อ.หมอนิวัฒน์ ลีวงศ์วัฒน์ บอกเอาไว้ว่า มนุษย์มีข้อเท็จจริงอยู่ 4 ประการ คือ
เห็นแก่ตัว
สนใจตัวเองมากที่สุด
ต้องการเป็นคนสำคัญและได้รับการยกย่อง
ต้องการการยอมรับจากผู้อื่นเพื่อที่จะได้ยอมรับตัวเองมาก

ในเรื่องการสนใจตัวเองมากที่สุด อาจารย์มีนิทานเล่าให้ฟังว่า
มีเด็กสาวสองคน เป็นเพื่อนรักกันมาก คนหนึ่งเป็นลูกชาวนา อีกคนหนึ่งเป็นลูกสาวชาววัง ลูกชาวนาพยายามที่จะถีบตัวเองให้สูงขึ้น ตั้งอกตั้งใจเรียนจนได้รับทุนไปเรียนเมืองนอก ส่วนชาววังไม่ได้ไปเรียนต่อที่ไหน
หลังจาก จากกันไปนาน ทั้งสองมาพบกันอีกครั้งในงานของโรงเรียน ทั้งสองดีใจมาก
คนที่เป็นลูกสาวนา เม้าท์ใหญ่เลยว่า ตัวเองได้ไปเรียนเมืองนอกได้รับทุนรัฐบาล ได้ไปท่องเที่ยวในที่ ต่างๆ เจอผู้คนมากมาย และยังเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป
คนที่เป็นลูกชาววัง ชิงพูดได้แต่คำว่า "อ๋อ...เหรอ"
เมื่อลูกสาวชาวนา พูดจนไม่รู้จะพูดอะไรอีกแล้ว จึงถามสาวชาววังว่า แล้วเธอละ ได้ไปไหนกับเขาบ้างหรือเปล่า
สาวชาววัง ตอบว่า "ก็พอมีบ้างนะ ก็ได้ออกไปเที่ยวบ้าง แล้วก็มีเรียนภาษาบ้าง ทำขนม ทำอาหารบ้าง"
สาวชาวนา "แล้วเขาสอนกันอย่างไรละ"
สาวชาววัง " เรื่องภาษาเนี่ย เค้าจะไม่ให้พูดคำไม่สุภาพนะ อย่างเช่น ตอแหล เค้าให้พูดว่า อ๋อ..เหรอ"

เล่นเอา ป้าแดง ซึ่งติดคำว่า อ๋อ..เหรอ...ต้องระมัดระวังคำพูดไม่ให้เผลอ พูด อ๋อ..เหรอ ซะหลายวัน





อ๋อเหรอ อิอิๆๆ วัยรุ่นมากๆๆ เกิดไม่ทัน สงสัยจะนานแล้ว ป้าแดง แค่คิดถึงก็มา อิอิอิๆๆ น่ารักจริงๆๆ
สวัสดีครับป้ามณีแดง
หูย....ป้าไปเอาจากไหนเนี่ย...น่าเอามาลองใช้บ้าง
ขอบคุณครับ
อ๋อ...เหรอ
ครับเอื้อย 5555...
เป็นไรเราสองต้องมาโพสต์ต่อกันน้อเอื้อย
สงกะสัยว่าอยู่โซนใกล้ๆกันเนาะ
คืนนี้นอนมุกฯครับเอื้อย เมื่อกี้ไปทานข้าวแลงกับพี่ใหญ่บางทรายมาด้วย ไข่เจียวใส่ผักหวาน แซบหลาย
ป้าแดงคะ
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต
สวัสดีค่ะ พี่ใหญ่
สวัสดีค่ะ อาวปาลี
สวัสดีค่ะ น้องพิชชา
สวัสดีครับ
สมัยนี้วัยรุ่นใช้ สตอเบอลี่ (สตรอเบอรี่)อิๆ
ภาษาเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่น่าอัศจรรย์อย่างหนึ่งของมนุษย์
มีเรื่องน่าสนใจมากมายเกีjยวกับการสื่อความหมายด้วยภาษาพูด
คำจะถูกเปลี่ยนหน้าตาไปเรื่อยๆ โดยมีความหมายเดิมอยู่ (ทฤษฎีวุ้นกะทิ)
ตอนที่ใช้ใหม่ๆ มันดูสดใส คม หรู แต่ใช้ไปนานๆ เริ่มเชย
แล้วคนก็หาคำใหม่ๆ มาอีก
สนุกดีนะครับ ;)