ผมคิดว่าการเอื้ออาทรและการแบ่งปันในทำนองที่ผมได้บันทึกมาแลกเปลี่ยนกันนี้คงจะยังมีอีกมาก
          บันทึกที่แล้ว  ได้บันทึกเกี่ยวกับ ชีวิตกับความพอเพียง : 6. กินผักพื้นบ้านตามฤดูกาล ซึ่งในช่วงนี้ในชนบทจะมีผักพื้นบ้านหรืออาหารพื้นถิ่นที่ออกมาให้ได้รับประทานกันหลายชนิด  หากเราสามารถรับประทานได้ก็จะเกิดผลดีตามมามากมาย 
  • ทั้งดีต่อสุขภาพ  เพราะอาหารเหล่านี้ล้วนเกิดและเติบโตในสภาพแวดล้อมและมีถิ่นที่อยู่ที่ใกล้เคียงกับมนุษย์เรา ล้วนส่งผลดีต่อสุขภาพ
  • และอีกมุมหนึ่งการหันมาบริโภคผักพื้นบ้าน-อาหารพื้นถิ่น ย่อมส่งผลต่อการเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้านที่นำสินค้าเหล่านี้มาจำหน่ายโดยตรง 
  • ทางอ้อมก็จะส่งผลให้วัฒนธรรมการบริโภคอาหารดั้งเดิมของสังคมบ้านเราก็จะยังคงรักษาไว้  และสืบต่อไปในอนาคตยังลูกหลานของเราต่อไป
            เป็นการบันทึกต่อจากบันทึกที่แล้วครับ  ในช่วงนี้ผมยังมีพื้นพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งที่ได้ปลูกไว้ที่สวน 2-3 ต้น กำลังแทงยอดอ่อนในช่วงนี้เช่นเดียวกับผักอีตุ๊ด  ผักชนิดนี้ก็คือ "ผักเฮือด" ครับ  เป็นไม้ยืนต้นปลูกมาแล้วประมาณ 10 ปี  โดยขอมาจากเพื่อบ้านนำกิ่งมาปักชำในช่วงหน้าฝน  แตกยอดอ่อนให้ได้ทานในช่วงนี้มาหลายปีแล้ว  หากท่านใดเคยได้ยินเพลงของคุณจรัล  มโนเพชร ชื่อเพลง ของกิ๋นคนเมือง  มีอยู่ท่อนหนึ่งที่ร้องว่า  "แก๋งผักเฮือดลอ   อ๋อยำหน่อไม้"  ท่านที่เคยทานก็คงจะพอนึกออกนะครับ  ส่วนท่านที่ยังไม่เคยได้ลิ้มรส อ่านบันทึกนี้แล้วอาจจะอยากรับประทานขึ้นมาก็ได้นะครับ
         
            "ผักเฮือด" นั้น ส่วนที่นำมารับประทานคือยอดอ่อนครับ  หลังจากผลัดใบเมื่อผ่านหน้าหนาวมาแล้ว  พอถึงช่วงนี้ก็จะแตกยอดอ่อนขึ้นมาใหม่เต็มต้น  ช่วงนี้ที่บ้านสวนก็จะมีเมนูของผักเฮือดสลับกับผักอีตุ๊ดเป็นหลักครับ...
       
            รายการอาหารของ "ผักเฮือด" ที่นิยมกันก็คือนำยอดอ่อนสดๆ มาแกงกับกระดูกหมู รสจะออกเปรี้ยวนิดๆ (ส่วนของกาบใบสีม่วงๆ จะมีรสเปรี้ยว)  และอีกเมนูหนึ่งที่เป็นที่นิยิมของคนเมืองเหนือก็คือ "ยำผักเฮือด" ครับ  เมนูนี้จะนำใบผักเฮือดมานึ่งให้สุกก่อน แล้วค่อยนำมาหั่นปรุงด้วยเครื่องปรุงแล้วผัดน้ำมัน  รับรองหากได้ทานแล้วจะต้องติดใจ                   

ข้อมูลเพิ่มเติม


ต้นผักเฮือดกำลังแตกยอดอ่อนเต็มต้น


ยอดผักเฮือดยอดอ่อนใช้แกง ที่แตกใบแล้วนำมายำแสนอร่อย


ยอดอ่อนที่เหมาะสำหรับนำมา "แกงผักเฮือด"

          หลายท่านอ่านมาถึงตอนนี้และอาจจะงงว่า เอ...แล้วเนื้อหากับชื่อทำไมมันไม่ตรงกันนี่นา  ใจเย็นๆ ครับ กำลังจะบันทึกต่อไปครับว่า ครอบครัวของผมมีคนอยู่เพียงไม่กี่คน  แต่ปลูกโน่นปลูกนี่เมื่อมีพืชผักรับประทานย่อมทานกันไม่หมด   คือบางช่วงจะมีพืชอาหารออกดอก ออกผลหรือแทงยอดอ่อนกันเต็มต้น  มีทานกันอย่างเหลือเฟือ(ในบางช่วง..อิอิ)  

           สิ่งที่ผมจะปฏิบัติอยู่เสมอก็คือ "การแบ่งปัน" ครับ  เมื่อมีมากเราก็จะแบ่งปัน  ด้วยการเก็บไปให้หรือมาช่วยกันเก็บพร้อมๆ กัน  และจะยินดีมากๆ ที่ได้มีโอกาสแบ่งปันเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เราได้ให้แม้จะไม่ใช่เงินทอง  เพราะพืชผักพื้นบ้านเหล่านี้เวลาเขาแตกใบอ่อนเขาก็จะออกพร้อมๆ กัน อาจจะเป็นเพราะโดยธรรมชาติต้องออกใบให้พร้อมและแก่ในเวลาอันรวดเร็ว อันเนื่องมาจากจะหนีจากการรบกวนจากศัตรูทางธรรมชาติเช่น แมลงต่างๆ เป็นต้น  เฉพาะครอบครัวของเราก็ทานกันไม่หมดอยู่แล้ว

          นอกจากผักพื้นบ้านเหล่านี้แล้ว  ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมจะแบ่งปันให้เพื่อนบ้านเสมอ  ไม่ว่าจะเป็นขนุน  ยอดหวาย  หัวปลี  ฯลฯ  รวมไปถึงไข่มดแดงเพราะที่สวนปลูกมะม่วงไว้เยอะพอสมควร  ช่วงนี้ก็จะอนุญาติหากมีเพื่อนบ้านอยากจะทานไข่มดแดง  เขาก็จะหมุนเวียนและทิ้งระยะกันมาสอยไข่มดแดงให้ได้ทานกันถ้วนหน้า  หากมีมากเมื่อนำไปประกอบอาหารบางทีก็จะแบ่งมาให้เราได้ทานด้วย (แต่ผมไม่สอยไข่มดแดงนะครับ แต่ก็ไม่ห้ามใครเพราะเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ต้องหาเลี้ยงปากท้องเพื่อความอยู่รอด

 


ไข่มดแดง ก็มีในช่วงแล้งนี้เหมือนกัน

         ในสังคมบ้านเรานี้  ผมคิดว่าการเอื้ออาทรและการแบ่งปันในทำนองที่ผมได้บันทึกมาแลกเปลี่ยนกันนี้คงจะยังมีอีกมาก  และมีมานมนานแล้ว  ผมเพียงแต่นำส่วนเล็กๆ ที่ได้ทำ นำมาเล่าสู่แลกเปลี่ยนกันผ่านบันทึกนี้พร้อมกับบางสิ่งบางอย่างที่ได้ปฏิบัติเพื่อนำภูมิปัญญา และวิถีชีวิตของคนรุ่นก่อนมาผลิตซ้ำ  ซึ่งก็ขอยืนยันว่าเกิดความรู้และความคิดที่ใหม่สำหรับคนปัจจุบัน แต่ไม่ได้ใหม่เลยสำหรับบรรพบุรุษของพวกเรา  เป็นอีกแนวทางหนึ่งของการอยู่อย่างพอเพียงที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ เท่าที่สภาพ-โอกาสจะอำนวย  

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

สิงห์ป่าสัก...แซ่เฮ    1  เมษายน  2551