พ่อแสนเข้าร่วมประชุม สัมมนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความเห็น แนวคิดกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆในเรื่องแนวทางการพึ่งตนเองบ่อยๆ มีส่วนสำคัญกระตุ้นให้พ่อแสนคิดและทำในสิ่งเหล่านี้ ในวงสัมมนาไม่เคยพูดเรื่องการทำบ้านค้างคาว บ้านหอยป่า หรือแมงโย่งเย่ง แต่มันมาจากฐานประสบการณ์เดิมของพ่อแสนเอง การพูดคุยกันเพื่อนบ้านอื่นๆนั้นเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการคิดต่อ.

หนึ่งในผู้นำที่ผมจะต้องเยี่ยมเยือนเพื่อแจ้งให้ทราบว่า ผมกลับมาทำงานที่ดงหลวงอีกครั้งแล้ว คือ พ่อแสน วงษ์กะโซ่ ชาวบ้านที่แสนจะธรรมดาแต่สูงส่งด้วยคุณค่าความเป็นคนนักเรียนรู้ธรรมชาติยิ่งนัก ผมเป็นทึ่งกับพ่อแสนจริงๆ ดูซิครับว่า แค่ 3 เดือนที่ไม่ได้พบกัน พ่อแสนทำอะไรบ้าง

 

 1%20local%20signal

 

 

ยากที่พ่อแสนจะมานั่งๆนอนๆอยู่ใต้ถุนบ้านเฉยๆ โน้น..ไปอยู่มุมใดมุมหนึ่งของ สวนป่าครอบครัวพ่อแสนก็มีวิธีให้คนเรียกหาโดยการเอาเศษท่อเหล็กเก่าๆมาผูกไว้ที่โคนเสาเถียง เอาไม้ที่มีรูปร่างคล้ายค้อนมาไว้ ใครอยากพบพ่อแสน ก็เอาค้อนไม้เคาะท่อนเหล็ก พ่อแสนได้ยินเสียงก็จะออกมาพบ .. นี่คือเทคโนโลยี่พื้นฐานชายป่าดงหลวง ผม..หละอมยิ้ม.. พ่อแสนนะพ่อแสน ช่างคิดเสียจริงๆ

 

2%20%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%201 

 

 

เราต่างดีอกดีใจกันพักหนึ่ง พ่อแสนถึงกับบอกว่า ตอนอาจารย์ส่งจดหมายล่ำรานั้น ดีแล้ว หากอาจารย์มาด้วยตัวเองผมคงอดใจไม่ได้  แค่อ่านจดหมายลาไม่ทันจบก็น้ำตาตกซะแล้ว.. พวกเราเป็นซึ้งจริงๆ ที่พ่อแสนแสดงความผูกพันเช่นนั้น

 

 3%20%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%202

 

ที่ห้องครัวเปิดโล่งแบบฉบับบ้านนอก ดูแล้วก็รู้ว่า ความเรียบง่ายนี้คือความพอเพียงตามสภาพ ที่สิ่งประกอบการดำรงชีวิตนั้นไม่ได้เพื่อความสวยงามหรือฟุ่มเฟือย หรู เริดแต่อย่างใด  ก็คงเหมือนๆกับชนบททั่วไป เตาหุงต้มอาหารแบบนี้ ใช้ฟืนที่หาได้แสนง่ายจากการตัดกิ่งไม้ในสวนป่าที่เกินความจำเป็นออกไป เมื่อทิ้งไว้แห้งดีแล้วก็เก็บเอามาทำฟืน เตาฟืนที่มีควันมีประโยชน์หลายอย่าง คนโบราณรู้มานานแล้ว ว่าหลังคาที่รมควันไฟนั้นไม่ค่อยผุง่าย มดมอดไม่มากินเนื้อไม้ และหากจะเก็บเมล็ดพืชพันธุ์ต่างก็เอามาห้อย มาแขวนไว้ใกล้ๆ ควันไฟที่มารมเมล็ดพันธุ์พืชนั้น คือการเคลือบสารธรรมชาติที่มดแมลงไม่มาเจาะแทะให้เสียหาย เมื่อถึงฤดูเพาะปลูกก็มาเอาไปใช้ได้เลย  ไม่ต้องไปเก็บรักษาในภาชนะใดๆให้เปลืองไปอีก ..ฯ...

 

 5%20bat%201

 

ผมเดินไปเห็นท่อนลำไม้ไผ่สามสี่ลำ จึงถามพ่อแสนว่า เอามาทำอะไร ?

 

พ่อแสนเดินเข้ามาจับมือผมแล้วกล่าวว่า ..อาจารย์จำที่ผมเล่าเรื่องค้างคาวป่าตัวเล็กๆที่บินมาอาศัยขื่อที่นอนผมแล้วฉี่ พร้อมถ่ายมูลลงมาบนหลังคามุ้งผมได้ไหม 

 

ผมจำได้พ่อแสน..

 

เดิมผมไล่ตีมัน.. แต่ภายหลังผมรู้ว่าค้างคาวมีประโยชน์ ผมก็เอาพลาสติกไปครอบหลังคามุ้งแล้วเก็บมูลมันมาเป็นปุ๋ยต้นไม้ชั้นเลิศ  มันกินแมลงกลางคืนที่เป็นศัตรูต้นไม้ผมด้วย..  ผมจึงคิดต่อไปว่า จะทำอย่างไรให้มันมาอยู่มากๆ จะได้มูลมากๆ และไม่จำเป็นต้องมาอยู่บนขี่อบ้าน ให้มาอยู่ตรงไหนก็ได้ที่ผมต้องการให้มันอยู่ 

 

นี่ไงครับอาจารย์..กระบอกไม้ไผ่นี่แหละ ผมจะทำเป็นบ้านอาศัยให้มัน แล้วเอาไปแขวนไว้ตามที่ต่างๆในสวนป่าผม  ผมจะเจาะทะลุกลางปล้องไม้ไผ่ เอาไม้เล็กๆขนาดตะเกียบเสียบเข้าไปเพื่อให้เป็นคอน ให้ค้างคาวเกาะ แล้วเอาไปห้อยตามต้นไม้ ตามชายคาบ้าน หรือที่ไหนๆที่ผมอยากให้ค้างคาวอยู่อาศัยเพื่อให้มันถ่ายมูลลงมาเป็นประโยชน์แก่ต้นพืช.. นี่ผมยังทำไม่เสร็จครับ..พ่อแสนกล่าวทิ้งท้าย..

 

ผมนึกถึงความช่างคิดช่างสังเกตของพ่อแสนที่มีต่อธรรมชาติ และเอาสรรพสิ่งนั้นมาใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีวิตแบบง่ายๆ ที่เราไม่เคยคิด

  

ผมและเพื่อนๆเดินไปในสวนป่าพ่อแสนอีก เห็นท่อน้ำปูนซีเมนต์ตั้งอยู่ดังภาพ แถมมีก้อนหินทับปิดอยู่

 

ผมถามพ่อแสนว่าท่อนั่นทำอะไรครับ..

 

พ่อแสนบอกว่าอาจารย์ไปดูเองซิ.. ทึ่งจริงๆ..นี่คือท่อเลี้ยงหอยป่า ชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านนิยมเอามาประกอบอาหาร มีเรื่องขำๆที่ทึ่ง..คือ พ่อแสนตั้งใจจะเอาท่อนี้มาเป็นที่เลี้ยงหอยจริงๆ ก็เอามาตั้งไว้ในสวนป่า แล้วตั้งใจว่าจะไปหาหอยป่ามาใส่ พ่อแสนบอกว่า ผมตั้งท่อนั้นไว้ 3 วัน ก็ไปหาหอยป่ามาได้จำนวนหนึ่ง จะเอาไปใส่ท่อเมื่อเปิดหินที่ปิดให้กว้างขึ้นพบว่า มีหอยป่าที่ผมต้องการจะเลี้ยงมัน เข้ามาอยู่เองสองตัว..?? ทึ่ง..ทึ่ง..

 

 6%20snail%201

 

 

ผมถามต่อว่า พ่อแสนคิดได้อย่างไรว่าไอ้ท่อที่เอามาตั้งๆนั้นหอยจะชอบอยู่ จะเป็นบ้านที่หอยชอบ.. 

 

อาจารย์ สมัยก่อนผมเข้าป่าไปเห็นโพลงต้นไม้ใหญ่ ในโพลงนั้นมักจะเป็นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิด หนึ่งในนั้นคือ หอยป่าชนิดนี้  เราก็เก็บเอามากิน  โพลงไม้นั้นมักจะมืด อยู่ในป่า ผมก็ทำเลียนแบบ ซี..เห็นไหมแค่สองสามวัน หอยในธรรมชาติก็เข้าไปอยู่ในท่อนั้นเอง แสดงว่าใช้ได้ผล...พ่อแสนยิ้มแฉ่งอีกครั้ง..

 

เดินชมสวนป่าพ่อแสนไปอีกหน่อยก็พบ เคสซิ่งคือท่อปูนซีเมนต์ที่เอามาใช้ทำส้วมซึม วางอยู่มีแผ่นปูนปิดทึบ ข้างๆเจาะเป็นช่อง แถมมีกองดิน ปูลาดขึ้นไปจนถึงช่องนั้น

 

 7%20insect%20house

 

 

อะไรอีกล่ะพ่อแสนครับ ผมถามพ่อแสนอีก..

 

พ่อแสนยิ้มฟันขาว แล้วกล่าวว่า เรื่องที่ผมเล่าให้อาจารย์ฟังแต่กี้นี้ว่าสมัยเข้าป่าและพบโพลงต้นไม้ใหญ่ที่มีสัตว์หลายชนิดไปอาศัยอยู่นั่นน่ะ นอกจากหอยแล้วก็มีแมงชนิดหนึ่ง ชาวบ้านเรียก "แมงโย่งเย่ง  มันคล้ายๆจิ้งหรีด แต่สีออกขาวกว่า ไม่ใช่จิ้งโก่ง มันเป็นแมงโย่งเย่ง เอามาคั่วกินอร่อยนัก  ตอนออกป่าเมื่อเห็นโพลงแบบนี้ก็จะเอาไฟเผาเข้าไปในโพลง เจ้าแมงโย่งเย่งที่มันอาศัยในโพลงสูงขึ้นไปโดนความร้อนก็หล่นลงมาตายกองเป็นกิโล ...

 

สมัยนี้ไม่มีแล้วหายาก แต่ชาวบ้านยังอยากหากินอยู่ ผมก็นึกว่า ทำบ้านให้มันซี เหมือนหอย เหมือนค้างคาว เดี๋ยวก็รู้ว่าได้ผลหรือไม่ พ่อแสนอธิบายไปแบบใจเย็นๆ และดูเชื่อมั่นในความคิดเช่นนี้....

 

ผมไม่ได้ไปเปิดดู

 

พ่อแสนก็บอกว่ายังไม่ได้เปิดดู ปล่อยมันไปนานๆก่อนค่อยไปดู  เราไม่ได้รีบอะไร เราไม่ได้คิดเอาไปขายเอาเงินทองอะไร  แค่ทำเพื่อมีกิน  หากมันมาอยู่มากมายจริงๆใครมาซื้อก็ขาย พี่น้องมาขอกินก็จะให้..

 

~-~-~-~-~-~

 

สามเดือนที่ผมไม่ได้พบ พ่อแสนไม่ได้หยุดนิ่ง คิดค้นหาสิ่งที่เคยมีอยู่ในธรรมชาติมาใส่ในสวนป่าครอบครัว เราเป็นคนภายนอกมีวิถีชีวิตอีกแบบหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าพ่อแสนจะคิดและทำในเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร 

 

จากการพูดคุย เราพบว่า ชาวไทโซ่ท่านนี้แตกต่างจากไทโซ่ท่านอื่นๆพอสมควร ที่ใช้ประสบการณ์จากการคลุกคลีป่าในอดีตมาสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่ออยู่เพื่อกินในสวนป่า โดยเอาหลักธรรมชาติของสิ่งต่างๆนั้นมาสร้างขึ้นใหม่ 

 

จากการที่พ่อแสนเข้าร่วมประชุม สัมมนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความเห็น แนวคิดกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆในเรื่องแนวทางการพึ่งตนเองบ่อยๆ มีส่วนสำคัญกระตุ้นให้พ่อแสนคิดและทำในสิ่งเหล่านี้  ในวงสัมมนาไม่เคยพูดเรื่องการทำบ้านค้างคาว บ้านหอยป่า หรือแมงโย่งเย่ง แต่มันมาจากฐานประสบการณ์เดิมของพ่อแสนเอง การพูดคุยกันเพื่อนบ้านอื่นๆนั้นเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการคิดต่อ..

 

นี่คือจุดเด่นของชาวบ้านท่านนี้ พ่อแสน วงษ์กะโซ่ นักธรรมชาติวิทยาชาวบ้าน...แห่งดงหลวง