งานเสร็จไปอีกชิ้นหนึ่งครับ ชิ้นนี้เป็นงานจากการเรียน เป็นวิชาที่แต่ก่อนอยู่ในกลุ่มวิชาที่ชอบนิดหน่อย แต่พอมาเรียน ป.เอก แฮะแฮะ ไม่รู้เรื่องเลย จริงๆ ยอมรับว่า ไม่ได้โทษอาจารย์ผู้สอนครับ โทษตัวเองมากกว่า เนื่องจากขาดเรียนวิชานี้บ่อยมาก ดังนั้นงานที่ทำจึงต้องมานั่งอ่านหนังสือทบทวนเยอะจึงจะทำงานได้ (ออ. แต่ไอ้คนเข้าเรียนครบก็อาการเดียวกันผมครับ) เสร็จไปหนึ่งชิ้นใหญ่ แต่มีเหลืออีกสองชิ้นสำหรับวิชานี้และอีกสองชิ้นสำหรับอีกหนึ่งวิชา ฮาฮาฮา ทำมัยไม่ยอมหมดสักที

ผมเริ่มกระอักกระอ่วมกับการรับงานเพิ่มครับสำหรับเดือนเม.ย. เพราะรู้สึกเลยว่า มันเยอะเกินไป เดือนที่แล้วทั้งเดือน ผมมีนัดงานพิเศษยี่สิบวัน ฮาฮาฮา สำหรับเดือนนี้ ด้วยความบังเอิญ ไปกดลบแบบไม่ต้องใจนัดหมายในโทรศัพท์ ก็เลยจำไม่ได้เลยว่า นัดใครไว้บ้างในเดือนนี้ (ไม่รู้โชคดีหรือร้าย) ดูเหมือนจะว่าทันตาเห็นครับ (จริงๆ ไม่ได้กดผิดหรอกครับ บังเอิญเปิดดูนัดหมายในโทรศัพท์ แล้วลืมปิดเมนู เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า หยิบมาดูอีกทีหนึ่ง อ่านเมนูว่า ต้องการลบทั้งหมดหรือไม่ เกิดสงสัยว่า ลบอะไรหว่า แต่มือมันเร็วกว่าใจ กดทันที และระหว่างที่มันแสดงแอนิเมชั่นอยู่ก็รู้ว่าอะไรๆ มันก็สายไปแล้ว ฮือฮือ)

พยายามจะเรียกความจำเมื่อตอนเช้าวันนี้ครับ ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่จากวิทยาลัยอิสลามศึกษา มอ. ก็โทรมาย้ำงานพอดี ก็เลยขอบคุณไปยกใหญ่ครับ เพราะผมไม่กล้ารับปากใครเลย แล้วที่จำได้คือ งานจากวอศ.นี้หลายวันเหมือนกัน กลับมาเห็นนัดหมายในเครื่องแล้ว 5 วัน แล้วความจำก็เริ่มกลับมาครับ

8-10 ต้องอยู่ที่งานสัมมนาที่ภูเก็ต แล้วปัญหาก็เกิดครับ เพราะวันที่ 10 เหมือนกันผมต้องไปนำเสนอโครงการวิจัยที่กทม. ฮาฮา แล้ววันที่ 11 ผมต้องกลับมาเป็นวิทยากรที่ วอศ.อีกทีหนึ่ง 12-15 จะต้องไปเก็บข้อมูลวิจัยที่มาเลเซีย เอาละสิ เห็นกำหนดการอย่างนี้แล้ว คิดอยากมีเครื่องบินส่วนตัว ฮาฮาฮา

กำลังคิดจะเก็บเงินซื้อเครื่องบินส่วนตัวอยู่ อ.สุวิทย์ก็เข้ามาถามว่า ตกลงผมไม่ไปเป็นวิทยากรให้งานของท่านแน่หรือในวันที่ 3-4 อันนี้ผมตอบย้ำคำตอบเดิมครับคือ ไม่ว่างแน่นอน เพราะต้องสอนซัมเมอร์ ขาดไม่ได้เพราะสัปดาห์ต่อไปต้องขาดสอนอีก ไม่รู้ว่าจะชดอย่างไรแล้ว

ไม่ได้ 3-4 อาจารย์ท่านก็ไม่ยอมแพ้ครับ 5-6 ก็ได้ครับอาจารย์ พอว่างให้ผมหน่อยนะครับท่าน ผมได้แต่ยิ้มครับ จะรับปากก็ไม่ได้เพราะต้องสอนเหมือนกันไหว แต่ก็เสียดายนิดๆ ที่เสียดายเพราะอันนี้เป็นเวทีชาวบ้านครับ ผมจะไปช่วยฟังชาวบ้านคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันแล้วถอดความรู้ออกมาให้ได้ และที่สำคัญ หมู่บ้านที่จะไปทำเวทีนี้เป็นพื้นที่สีแดงจัด นักวิจัยส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ว่าจะมาจากสถาบันไหน ไม่ค่อยทำวิจัยในพื้นที่ประเภทนี้ครับ ผมเลยสนใจมากกกก.....ก เพราะเราไม่ได้เสนอตัวไปทำ แต่ชาวบ้านเรียกให้เราไปทำ น่าสนใจมัยละ อันนี้ต้องชมอ.สุวิทย์ที่ไปทะลวงจุดมาได้เป็นสำคัญ (เมื่อเช้าเพิ่งได้ยินข่าวว่า รถทหารโดนระเบิดที่หมู่บ้านนี้แหละครับ ฮิฮิ)

ออ. ถ้าจะถามว่า แล้วผมไม่กลัวหรือ? ตอบเลยครับ กลัวครับ และก็เริ่มกลัวมากขึ้นเมื่อมันดันมาวางระเบิดปากซอยบ้านผม ฮาฮา แต่บังเอิญประเด็นที่ไปทำกับชาวบ้านไม่ได้เกี่ยวกับความมั่นคง แต่เป็นเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และการศึกษา จึงน่าจะปลอดภัย (เน้นว่า "น่าจะ"ครับ)

พูดถึงวางระเบิดปากซอยบ้านผมแล้ว วันสองวันนี้ได้ยินข่าวว่า จับผู้ต้องสงสัยได้แล้ว เนื่องจากชาวบ้านพบคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้านและมีพฤติกรรมน่าสงสัย แต่ปรากฏว่าข่าวเขาว่า เป็นกลุ่มมีสี(สีอะไร แฮะแฮะ) สองคน ก็เลยไม่แน่ใจว่า ข่าวจริงหรือข่าวปล่อย กะว่าถ้ามีโอกาสจะถามกำนันสักหน่อย แต่ตอนนี้ของดไปมัสยิดตอนละหมาดหัวค่ำสักระยะหนึ่ง นอกจากจะงานยุ่งมากแล้ว ยังเสียวๆ อยู่ ฮิฮิ

สำหรับงานผมในวันนี้ จริงๆ ตั้งใจจะเอาการบ้านไปนั่งทำที่ทำงาน แต่แล้วก็ต้องนั่งประชุมกันระหว่างคณบดีกับรองทุกท่าน ประเมินการใช้ตึกของคณะ ที่ต้องทำการประเมินเนื่องจากตึกที่ใช้อยู่ปัจจุบันไม่ใช่ตึกของคณะครับ เป็นตึกสำหรับคณะเศรษฐศาสตร์ฯ แต่เนื่องจากได้ตึกมาก่อนที่คณะจะตั้งได้ (ตามแผนตั้งคณะนี้ปี 52) ศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ซึ่งยังไม่มีตึกแต่มีคณะก่อนเลยได้ใช้ไปก่อน ตอนนี้มีแนวโน้มที่ดีว่าจะได้ตึกเป็นของตัวเอง เลยถอดบทเรียนจากการใช้ตึกนี้เพื่อออกแบบการใช้อาคารใหม่ (ออกแบบการใช้นะครับ ไม่ใช่ออกแบบตึก) เหตุผลง่ายๆ คือ รูปแบบตึกคงไม่ต่างจากตึกปัจจุบันที่ใช้อยู่ เพราะงบสร้างตึกไม่มาก ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้คือ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดห้องทำงาน และห้องอื่นๆ ซึ่งผมเองก็มีข้อเสนอให้ปรับเปลี่ยนการทำงานของคณะไปด้วยเลย โดยใช้ปัจจัยทางกายภาพ (การจัดห้องทำงาน) เป็นกลไกในการปรับเปลี่ยนระบบงาน ซึ่งท่านคณบดีก็เห็นด้วย ถ้าเป็นไปตามแผนที่วางกัน ปี 52 คงได้ย้ายเข้าตึกใหม่ครับ

ช่วงบ่ายก็ไปส่งงานที่ มอ.ครับ พร้อมกับแวะทานข้าวชดมื้อเช้าและมื้อเที่ยงในบ่ายสี่ แล้วก็กลับมาทานข้าวเย็นอีกทีหนึ่งตอนหกโมงเย็น บอกตรงๆ เกือบเป็นลม หิวข้าวมากแต่ไม่มีเวลาทาน