โธ่เอ๋ยแม่เพื่อนรัก พบไม้งามยามขวานบิ่น หรือ ไม้มันบิ่นยามที่ขวานงาม กันแน่ .... พูดผิดพูดใหม่ก็ได้ ไม่มีใครว่าหรอก

 

พบไม้งามยามขวานบิ่น

 

       เมื่อวานนี้ เพื่อนรักโทรมาหาตอนเกือบเที่ยงคืน กำลังจะมะงุมมะงาหราขึ้นเตียง ด้วยอาการง่วงงุน  เกิดอาการตกใจแกมระอาใจเล็ก ๆ  มีอะไรหนักหนา คุยพรุ่งนี้ได้ไหมนี่...แต่น้ำเสียงละห้อยละเหี่ยราวหมดอาลัยตายอยากเหลือแสนของเพื่อน ทำให้ต้องพยายามฟังด้วยใจอันละเหี่ยละห้อยไปด้วย

 

       นี่เธอเคยได้ยินไหม พบไม้งามยามขวานบิ่น  อ้อ...เคย ๆ เรียนตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วไง...จะมาทายปัญหา เรื่องสุภาษิตคำคมเรอะ...รู้ไหมมันกี่โมงกี่ยามแล้ว...

 

       ว่าโดยรวบรัดตัดเฉพาะความสำคัญ คือ แม่เพื่อนรัก ได้เจออดีตแฟนเก่าที่ได้พลัดพรากจากกันไปเกือบ 15 ปี ตอนนั้นนับได้ว่าเป็นคู่หวานแห่งปี  บรรดาเพื่อนพ้องคิดว่า คู่นี้ต้องลงเอยกันแน่นอนหลังเรียนจบ  แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น หนุ่มคนนั้นหนีไปเรียนเสียไกล จึงห่างหายกันไป แม่เพื่อนรักก็คบหาหนุ่มที่ผ่านมาและผ่านไปมากมาย แต่แอบฝังใจรักครั้งแรก...ไม่ลืมเลือน...จนเมื่อวาน ได้เจอหวานใจเก่าซึ่งตอนนี้ มีตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นหลักเป็นฐาน มีชื่อเสียง ความรักฝังใจจึงกำเริบเสิบสาน กินไม่ได้ นอนไม่หลับ  ต้องโทรระบายอารมณ์ให้เพื่อนฟัง

      

       คนไม่มีรากก็เออออ..ฟังอย่างตั้งใจ...ปลอบไปบ้างขู่ไปบ้าง เพื่อนรักจะได้ปล่อยให้ได้ไปนอนเสียที ตีหนึ่งกว่าแล้ว... ฉุกใจได้คิด...เออ...แล้วเกี่ยวกับ พบไม้งามยามขวานบิ่นยังไงล่ะ...

 

       แม่เพื่อนรักหัวเราะกิ๊ก...โก๊ะเอ๋ย... ก็ขวานของฉันน่ะมันบิ่นเสียแล้ว (สามี 1 ลูกสาว1 ลูกชาย 1) ไม่งั้น ไม้งามขนาดนี้ โดนฉันฟันแน่ ๆ ต้องเอามาอนุรักษ์ไว้ในใจ...อันแสนละมุนละไมของฉันนี่

 

       โธ่เอ๋ยแม่เพื่อนรัก  พบไม้งามยามขวานบิ่น หรือ ไม้มันบิ่นยามที่ขวานงาม กันแน่  .... พูดผิดพูดใหม่ก็ได้ ไม่มีใครว่าหรอก 

      

       ก่อนนอนก็เลยอมยิ้ม  ได้ข้อคิด  พบไม้งามอย่ามัวรีรอ ลับขวานแล้วจัดการ ... จะได้ไม่ต้องมาเสียดายว่า

 

พบไม้งามยามขวานบิ่น....