สองสามวันมานี้ มีข่าวเกี่ยวกับการรับบริจาคเลือดของสภากาชาดไทย ที่ข่าวนำเสนอในทำนองว่าสภากาชาดไทยจะไม่รับบริจาคเลือดจากกลุ่มรักร่วมเพศ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของผู้รับเลือด (ที่บอกว่าข่าวนำเสนอ เพราะยังไม่ทราบข้อเท็จจริงจากสภากาชาดไทยว่าด้วยเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร) ซึ่งพอมีการนำเสนอข่าวออกมาทำให้เกิดกระแสในสังคมในวงกว้างพอสมควร โดยเฉพาะในประเด็นของการเลือกปฏิบัติ และสิทธิมนุษยชน
ซึ่งผมคงไม่มีความรู้พอที่จะสำเสนอในประเด็นเหล่านั้น
แต่ในฐานะคนที่เคยทำงานเอดส์มาก่อน ผมขอหยิบยกกรณีของการบ่งชี้ว่าใคร คือ กลุ่มเสี่ยงของการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งรวมถึงเชื้อ HIV ที่ก่อให้เกิดโรคเอดส์ มาแลกเปลี่ยนกันในอีกมุมมองหนึ่ง เพราะข่าวที่เกิดขึ้นนี้ส่วนหนึ่งมีการกล่าวถึงความเสี่ยงของกลุ่มรักร่วมเพศที่มาบริจาคเลือดว่าเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อดังกล่าวด้วย
ถามว่า ใครคือกลุ่มเสี่ยงของโรคเหล่านี้ ?
หญิงขายบริการ แรงงาน วัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา แม่บ้าน เกย์ ตุ๊ด กระเทย คนขับแท๊กซี่ ฯลฯ ทั้งหลาย ทั้งปวงนี้ ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งพยายามจัดดูว่าใครเสี่ยงกว่ากัน และส่วนหนึ่งเราถูกสื่อนำเสนอจนทำให้เข้าใจว่ากลุ่มอาชีพ หรือกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเสี่ยง ซึ่งในข่าวนี้ก็มาจบลงที่ กลุ่มคนรักร่วมเพศ
ซึ่งโดยข้อเท็จจริงคนที่มีความเสี่ยงจริงๆ คือ ใครก็ตามแต่ที่ "มีพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย" เพราะคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ ทุกรสนิยมทางเพศ ที่มีเพศสัมพันธ์ ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงได้ทั้งนั้น ถ้าไม่มีการป้องกันโดยการใช้ถุงยางอนามัย
ถามว่า มีแต่กลุ่มคนรักร่วมเพศเท่านั้นหรือที่เสี่ยง จึงไม่น่าใช่คำตอบที่เป็นข้อเท็จจริง หากแต่บวกอารมณ์ความรู้สึกเข้าไปด้วยอย่างไม่ยุติธรรม
ดังนั้นการคัดกรองผู้บริจาคเลือดโดยดูจากอาชีพ และรสนิยมทางเพศ จึงไม่ตรงไปตรงมาในเชิงเหตุผล หากแต่ต้องเพิ่มการคัดกรองด้วยการดูถึงพฤติกรรมทางเพศด้วยว่าเป็นอย่างไร เพื่อใช้ในการระบุความเสี่ยงน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า
ด้วยความเคารพรัก
สวัสดีครับคุณปลายฝน
ด้วยความเคารพรัก
นี่หล่ะครับสังคมทำได้อย่างแรกคือทำใจ
การต่อสู่ทางสิทธิและการสื่อสารกับสังคมเป็นเรื่องลำบากครับ
สวัสดีครับ คุณคน(ทำ)งาน
ด้วยความเคารพรัก