามาอ่านโดยละเอียดอีกครั้ง
มาลงนามให้กำลังใจครับ
สวัสดียามเช้าครับ
ธุค่า..
เป็นกำลังใจให้ครูแอนนะคะ ^^
สวัสดีค่ะพี่นงเยาว์ แช่มช้อย
ขอบคุณพี่นงเยาว์นะคะ ครูแอนคงไม่ได้เก่งเลิศขนาดนั้นหรอกค่ะพี่
แต่ ณ จุดที่ครูแอนมีโอกาสคือ มันเป็นช่วงเวลาที่เรามาเจอเค้า คลุกคลีกับเค้าตรงนี้จริงๆ ในช่วงเวลานี้ (ทั้งๆ ที่มันเป็นเวลาแห่งการสอบแก้ 0) น่ะค่ะ
เลย "เวลาและโอกาส" ทำให้ครูแอนได้พูดคุยกับเค้ามากขึ้นกว่าปกติในภาคเรียนที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ครูแอนก็สอนเค้านะคะในปีที่แล้ว แต่ไม่ได้รู้ลึกในปัญหาของเค้าที่เค้ารู้สึกและพบเจอได้ถึงขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะครูแอนต้องดูแลนักเรียนในที่ปรึกษาครูแอนก่อนมังคะ เลยไม่มีโอกาสโคจรมาเจอกับเค้า จนเมื่อ ณ วานนี้ เราจึงได้พบเจอกันด้วยใจจริงๆ
เวลาที่มากพอ (โดยที่ครูไม่ได้ยุ่งกับงานที่เป็นงานเอกสาร หรือกิจกรรมต่างๆ จากเบื้องบน ) คงช่วยให้ครูได้เข้าถึงเด็กมากขึ้นนะคะ พี่นงเยาวว์ เห็นเป็นเช่นนั้นมั๊ยคะ
ขอบคุณค่ะ
นี่คือครูที่แท้จริง ที่งานของครู ไม่ใช่สอนหนังสือให้จบๆไป
สวัสดีค่ะ.คุณครูแอน คนฉวย
เอาใจช่วยเด็กชายยะมานด้วยคน..สังคมทุกวันนี้มันล่อแหลมจริงๆ..เข้าใจและนึกภาพออกเลยค่ะ..น่าเห็นใจหัวอกผู้ปกครองเลยนะคะ..
ครูดี..มีส่วนช่วยสังคมมหาศาลเลยค่ะ..
มาชื่นชม ชื่นใจกับครูแอนด้วยคนค่ะ..มีความสุขมากๆนะคะ..
สวัสดีครับอาจารย์แอน
หนิดเดียวครับ...เกือบหลุดมือ...สำหรับลูกศิษย์คนนี้...เด็กยังรักดีอยู่เหลย...ต่อไปก็คงเข้ารูปเข้ารอย...เพราะแผลเดิมจะช่วยกระตุกความรู้สึกครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะคุณThawat
สวัสดีคะครูแอน
หวัดดีค่ะคุณเอก....หนุ่มนักเดินทาง
สวัสดีค่ะท่าน ผ.อ.ประจักษ์
สวัสดีค่าคุณต้อม
สวัสดีค่ะคุณ
คนโรงงาน
หวัดดีค่ะครูแอ๊ว
หวัดดีค่ะพี่บ่าว
นายช่างใหญ่
สวัสดีค่ะครูมิม
หวัดดีค่ะป้ามณีแดง คนสวย แซ่เฮ