เดี๋ยวนี้ผู้คนสนใจที่จะพูดถึงการที่หญิงไทยชอบมีสามีฝรั่งกันมาก  โดยเฉพาะสาวไทยทางภาคอีสาน  ภาพที่หลายคนชินตาจนนำไปพูดกันทั่วไปก็คือภาพฝรั่งสวมกางเกงขาสั้นสวมเสื้อสบาย ๆ คู่มากับหญิงไทยตัวเล็ก ๆ ดำ ๆ ซึ่งมองอย่างสายตาคนทั่วไปก็จะเห็นได้ว่าหญิงเหล่านั้นหน้าตาแสนจะธรรมดา 

หลายคนที่มีการศึกษาได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองพอสมควร  ก็มักจะคิดแว้บไปถึงว่าคู่รักต่างผิวพรรณเหล่านี้จะต้องพบกันที่ พัทยา  ภูเก็ต  หรือสถานท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่มีลักษณะเหมือนพัทยาภูเก็ต  

ผมเคยได้ยินบ่อยครั้งที่ในวงสนทนา  สัมมนา  หรือในเวบ  เกี่ยวกับคำพูดที่เด็กหญิงชาวอีสานระดับประถมโตขึ้นอยากมีสามีฝรั่ง  เพื่อที่จะได้มีบ้าน  มีรถ  ให้พ่อแม่อยู่สบาย ในวงสนทนาต่าง ๆ มักจะสรุปอย่างเป็นห่วงว่าเป็นปัญหาทางสังคม  ปัญหาทางการศึกษา  ปัญหาการไหลบ่าทางวัฒนธรรมตะวันตก ปัญหาการบริโภค ฯลฯ สาระพัดการมองปัญหาตามจุดมองของวงสนทนานั้น ๆ  

                                                                                     

                                 ( ภาพจากwww.pattayadailynews.com) 

ผลสรุปหนึ่งที่ชอบสรุปตรงกัน  ก็คือการมองว่าเด็กหญิง-เด็กสาวเหล่านี้คิดผิด  เป็นปัญหาของสังคม  น่าเป็นห่วง ฯลฯ  แต่เดี๋ยวนี้เชื่อหรือไม่ครับ ที่ภาคอีสานครอบครัวที่มีบ้านช่องใหญ่โต  หรือได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่  เป็นองค์มหากฐินถวายวัดบ้านนอก  ที่มีหมอลำคณะใหญ่ที่ชาวบ้านรอคอยอยากชม  มีเงินถวายวัดเป็นหมื่นแสน  เป็นที่โมทนาสาธุกันทั่วไป  เดี๋ยวนี้ก็เป็นที่รู้กันได้เกินครึ่งว่าครอบครัวนั้นต้องมีเขยฝรั่ง

และเขยฝรั่งที่ว่านี้นิสัยดีครับ  รักญาติพี่น้อง รักถิ่นฐานบ้านเกิดของภรรยาคนไทย  และมีผลสำรวจมาแล้วว่าเศรษฐกิจโดยรวมของชาติกระเตื้องขึ้นเพราะเขยฝรั่งเหล่านี้มีส่วนอยู่ในระดับที่วัดได้  ส่วนภรรยาคนไทยก็มีทั้งที่สวยจริง ๆ และหน้าตาปกติ ๆ ซึ่งพอสรุปได้ว่าหญิงสาวทุกหน้าตามีสิทธิ์ได้สามีต่างชาตินี้ทั้งสิ้น

ผมมีข้อสังเกตดังนี้ครับ

1. เราสังเกตุหรือไม่ว่า  ฝรั่งส่วนมากเขาชอบสาวไทยคนที่คนไทยด้วยกันก็ว่าไม่สวย ดำ ๆ ตัวเล็ก ๆ จมูกไม่คม หน้าตามาจากอีสาน ฯลฯ  ในสังคมเมืองไทยพวกหล่อนน้อยมากที่จะได้มีโอกาสสร้างบ้านให้พ่อแม่  มีรถกะบะให้พ่อใช้  มีรถอีแต๊ก  อีแต๋น ซื้อหรือไถ่นาคืน ฯลฯ จาก "หยาดเหงื่อ" ของหล่อนและลูกเขยฝรั่ง.. ในสังคมทั่ว ๆ ไปคงมีคนไม่น้อยที่คิดว่าพวกหล่อนไม่เหมาะแม้กระทั่งกับงานคนใช้ที่บ้านของตัวเอง

2. กรณีย์เด็กหญิงบอกว่าอยากแต่งงานกับฝรั่ง  คงต้องมองที่บริบทของเด็กนั้น ๆ ว่า  พวกหนู ๆ เกิดมาในภาวะสังคมไทยที่แทบมองไม่เห็นอะไรที่พอจะเป็นความหวังได้ในอนาคต  ไม่ว่าสภาพคนหนุ่มบ้านตนเอง (ชายไทยที่น่าจะพอแต่งงานได้) เรียนจบมาไม่มีงานทำ  มีชีวิตลำบาก  อยู่ไปวัน ๆ.. เด็ก ๆ เหล่านนี้เจนตากับภาพเหล่านี้  จนคิดไม่ออกว่าอนาคตตนเองจะไปได้ยังไงกับคนไทยด้วยกัน  ในขณะที่พบว่ารุ่นพี่หน้าตาไม่จำเป็นต้องดีเสมอไปได้สามีฝรั่งมีความสุข  มีทรัพย์สินให้พ่อแม่และไม่รังเกียจลูกจากคนไทยสามีเก่า 

3. คนที่ประสบความสำเร็จในอาชีพปัจจุบันในสังคมบ้านเรา  ไม่ว่า  เป็นข้าราชการหรือเอกชนนักธุรกิจ  อาจมีมุมมองหญิงที่มีสามีฝรั่งในอีกทางหนึ่ง  เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข หรือคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย  แต่เมื่อมองอีกมุมหนึ่ง  ในโลกปัจจุบันคงบอกได้ยากว่าใครเล่าที่ไม่มีจิตใจเอนเอียงไปทางตะวันตก  ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง  เช่น  ดาราเห่อมีแฟนฝรั่ง  เทรนที่งามของวงการสังคมชั้นสูงก็ต้องเป็นอย่างฝรั่ง  โมเดลลิ่งฝรั่ง  ในวงการวิชาการถ้าไม่อ้างอิงของฝรั่งก็ไม่มีข้อยุติหรือขาดความสมบูรณ์  สิ่งเหล่านี้หลายคนอธิบายในเชิงความมีอารยะ  เมื่อกลับมามองเด็กหญิงหรือหญิงสาวตัวดำ ๆ เป็นลูกเป็ดผอมขี้เหร่ ๆ หลายรายครอบครัวแตกแยกมีลูกชาย-หญิงอยู่บ้านนอกกับตายาย  ความมีอารยะของลูกผู้หญิงระดับนี้ที่พอจะหวังได้  ก็คงหวังว่าจะพบกับชายฝรั่งที่พอใจพวกหล่อน  ให้พวกหล่อนได้ลืมตาอ้าปากได้  ชาตินี้จะหาสุขใดให้คนในครอบครัวบ้านนอกของพวกเธอได้มากกว่านี้อีกเล่า

4. การสื่อสารที่ข้ามโลกถึงกันก็เป็นส่วนช่วยที่ดีต่อการคิดของเด็กสาวคนไทย ซึ่งคุณเม้ง สมพร ช่วยอารีย์  สรุปได้ดีจากคอมเมนท์ในบันทึก ทำไม..คนไทยถึงชอบแต่งงานกับฝรั่ง ของ อุบล จ๋วงพานิช  ว่าสมัยที่เดินไปไหนมาไหน มีจักรยาน คนก็มันจะแต่งงานกับคนในพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ ประมาณว่าเดินทางไม่ไกลกันถึงกัน (อันนี้เรียกว่าอะไรเครือข่ายท้องถิ่น LAN: Local Area Network) อีกแบบคือ แต่งในระดับเครือญาติ เรือล่มในหนอง ที่เราเรียกว่า ระบบ อินทราเน็ต ภายใน  พอมีรถมอร์เตอร์ไซต์ รถยนต์ คนก็จะแต่งข้ามอำเภอจังหวัด หรือภาคในระดับนั้น (อันนี้เป็นยุคแบบเครืองข่ายระหว่างเมือง ภาค MAN : Metropolitan Area Network) เมื่อมีเครื่องบิน อินเทอร์เน็ต แต่งกันข้ามชาติ เพราะโอาสพบกันนั้นมีมากขึ้น ไปเรียนที่ไกลบ้าน ก็มีโอกาสพบเจอคนอื่นๆ มากกว่าคนในหมู่บ้าน (อันนี้คือ WAN : Wide Area Network)”

บันทึกนี้ผมมิได้มีความเห็นที่ไม่สอดคล้องกับท่านที่เคยพูดเกี่ยวกับคนไทยมีสามีฝรั่งแต่อย่างใด  เพียงแต่อยากเสนอมุมมองหนึ่ง  ทั้งความเปลี่ยนแปลงของโลก  ทำให้คนมีการสื่อสารแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันอย่างนี้  และในที่สุดก็อยากให้คนที่มั่งมีแล้ว สุขแล้วในระดับที่พอใจแล้ว  มองและเข้าใจในอีกด้านหนึ่งของวิธีจัดการชีวิตของคนไทยกลุ่มใหญ่หนึ่งในขณะนี้.