ผมถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตพอประมาณคนหนึ่ง อย่างน้อยก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องเดือดร้อนดิ้นรนมากนัก มีทรัพย์พอประมาณทั้งทรัพย์ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมที่พอใช้เลี้ยงชีวิตและครอบครัวได้ เรียกได้ว่ามีชีวิตที่ค่อนข้างมีความสุขทีเดียวครับ

ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะมาเล่าถึงเคล็ดลับความสำเร็จของผมเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ใช้สืบต่อเนื่องไป

เคล็ดลับนั้นคือ "แมว" และ "หมา" ครับ

อย่าหาว่าผมไร้สาระ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง

ผมมาอยู่ที่ ม.สงขลานครินทร์ตั้งแต่ปี 2533 ในฐานะนักศึกษาปีที่ 1 ที่ไม่ได้ความอะไร ไม่ได้มีอะไรดีเด่น

แต่ช่วงนั้นผมก็แอบซื้อข้าวให้เจ้า "แจ๋ว" แมวดำที่คณะฯ กินประจำ เพราะเห็นเจ้าแจ๋วผอมโซน่าสงสาร

อีกไม่นาน ดร.ศักดิ์ชัย คีรีพัฒน์ รองคณบดีฝ่ายบริหารในขณะนั้นก็ได้ชักชวนผมไปเป็นผู้ช่วยวิจัย ทำให้ผมมีรายได้เพียงพอที่แทบไม่ต้องขอเงินจากทางบ้าน

ในช่วงเทอมสองของการเรียนปีที่ 4 ผมจำได้ว่าผมเลี้ยงแมวเป็นฝูงเลยครับ ช่วงนั้นเจ้าแจ๋วมีลูกเป็นครอก แถมมีคนเอาหมามาปล่อยที่คณะฯ อีกต่างหาก

ช่วงนั้นผมอยู่ห้องคอมฯ ดึกๆ เป็นประจำ เพราะผมมีกุญแจพิเศษที่ได้รับในฐานะผู้ดูแลระบบเครือข่ายทั้งๆ ที่ผมเป็นนักศึกษา เลยได้ยินเสียงลูกหมาลูกแมวร้องแถวหลังตึก ข. ก็เลยเดินไปโรงช้างซื้อข้าวมาให้กิน สมัยนั้นโรงช้างเปิดถึงตีหนึ่งตีสอง

หลังจากนั้นคณะได้รับจัดสรรทุนพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษเป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐมาหนึ่งทุน และผมก็ได้รับทุนนั้น

ผมเนี่ยนะ "ผู้มีความสามารถพิเศษ" ผมยังงงๆ

ช่วงปีที่ 4 เทอมสอง ผมได้ช่วยคณะฯ จัด workshop ที่สตูล ทั้งๆ ที่ผมจะไปสอบเรียนต่อ ป.โท ในวันถัดไป แล้วคณะฯ จัดรถไปส่งผมที่สนามบินแล้วออกค่าเครื่องบินให้ด้วย

นั่นเป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกในชีวิตเด็กบ้านนอกอย่างผม และทำให้รู้ว่าสนามบินหาดใหญ่สมัยนั้นมีแมวเดินเพ่นพ่านได้ด้วย เพราะผมนั่งเล่นอยู่กับแมวก่อนขึ้นเครื่องบิน

แล้วผมก็สอบติด ป.โท คณะสถิติประยุกต์ ที่นิด้า

สมัยนั้นสอบเข้าเรียนต่อ ป.โท นิด้าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะครับ เขารับปีละไม่กี่สิบคน การไปนั่งกาข้อสอบไปพลางนั่งดูแมวที่นอนอยู่ข้างห้องสอบไปพลางแล้วสอบติดนี่พิสดารมาก

ระหว่างที่นั่งเล่นกับลูกแมวแถวลานคณะพร้อมตัดสินใจว่าจะไปเรียนนิด้าเลยหรือทำงานเป็นอาจารย์สักปีแล้วค่อยไปเรียน อ.จงพิศ ศิริรัตน์ หัวหน้าภาควิชาบริหารธุรกิจในขณะนั้นก็เดินมาบอกผมว่าคณะได้รับจัดสรรทุนจากทบวงเพื่อส่งให้อาจารย์เรียนต่อ ป.โท-เอก ในอเมริกาปีละสองทุน จะเอาไหม

ผมก็โทรศัพท์เรียก อ.จันทวรรณ มารับทุนด้วยอีกทุน เราสองคนก็ได้ทุนเรียนต่อ ป.โท-เอก ในต่างประเทศด้วยเหตุนี้เอง

ง่ายเหมือนแกะห่อข้าวให้แมวกิน ง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากครับ

หลังจากได้รับทุนแล้ว ผมก็ยังไม่ได้ไปเรียนเสียที เพราะสอบ TOEFL ไม่ผ่าน ก็หูคนบ้านนอกอย่างผมมันไม่กระดิกภาษาอังกฤษเลยนี่นา คณะส่งไปเรียน AUA ถึงกรุงเทพฯ ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า กลับมาหาดใหญ่ดูหนังสือก็ไม่เห็นผล

ผมนั่งระทดระทวยหน้าโรงแรมหาดใหญ่เซ็นทรัลที่สอบที่หาดใหญ่สมัยนั้น และเล่นกับหมาหน้าโรงแรมไปพลาง

ผมสอบครั้งนั้นได้คะแนน 550 พอดีเป๊ะ และผมก็ได้ไปเรียนอเมริกา

ที่อเมริกา มี "น้องเร" ย่อมาจาก ร่อนเร่ เพราะเป็นแมวหลงมาอยู่บ้านผม สาเหตุที่หลงเพราะเจ้าของซึ่งเป็นสาวอเมริกันที่อยู่ข้างบ้านผมรับแฟนหนุ่มที่มีหมาตัวใหญ่มาอยู่ด้วย

จากน้องเรมากินข้าวและแอบนอนหลังบ้านผม ก็กลายเป็นมาอยู่ในบ้านเต็มตัวในช่วงที่ผมกำลังเขียน dissertation นั้นเอง

แล้วผมก็จบปริญญาเอกอย่างมีความสุขเพราะน้องเรนอนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลาที่ผมเขียน dissertation ครับ

เวลาผมได้ยินได้ฟังว่าใครจบปริญญาเอกอย่างทุกข์ทรมาณ ผมไม่ค่อยเข้าใจ ก็ผมไม่เห็นจะเดือดร้อนเท่าไหร่เลย

ตอนผมกลับเมืองไทย Prof. Henry H. Emurian อาจารย์ committee ของผมรับน้องเรไปเลี้ยงต่อ ตอนนี้น้องเรอยู่บ้านสวนของน้องสาวอาจารย์ New Jersey ที่มี state park เขียวชอุ่มหลังบ้านอย่างมีความสุขในชื่อใหม่ว่า Jasmine

แล้วผมกลับมาเมืองไทย แต่กลับมาแล้วอยู่อย่างทุกข์ใจ เพราะอินเทอร์เน็ตมีให้ใช้เพียง 33.6k ความรู้ความสามารถผมไม่สามารถใช้เลี้ยงชีวิตผมได้เลย

ผมจะทำอะไรดี? ไปเรียนปริญญาเอกกลับมานี่คิดผิดแน่ๆ เพราะใช้ความรู้เลี้ยงชีวิตอย่างมีความสุขไม่ได้เลยในประเทศไทย ในขณะเพื่อนฝูงอยู่กันสบายเริ่มมีหลักมีฐานในชีวิตมั่นคง

เป็นช่วงที่เบื่อชีวิตสุดๆ ครับ

แล้วผมก็ไปกินข้าวที่คาเฟต ในตอนที่เขากำลังจับแมวใส่ถุงปุ๋ยอยู่พอดี

ผมก็ไปหยิบเจ้า "โคโค่" และ "โมโม่" พี่น้องอายุประมาณเดือนกว่าๆ มาเลี้ยง เพราะไม่อยากเห็นมันต้องจบชีวิตในถุงปุ๋ย

เป็นอารมณ์ชั่ววูบที่ทำให้ได้แมวมาเลี้ยงสองตัว

ตอนที่ผมเอาโคโค่และโมโม่ไปฉีดวัคซีน ที่ร้านสัตว์เขาเอาแมววิเชียรมาศครอกที่ไม่สมบูรณ์มาขาย ผมถามเล่นๆ ว่าเจ้าตัวนี้ราคาเท่าไหร่ เขาบอกผมสองพัน เพราะขนมีตำหนิเยอะมาก

ผมต่อเล่นๆ ห้าร้อยได้ไหมครับ

เขาบอกว่าได้

ผมตะลึง ต้องรีบซื้อ เพราะอารมณ์ชั่ววูบอีกแล้วที่รู้ว่าเจ้าลูกแมววิเชียรมาศตัวนี้คงได้เป็นปุ๋ยแน่นอนถ้าผมไม่ซื้อไว้

นั่นเป็นที่มาของเจ้า "มิ้ง" ครับ

หลังจากนั้นไม่นานผมก็ส่ง proposal แบบเล่นๆ ไป สกว. ที่ "เล่นๆ" เพราะผมเล่นเขียนเป็นภาษาอังกฤษหมดในเรื่องที่ผมเชื่อว่า สกว. คงไม่สนใจ เป็นการส่งที่ผิดแปลกประหลาดจากฟอร์มที่เขาให้ส่งครับ

สาเหตุที่เล่นๆ อีกอย่างเพราะในขณะที่ส่งนั้นผมก็ติดต่อเพื่อนฝูงเตรียมตัวกลับไปทำงานที่อเมริกาแล้ว กำลังวางแผนเรื่องวีซ่าและแผนการพาแมวสามตัวไปอเมริกาด้วย

ภายในเวลาเพียงสิบห้าวันหลังจากส่ง proposal นั้น สกว. ก็เรียกผมไปคุยพร้อมให้ทุน double จาก สคส. ด้วยจึงเกิดเป็น GotoKnow อย่างนี้และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสามารถใช้ทักษะความสามารถที่มีทำงานได้อย่างมีความสุข

ที่มีความสุขเพราะแม้ในขณะที่เขียนบันทึกนี้ ก็ยังมีเจ้ามิ้งนอนอยู่ข้างๆ ครับ ส่วนเจ้าโคโค่กับโมโม่นั้นไปอยู่ที่ร้านครัวเอื้อมพร ลูกพี่ลูกน้องกับ อ.จัน ที่เราสนิทกันมาก

พี่อ๊อดกับพี่สิทธิ์ซึ่งไม่ได้มีทักษะในการทำอาหารทั้งคู่ ปรับบ้านสวนเป็นร้านอาหารอย่างไม่ได้มีแผนธุรกิจอะไรมากมาย ใครๆ ก็บอกว่าเจ๊งแน่นอน ไม่มีอะไรเลยที่จะบอกว่าร้านนี้อยู่ได้ แต่ตอนนี้ขายดีจนมีปัญหาว่าทำอาหารไม่ทัน ขยายโต๊ะจนจะเต็มสวนอยู่แล้ว โดยมีโมโม่นอนคุมโต๊ะเก็บเงินและมีโคโค่คุมครัวอยู่ครับ

เมื่อผมนึกย้อนกลับไปแล้ว ชีวิตผมที่พออยู่พอได้ทุกวันนี้นั้น เกี่ยวข้องกับแมวและหมาทั้งสิ้น จังหวะของชีวิตทุกจังหวะจะมีแมวหรือหมามาเกี่ยวข้องเสมอ โดยเฉพาะแมวและหมาที่จรจัดครับ

ที่จริงแล้วยังมีเหตุการณ์อีกเยอะแยะที่ผมได้รับหลังจากผมซื้อข้าวห่อให้หมาหรือแมวจรจัด แต่หลายต่อหลายเรื่องก็เล่าไม่ได้

เมื่อนึกดีๆ แล้วผมจึงเชื่อว่าพระบิดาทรงโปรดคนที่ให้อาหารแก่หมาและแมวจรจัดครับ

เวลาผมเห็นนักศึกษา (หรือบุคลากร) ไปขอพรจากพระบิดาที่ลานพระรูปแล้วบอกว่าจะวิ่งรอบพระรูปบ้าง ถวายไข่ต้มบ้าง ฯลฯ ผมเห็นแล้วอยากเดินไปบอกว่าวิธีการที่ดีที่สุดคือการเลี้ยงอาหารแก่หมาแมวจรจัดในมหาวิทยาลัย

พระบิดาโปรดแน่นอนครับ ผมพิสูจน์มาแล้ว

วิธีการนี้ใช้ได้ใน ม.สงขลานครินทร์ทุกวิทยาเขต และผมเชื่อว่า ม.มหิดล ก็สามารถใช้ได้ครับ

เครียดๆ เกรดไม่ออก คะแนนไม่ดี สอบไม่ติด มีปัญหาชีวิต แฟนไม่รัก ทะเลาะกับเพื่อน ฯลฯ ลองซื้ออาหารไปเลี้ยงหมาและแมวจรจัดอาจช่วยได้

แต่ซื้อไปแกะห่อให้กินอย่างเดียวไม่ได้นะครับ ต้องเล่นกับมันสักพักด้วย นี่เป็นเคล็ดลับของเคล็ดลับอีกทีหนึ่ง

ผมพิสูจน์มาแล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละครับ

วันที่ 1 เมษายน (April 1st) ของทุกปีเป็นวันดีที่ผมอยากหาเรื่องดีๆ มาเล่าให้ทุกท่าน ปีนี้ผมเลือกเรื่องที่สำคัญมากกับชีวิตของผมมาแบ่งปัน หวังว่าทุกท่านที่อยู่ใน ม.สงขลานครินทร์คงได้ประโยชน์จากเรื่องเล่านี้ครับ