...ที่สำคัญ ภูมิปัญญาไทยไม่ใช่เรื่องเก่าแก่ โบราณนานมา หรือของเก่าที่เพียงต้องอนุรักษ์เอาไว้เป็นมรดกตกทอดให้รุ่นลูกหลาน แต่ต้องพัฒนา ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับโลกในยุคดิจิตอล โดยต้องคงไว้ซึ่ง ภูมิปัญญาอันทรงคุณค่านั้น ให้มีความสง่างาม สมศักดิ์ศรีที่เป็น พลังแผ่นดิน

 

      ทิ้งช่วงไปนาน สำหรับการ เดินทางสู่ไร่คุณมน  เนื่องจากมัวแต่จัดการเรื่องข้อมูลให้ถูกต้องบางส่วนเสียก่อน  วันนี้ขอเล่าต่อ

การตัดสินและประเมินคนที่เราได้พบเห็นเสียตั้งแต่ครั้งแรกนั้น นับเป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย ดังที่ได้เล่าไว้ครั้งแรกว่า พบคุณมนรัตน์ครั้งแรก ก็ไพล่ไปตัดสินแล้วว่านี่ไม่ใช่ครูภูมิปัญญาไทยหรอก ... มาหูผึ่งตอนเล่าถึงความเป็นมาของการพัฒนา น้ำนมข้าวโพด นี่แหละ...

 

 

 

 

                  

                     เส้นทางเข้าสู่ "ไร่คุณมน"  

 

           

           ใน "ไร่คุณมน มีผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตร มากมาย หลากหลาย ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิเช่น

กล้วยน้ำว้า/กล้วยหอมทอดสุญญากาศ กล้วยหอมสไลด์  น้ำนมข้าวโพด  กระยาสารทน้ำผักสมุนไพร  ขนุนอบกรอบ  สบู่สมุนไพร สบู่ข้าวหอมมะลิ  สบู่ตะไคร้  สบู่ขมิ้นชัน ถ่านไร้ควัน ไซรับจากน้ำอ้อย  ผลิตภัณฑ์จากผ้าขาวม้า เช่น ที่ใส่กล่องกระดาษทิชชู่  ที่ใส่ซองจดหมาย  เซ็ทจานรองอาหาร  เสื้อผ้าสำเร็จรูป  ปลอกหมอน  ผ้าม่าน  เสื้อผ้าสุนัข เป็นต้น

ผลพลอยได้จากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น  กล้วยกวน (กล้วยหอมทองกวน)น้ำส้มสายชูหมักจากกล้วย (ที่งอมจัดจนอบไม่ได้)  ไอศกรีมน้ำนมข้าวโพด ลูกชิ้นข้าวโพด/กุนเชียงข้าวโพด ท๊อฟฟี่น้ำนมข้าวโพด  ขนมเม็ดขนุน / ลูกชุบจากกากข้าวโพด น้ำส้มควันไม้  ผลิตภัณฑ์จากเศษวัสดุจากการแปรรูป เช่น เปลือกข้าวโพดนำไปประดิษฐ์เป็นโบว์ประดับถุงขนม ห่อของขวัญ  เศษพืชต่าง ๆ เช่น กากข้าวโพดนำไปเลี้ยงเป็ดทำให้ไข่แดงมีสีเหลืองสด เปลือกกล้วยนำไปหมักทำปุ๋ยชีวภาพ

 

 

 

                                              ภายในไร่คุณมน

 

 

            นอกจากนี้ มนรัตน์ยังมีแนวคิด เรื่อง Farm Stay โดยการสร้างบ้านดิน โดยได้รับความช่วยเหลือจากเครือข่ายมาให้ความรู้ ที่ให้ผู้คนได้เข้ามาพักและดูงานจากฐานความรู้ต่าง ๆ ในไร่คุณม       

 

เมื่อหันมามอง แรงบันดาลใจ ของมนรัตน์ ที่ผลักดันให้เธอเข้าสู่  กระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาปรับปรุงและเผยแพร่สิ่งที่ได้คิด ได้ลองผิดลองถูก  ด้วยหวังเพียงตอบแทนชุมชนและสังคมซึ่งโอบอุ้มอาทรในยามที่ชีวิตตกต่ำและไร้ที่พึ่ง  และแรงบันดาลใจนี้เองที่สร้างให้ ไร่คุณมน เป็นแหล่งเรียนรู้/ศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยที่ไม่เคยหลับ  เปิดกว้างต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  เป็นศูนย์รวมของแหล่งภูมิปัญญาของชุมชนและท้องถิ่น  รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชิดหน้าชูตาทั้งระดับประเทศและนานาชาติ มีผู้มาศึกษาดูงานเยี่ยมชมทั้งรายบุคคลและเป็นหมู่คณะทั้งในและต่างประเทศ กว่า 100,000 คน/ปี 

 

เคยถามเล่นแกมแหย่ๆ ว่า   ...คุณมน..เป็นแม่ค้าหรือเป็นครูภูมิปัญญาไทยกันแน่... คำตอบคือ มนเป็นอะไรก็ได้ ขอให้ช่วยจำหน่ายจ่ายแจกผลิตผลของแม่บ้านได้ หรือจะว่าเป็น ... แม่ค้าภูมิปัญญาไทย ก็ได้...

 

 

                                       ผลิตภัณฑ์ในไร่

 

 

     วันนี้ คนไม่มีราก เรียกขาน เธอว่าครูมน ได้เต็มหัวใจ ตระหนักว่าครูภูมิปัญญาไทย มีหลายรูปแบบ เหมือนมนุษย์ที่ต่างแผกเพศ ผิวพรรณ ที่สำคัญ ภูมิปัญญาไทยไม่ใช่เรื่องเก่าแก่ โบราณนานมา หรือของเก่าที่เพียงต้องอนุรักษ์เอาไว้เป็นมรดกตกทอดให้รุ่นลูกหลาน แต่ต้องพัฒนา ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับโลกในยุคดิจิตอล โดยต้องคงไว้ซึ่ง ภูมิปัญญาอันทรงคุณค่านั้น ให้มีความสง่างาม สมศักดิ์ศรีที่เป็น พลังแผ่นดิน

 

     มนุษย์นั้น เมื่อหลุดพ้นออกจากตัวเอง  หันไปมองและทำเพื่อคนอื่นและสังคมได้แล้ว  จึ่งนับได้ว่า ประเสริฐสมกับเป็นมนุษย์ อย่างแท้จริง

 

เพิ่มเติมรายละเอียด "ไร่คุณมน" ได้ที่นี่นะคะ

 http://www.raikhunmon