การเป็นผู้บริหารที่ดี
จากการเข้าอบรม การจัดการแก้ปัญหาและตัดสินใจ วิทยากรได้มีคำพูดหลายๆคำซึ่งทำให้ได้คิด เกิดคลิก ทำให้หันมาดูตัวเอง ... เพื่อที่จะพัฒนาตน ในด้านต่างๆ...ทั้งทางโลกและทางธรรมค่ะ ลองมาดูนะค่ะ ... ว่าจะมีคำพูดใดที่ "คลิก" ท่านบ้างมั้ย
ผู้บริหารต้องคิดนอกกรอบ คิดสร้างสรรค์ มีจิตนาการ
โจทย์เดียวมีหลายคำตอบ แต่ละคำตอบมีเหตุและผลของผู้ตอบทั้งสิ้น
และคำตอบเดียวอาจมาจากหลายโจทย์
ต้องไม่คิดว่าตนเองถูกคนเดียว แล้วคนอื่นผิดหมด
ต้องให้เกียรติวิธีคิดของแต่ละคน ต้องฟังทุกคนด้วยความเข้าใจ เห็นใจ ใส่ใจ ให้โอกาสทุกคนมากขึ้น
คนทุกคนอยากมีคนที่เข้าใจ และรอให้ใครๆมาเข้าใจ
ดังนั้น เราต้องแสดงให้เขาเข้าใจว่าว่าเราเข้าใจเขา
การทำงาน การที่มีคนดี คนเก่ง ยังไม่พอ ต้องให้กล้าด้วย
กล้าที่จะพูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่การพูดเพื่อประโยชน์แก่ตน หรือแก่พวกพ้อง
ผู้บริหารต้องสร้างบารมี การสร้างบารมีทำได้โดย การคิด การพูด การทำเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ... แต่เมื่อใดที่ทำ หรือคิดเพื่อประโยชน์ส่วนตนแล้วบารมีจะหมดไป
Position is given, Respect is earned
การบริหารไม่ควรบริหารให้ลูกน้องกลัว เพราะจะทำให้ไม่ได้รับทราบความจริงจะทำให้ได้ข้อมูลที่ผิดพลาด ดังนั้นควรชอบลูกน้องที่กล้าพูด กล้าถาม กล้าเถียง กล้าสรุป เพื่อองค์กร เพื่อส่วนรวม
การถาม การถกเถียงจะช่วยให้เกิดแนวคิดที่ตกผลึกและมั่นคง และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ลูกน้องประเภท...ถูกครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน ... ไม่ควรสนับสนุน
ลูกน้องที่ดีควรบริหารนาย ให้มีความเชื่อมั่นในตัวเรา
ผู้บริหารต้องบรรลุนิติภาวะ (Maturity)
1. ด้านความคิด – ฟังได้ทุกความคิดเห็น ไม่อคติ
2. ด้านพฤติกรรม – ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ฟัง เมื่อไหร่ตาม เมื่อไหร่นำ
3. ด้านอามรมณ์ – ต้องมีอารมณ์มั่นคง ไม่ตื่นตูม ไม่ฉุนเฉียว ไม่งอน
การที่จะ Maturity ได้ต้องมี 4 เสาที่แข็งแรง
1. Fact Base – ต้องมีข้อมูลที่เป็นความจริง ไม่หูเบา ไม่ใช้อารมณ์
2. Perception Base – ต้องฟังข้อมูลทั้ง 2 ฝ่าย + และ –
3. Knowledge Base – ต้องมีความรู้ หาความรู้เสมอ ต้องรู้ว่ารู้หรือไม่รู้
4. Believe Base – หาความรู้ที่แท้จริงก่อนที่จะเชื่อ ต้องมีเหตุผลที่จะเชื่อ
การทำงานต้องทำด้วยภูมิปัญญาใหม่ที่ทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น แบบที่เรียกว่า Work Smart ไม่ใช่ Work Hard
อย่าให้คำพูดของใครมาสะเทือนหัวใจของเรา
การบริหาร คือการ dance บนเวทีที่เราออกแบบเอง
คนเราเกิดมาเพื่ออะไร
เกิดมาเพื่อใช้กรรมให้หมดไป จึงควรทำความดีโดยลด กิเลส ตัณหา อวิชชา และอุปทาน ... ทุกอย่างเป็นสิ่งสมมุติ
สมาธิ สติ ปัญญา ทำเพื่อส่วนรวม
สวัสดีค่ะ อาจารย์ พี่แป๋ว
สวัสดีค่ะ น้องมณีแดง คนสวย แซ่เฮ
ชวนเขามาอ่านดีมั้ยค่ะ ... อิอิ
พี่เองพยายามทำหลายข้ออยู่ค่ะ มีทั้งสอบตก และสอบผ่าน ยังไม่กล้าคำนวนค่ะ ว่าตกกับผ่านอันไหนมากกว่ากัน...อิอิ
ขอบคุณค่ะ
เรียน อาจารย์แป๋ว
ดีมากเลยค่ะ สิ่งที่กำลังทำอยู่ก็มีหลายอย่างที่ตรงกับที่อาจารย์เสนอมา สิ่งที่ยากคือทำอย่างไรทุกคนอยากจะ dance ไปพร้อมๆ กับเรานะคะ
สุดยอดเลยครับ
ถ้าผู้บริหารทุกคนเป็นแบบนี้ ลูกน้องคงมีความสุข ผมพยายามดูแลลูกน้องไม่ให้กลัว ทั้งๆที่เวลาประชุมกันผมมักจะให้เขาวิพากย์วิจารณ์ผมได้ ก็ไม่มีใครกล้า เพราะลูกน้องกลัว อิอิ มีอยู่วันหนึ่งลูกน้องมาบอกว่า หัวหน้าไม่ค่อยยิ้มเลย ก็เลยรู้ตัวเองว่า ทุกวันเราทำงานเหนื่อยมากจนความเครียดขึ้นสูง อยากจะให้งานมันดี อยากจะบริการประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรม แต่เราไม่ได้มองหน้าตัวเองว่าเราจริงจังกับชีวิตเกินไปหรือเปล่า บางทีบทความนี้จะเป็นประโยชน์กระตุกต่อมหัวหน้า(ผู้บริหาร)ให้กลับมาสำรวจตัวเองได้เป็นอย่างดีครับ
อ.แป๋วครับ
ผมเอามาทบทวนตัวเอง ดีจังเลยครับ
มีสิ่งหนึ่ง ขาดบางสิ่ง หรือบกพร่องบางช่วงเวลา
ดูจะไม่สมบูรณ์ตลอดนะครับ
เพราะว่าเราเป็นคนที่ยังไม่มั่นคงนั่นเอง อิอิ..
ขอบคุณครับ
ผมว่าคนจะเป็นผู้บริหาร ไม่ควรมีชีวิตขึ้นกับคำว่า "ต้อง" ครับ
อันนี้ไม่ได้หมายความว่าควรจะได้สิทธิพิเศษอะไร แต่ในองค์กรต่างๆนั้น มีบริบท/ข้อจำกัด/ทรัพยากรไม่เหมือนกัน หมายความว่าสิ่งต่างๆที่เราคิดว่าดีนั้น บางทีอาจปฏิบัติไม่ได้ในองค์กรที่ต่างกันครับ
ผมเห็นด้วยว่าผู้บริหารที่ดี ต้องมีความมั่นคงทางความคิด/พฤติกรรม/อารมณ์ ถ้าเพิ่มได้ ผมอยากเพิ่มว่า ยืนอยู่บนความเป็นจริงและประโยชน์ขององค์กรครับ
อาจารย์ลองแวะไปตรงนี้หรือยังครับ
เรียน อาจารย์โสภนาที่เคารพค่ะ
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ ... แป๋วเองก็บริหารแบบไม่ได้เรียนบริหารมาค่ะ อาศัยเรียนรู้จากการอ่านหนังสือ เรียนรู้จากการอบรม เรียนรู้จากผู้บริหารที่อยู่เหนือเราขึ้นไป และเรียนรู้จากที่นี่ค่ะ ... เคยถามพนักงานของบริษัทหนึ่งค่ะ ว่าทำอย่างไรเขาจึงรักองค์กร และทำงานเพื่อองค์กร...เขาบอกว่า ผู้บริหารของเขาเห็นความสำคัญของเขา เขารู้สึกว่าทุกคนล้วนเป็นพระเอก นางเอก รวมทั้งเขาเองได้มีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อองค์กรของเขาค่ะ......
สวัสดีค่ะท่านอัยการ
ขอบคุณมากค่ะ...เคยเจอแบบนี้เหมือนกันค่ะ คือมีอยู่วันหนึ่ง มีเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งเข้ามาหาพร้อมกับบอกว่า น้องๆเขาให้มาถามว่างานสัมมนาที่เราจะจัด.... เพราะน้องๆเขาไม่กล้าเขามาถาม...ช็อคค่ะ..... จึงต้องสืบหาความจริงค่ะ เพราะเราเองก็รู้สึกและคิดว่า เราไม่เห็นจะน่ากลัวเลย ใจดีออก...แหะๆๆๆ...ผลสรุปได้ว่า โดยธรรมชาติแล้ว เจ้าหน้าที่ไม่ค่อยกล้าคุยกับผู้บริหาร ไม่ว่าจะใจดีแค่ไหน ก็ยังคงรักษา ระยะห่าง ไม่กล้าเข้าไปพูดคุย หรือสนิทสนมด้วยค่ะ... อันนี้หมายถึงในระบบราชการนะคะ เอกชนไม่ทราบค่ะ
แต่ไม่ว่าจะเกิดกรณีอย่างไร เราก็ต้องมองดูตัวเราเองด้วยใช่มั้ยค่ะ?
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
ขอบคุณมากค่ะ...เป็นอย่างไรบ้างค่ะ รู้สึกอบอุ่นมั้ยค่ะ ที่ได้กลับสู่บ้านเดิม มุกด์ ...
ไม่ว่าจะโดยทางทฤษฎี หรือทางปฏิบัติ คงไม่มีอะไรที่เป๊ะๆ ตายตัวใช่มั้ยค่ะ แต่ละองค์กร ก็มีลักษณะ พฤติกรรม และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป ... อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับ สิ่งที่เรียกว่า "ปัญญา" ของผู้บริหารแหละค่ะ ว่า จะจัดการบริหารองค์กรของตนเองอย่างไร จะใช้วิชาขาด วิชาการ วิชาเกิน และวิทยายุทธ อย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด...เพราะดีที่สุดคงไม่มีค่ะ...
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
อาจารย์บอกว่า
โดยธรรมชาติแล้ว เจ้าหน้าที่ไม่ค่อยกล้าคุยกับผู้บริหาร ไม่ว่าจะใจดีแค่ไหน ก็ยังคงรักษา ระยะห่าง ไม่กล้าเข้าไปพูดคุย หรือสนิทสนมด้วยค่ะ... อันนี้หมายถึงในระบบราชการนะคะ เอกชนไม่ทราบค่ะ
พี่อยู่ทั้งระบบ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนค่ะ พี่รักษาระยะห่างพอควรอยู่เสมอค่ะ ไม่ใกล้ไปและไม่ห่างไป พี่สบายใจตรงนี้เสมอตลอดมา สาเหตุ เพราะเป็นคนค่อนๆไปทาง task oriented ค่ะ 60%
อีก40%เป็น Relationship Orientedค่ะ
สวัสดีครับ paew
ขอบคุณครับอาจารย์ ชอบ ๆ :)
สวัสดีค่ะ คุณ Conductor
ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ลิงค์ (อาจารย์ลองแวะไปตรงนี้หรือยังครับ) ที่ให้มานี้แวบไปดูอยู่เป็นระยะๆ ค่ะ ชอบมากค่ะ เพราะแป๋วไม่เคยเรียนบริหารเลยค่ะ และที่นี่ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารดีมากๆ ค่ะ น่ารวมเล่มนะค่ะแบบที่พี่ศศินันท์ แนะนำในบันทึกล่าสุดค่ะ (ใครๆก็เป็นนักเขียนได้ เขียนบล็อก และพิมพ์ออกมา เป็นรูปเล่มสวยๆ และอาจวางขายได้จริงๆนะคะ(แต่ต้องศึกษาลงลึกในรายละเอียดให้มากๆก่อน เพราะยังเป็น beta testing) ได้แรงบันดาลใจใหม่เอี่ยมมาแล้วค่ะ )
คนจะเป็นผู้บริหาร ไม่ควรมีชีวิตขึ้นกับคำว่า "ต้อง" ...อันนี้ไม่ได้หมายความว่าควรจะได้สิทธิพิเศษอะไร แต่ในองค์กรต่างๆนั้น มีบริบท/ข้อจำกัด/ทรัพยากรไม่เหมือนกัน หมายความว่าสิ่งต่างๆที่เราคิดว่าดีนั้น บางทีอาจปฏิบัติไม่ได้ในองค์กรที่ต่างกันครับ
เห็นด้วยมากค่ะ เพราะว่าแต่ละองค์กรไม่เหมือนกัน บางอย่างใช้กับองค์กรหนึ่งเหมาะสม แต่ใช้กับอีกองค์กรไม่ได้ ... ไม่มีอะไรที่บอกว่าดีที่สุด แต่มีที่เหมาะสมที่สุดกับแต่ละที่ได้ ใช่มั้ยค่ะ?
ผมเห็นด้วยว่าผู้บริหารที่ดี ต้องมีความมั่นคงทางความคิด/พฤติกรรม/อารมณ์ ถ้าเพิ่มได้ ผมอยากเพิ่มว่า ยืนอยู่บนความเป็นจริงและประโยชน์ขององค์กรครับ
เห็นด้วยอย่างที่สุดค่ะ ...บริหารอยู่บนฐานของความจริงและประโยชน์ขององค์กร...
สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์
พี่อยู่ทั้งระบบ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนค่ะ พี่รักษาระยะห่างพอควรอยู่เสมอค่ะ ไม่ใกล้ไปและไม่ห่างไป พี่สบายใจตรงนี้เสมอตลอดมา สาเหตุ เพราะเป็นคนค่อนๆไปทาง task oriented ค่ะ 60% อีก40%เป็น Relationship Orientedค่ะ
การรักษาระยะห่างตามที่พี่ปฏิบัติ ทำให้ได้ข้อคิดเลยค่ะว่า การที่ผู้บริหารสนิทสนมกับผู้ใต้บังคับบัญชามากไป ก็อาจเกิดปัญหาในการทำงานได้ เพราะเมื่อสนิทมากไป การใช้งาน หรือการให้ความดีความชอบอาจไม่อยู่บนฐานของผลงาน หรือความถูกต้อง แต่อาจอยู่บนฐานของความถูกใจแทน หากคนที่สนิทสนมทำอะไรผิดขึ้นมาการลงโทษก็จะทำได้ลำบาก แต่หากทำความชอบก็จะดูชอบเกินความจริงได้... ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ Wasawat
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ...ตามไปอ่านแล้วค่ะอาจารย์ รายงานการประชุมมหาวิทยาลัยของอาจารย์ ... อ่านแล้วก็พยายามไม่ตัดสิน ไม่เปรียบเทียบ แต่เอาใจช่วย และเป็นกำลังใจให้อาจารย์ ทำเพื่อองค์กรต่อไป เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่บุคคลากรรุ่นใหม่ และหวังว่าวัฒนธรรมองค์กรจะเปลี่ยนไปค่ะ ... ขอบคุณค่ะ
ขอบพระคุณค่ะพี่แป๋ว แต่หนิงยังไม่ได้เป็นผู้บริหารหรอกนะคะ หัวหน้าก็ยังไม่ใช่ ถึงแม้ว่าปีนี้ สกอ.จะ อนุมัติงบจ้าง นักวิชาการศึกษาเพิ่มให้เรา DSS@MSU อีก 1 ตำแหน่ง (รวม 2 ) ก็ตาม
แต่...นะ !!
อยากให้...(...) อ่านจัง
สวัสดีค่ะ อ.ภาวดี
ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยนะค่ะ ที่ช่วงเดือนก.พ ไม่ได้ไปขอนแก่น เลยไม่ได้มีโอกาสไปพบอาจารย์เลยค่ะ (แค่ก็คิดถึงนะค่ะ) แต่วันที่ 8-10 เมษายน ไปขอนแก่นแน่นอนค่ะ เพราะไปประชุมวิชาการของ ศ.ดร เมธาค่ะ เดียวไปทานแหนมเนืองกันนะค่ะ
ชอบประโยคนี้ค่ะพี่แป๋ว
Work Smart ไม่ใช่ Work Hard
จริงมากๆ เลย ต้องรู้จักกะเกณฑ์ ไม่มีอะไรดีทั้งหมด หรือเสียทั้งหมด ขวาจัดก็ไม่ดี ซ้ายจัดก็ไม่ดี ต้องมัชฌิมาปฏิปทานี่แหละค่ะถึงจะดี แล้วก็ควรจะต้องรู้ด้วยว่าบางอย่างก็สมมติกันไปเองทั้งนั้น ^ ^ (พอดีเพิ่งไปอ่านบันทึกพี่หน่อยมาค่ะ)
ทำงานหนัก รักษาสุขภาพนะคะพี่แป๋ว ^ ^
สวัสดีค่ะ อ.ภาวดี (เรียกเหมือนเดิมค่ะ)มาเยี่ยมอาจารย์ทาง blog แล้วนะคะ ธรรมะ คือ ธรรมชาติ ถ้าเราทำอะไรที่ไม่ฝืนธรรมชาติ ก็จะรู้สึกสบายใจ ทุกคนทำตามหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบก็จะดีมากๆ โลกจะได้ไม่สับสนวุ่นวายขนาดนี้ จุ๋มพยายามจะเป็นคนดีตามหลักธรรมะของพระพุทธเจ้าตลอดค่ะ อาจารย์ดูแลสุขภาพนะคะ ทานข้าวให้ตรงเวลา(ไม่ใช่เวลาหิวนะ)อย่าทำงานดึกเกินไป เดี๋ยวมีเพื่อนสัตว์โลกมาเยี่ยมอีกนะคะ (จริงๆแล้วเค้าคงมีแผนอยากให้ อ.กลับบ้านไวๆ ต่างหาก)