เรานัดพบกัน 4.30 น. ที่มหาวิทยาลัย ในวันที่ 15 มีค. 51 และ กำหนดออกเดินทาง เวลา 5.00 น. เพื่อมุ่งหน้าสู่มหาชีวาลัยอิสาน

    เมื่อวานนี้ 10 มีค. 51 ผมยังคงวุ่นอยู่กับการติดตามตรวจงานนักศึกษา เพื่อเร่งทำเกรดให้เสร็จตามเวลา และจะได้ไม่ต้องมีเรื่องกังวลใจ เมื่อพานักศึกษา ครูพันธุ์ใหม่ ไปเข้าค่ายที่มหาชีวาลัยอิสาน ระหว่าง 15-17 มีค. 51  อย่างไรก็ตามผมมีนัดกับนักศึกษากลุ่มดังกล่าวในช่วงบ่าย เพื่อชี้แจงเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการ ความเป็นมา และการเตรียมตัว 

   เวลาได้เลื่อนไปจาก 13.00 เป็น 15.00 ตามที่ท่านคณบดีได้แจ้งไว้  เมื่อถึงเวลา ท่านคณบดี ผศ.จำรัส  มีกุศล ก็ได้กล่าวท้าวความทั่วๆไป และรอให้นักศึกษามาพร้อมกัน  ผมได้เริ่มพูดคุยก็ปาเข้าไปใกล้ 4 โมงเย็นแล้ว  ผมพยายามชี้ให้นักศึกษาเห็นว่า เราจะได้ประโยชน์อะไรจากการไปร่วมงานนี้  จะได้พบใครบ้าง และชี้ชวนให้ติดตามอ่านบันทึก 2 เรื่องของผม ซึ่งได้เชื่อมโยงไปยัง Blog ของเหล่าวิทยากรที่จะไปร่วมวง ตลอดจน Link ให้ไปอ่านเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับมหาชีวาลัยอิสาน และพันธมิตรในเครือข่าย ทั้งนี้เพื่อให้เขาได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ ท่านเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม และเกิดประโยชน์เต็มที่ 

     นี่ครับ บันทึก 2 เรื่องดังกล่าว

   อย่างไรก็ตาม ผมรู้สึกว่าจะทำหน้าที่ไม่ได้ผลเอาเสียเลย  เพราะสังเกตจากสีหน้า แววตาของแต่ละคนแล้ว ดูจะอ่อนล้า  เสมือนไม่ใส่ใจในเรื่องที่บอกกล่าว  ตัวผมเองก็อดนอนมาหลายคืน ก็ให้รู้สึกล้ามากยิ่งขึ้นตามไปด้วย  ในที่สุดผมอดไม่ได้ จึงเปรยขึ้นว่า "ดูเหมือนพวกเราจะไม่ค่อยสนใจ การไปร่วมกิจกรรมครั้งนี้กันเลย หรืออย่างไร ? "  และแล้วก็มีนักศึกษา 2-3 คนตอบว่า สนใจ  อยากไป  แต่ตอนนี้พวกเขาเหนื่อยมาก  ผมเลยนึกขึ้นได้ว่า นักศึกษาเหล่านี้เพิ่งกลับจากโรงเรียนฝึกสอน และมาเตรียมงานนิทรรศการแสดงผลงานกันมาจนดึกดื่น ตั้งแต่คืนวันที่ 9 มีค. และมานำเสนอผลงาน ทั้งที่นิทรรศการบริเวณหน้าคณะ และนำเสนอบนเวที่ที่อาคาร 15 ชั้น  แถมยังถูกเรียกประชุม อีก 2-3 รอบ และเลือกโรงเรียนฝึกสอนใหม่สำหรับภาคเรียนหน้า  ว่ากันมาทั้งวัน จนมีนัดกับผมตอนเย็น .. ก็เลยถึงบางอ้อ  จึงได้บอกเขาไปว่า เข้าใจแล้ว  และขอให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนได้เลย  เพียงอย่าลืมว่า เรานัดพบกัน 4.30 น. ที่มหาวิทยาลัย ในวันที่ 15 มีค. 51 และ กำหนดออกเดินทาง เวลา 5.00 น. เพื่อมุ่งหน้าสู่มหาชีวาลัยอิสาน  ส่วนจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเอาไว้ไปเรียนรู้จากของจริง คนจริง ในสภาพการณ์จริงๆที่โน่นด้วยกันดีกว่า