-
ทั้งดีต่อสุขภาพ เพราะอาหารเหล่านี้ล้วนเกิดและเติบโตในสภาพแวดล้อมและมีถิ่นที่อยู่ที่ใกล้เคียงกับมนุษย์เรา ล้วนส่งผลดีต่อสุขภาพ
-
และอีกมุมหนึ่งการหันมาบริโภคผักพื้นบ้าน-อาหารพื้นถิ่น ย่อมส่งผลต่อการเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้านที่นำสินค้าเหล่านี้มาจำหน่ายโดยตรง
-
ทางอ้อมก็จะส่งผลให้วัฒนธรรมการบริโภคอาหารดั้งเดิมของสังคมบ้านเราก็จะยังคงรักษาไว้ และสืบต่อไปในอนาคตยังลูกหลานของเราต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติม
- http://www.palungjitrescuedisaster.com/wiki/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AE%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94
- http://www.pantown.com/board.php?id=30220&area=3&name=board5&topic=22&action=view
- http://www.prc.ac.th/lannagardrn/stand09.html

ต้นผักเฮือดกำลังแตกยอดอ่อนเต็มต้น

ยอดผักเฮือดยอดอ่อนใช้แกง ที่แตกใบแล้วนำมายำแสนอร่อย

ยอดอ่อนที่เหมาะสำหรับนำมา "แกงผักเฮือด"
หลายท่านอ่านมาถึงตอนนี้และอาจจะงงว่า เอ...แล้วเนื้อหากับชื่อทำไมมันไม่ตรงกันนี่นา ใจเย็นๆ ครับ กำลังจะบันทึกต่อไปครับว่า ครอบครัวของผมมีคนอยู่เพียงไม่กี่คน แต่ปลูกโน่นปลูกนี่เมื่อมีพืชผักรับประทานย่อมทานกันไม่หมด คือบางช่วงจะมีพืชอาหารออกดอก ออกผลหรือแทงยอดอ่อนกันเต็มต้น มีทานกันอย่างเหลือเฟือ(ในบางช่วง..อิอิ)
สิ่งที่ผมจะปฏิบัติอยู่เสมอก็คือ "การแบ่งปัน" ครับ เมื่อมีมากเราก็จะแบ่งปัน ด้วยการเก็บไปให้หรือมาช่วยกันเก็บพร้อมๆ กัน และจะยินดีมากๆ ที่ได้มีโอกาสแบ่งปันเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เราได้ให้แม้จะไม่ใช่เงินทอง เพราะพืชผักพื้นบ้านเหล่านี้เวลาเขาแตกใบอ่อนเขาก็จะออกพร้อมๆ กัน อาจจะเป็นเพราะโดยธรรมชาติต้องออกใบให้พร้อมและแก่ในเวลาอันรวดเร็ว อันเนื่องมาจากจะหนีจากการรบกวนจากศัตรูทางธรรมชาติเช่น แมลงต่างๆ เป็นต้น เฉพาะครอบครัวของเราก็ทานกันไม่หมดอยู่แล้ว
นอกจากผักพื้นบ้านเหล่านี้แล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมจะแบ่งปันให้เพื่อนบ้านเสมอ ไม่ว่าจะเป็นขนุน ยอดหวาย หัวปลี ฯลฯ รวมไปถึงไข่มดแดงเพราะที่สวนปลูกมะม่วงไว้เยอะพอสมควร ช่วงนี้ก็จะอนุญาติหากมีเพื่อนบ้านอยากจะทานไข่มดแดง เขาก็จะหมุนเวียนและทิ้งระยะกันมาสอยไข่มดแดงให้ได้ทานกันถ้วนหน้า หากมีมากเมื่อนำไปประกอบอาหารบางทีก็จะแบ่งมาให้เราได้ทานด้วย (แต่ผมไม่สอยไข่มดแดงนะครับ แต่ก็ไม่ห้ามใครเพราะเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ต้องหาเลี้ยงปากท้องเพื่อความอยู่รอด

ไข่มดแดง ก็มีในช่วงแล้งนี้เหมือนกัน
ในสังคมบ้านเรานี้ ผมคิดว่าการเอื้ออาทรและการแบ่งปันในทำนองที่ผมได้บันทึกมาแลกเปลี่ยนกันนี้คงจะยังมีอีกมาก และมีมานมนานแล้ว ผมเพียงแต่นำส่วนเล็กๆ ที่ได้ทำ นำมาเล่าสู่แลกเปลี่ยนกันผ่านบันทึกนี้พร้อมกับบางสิ่งบางอย่างที่ได้ปฏิบัติเพื่อนำภูมิปัญญา และวิถีชีวิตของคนรุ่นก่อนมาผลิตซ้ำ ซึ่งก็ขอยืนยันว่าเกิดความรู้และความคิดที่ใหม่สำหรับคนปัจจุบัน แต่ไม่ได้ใหม่เลยสำหรับบรรพบุรุษของพวกเรา เป็นอีกแนวทางหนึ่งของการอยู่อย่างพอเพียงที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ เท่าที่สภาพ-โอกาสจะอำนวย
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ
สิงห์ป่าสัก...แซ่เฮ 1 เมษายน 2551
หวัดดีครับ