เกษตรกรต้นแบบ มีค่ากว่าคำสอน ลุงบุญมา ศรีทองคำ ได้สรุปตอนท้ายจากการประชุมเกษตรสัญจร ไปที่บ้านลุงหวาน เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551 ได้อย่างคมคายว่า.....
การมาดูงานที่บ้านลุงหวาน หลังจากที่ ทุกคนได้พูดคุยถึงชีวิตของลุงหวาน โดยการนั่งสนทนากัน เป็นเวลา 1 ชั่วโมง คือเวลา 10.00 – 11.00 น. แล้ว ว่าลุงหวานเป็นใครมาจากไหน? ผ่านความทุกข์จากการทำนาที่เป็นหนี้สินจำนวนมากมาได้อย่างไร? จากนั้นก็ได้พาพวกเราเดินชมสวนผลไม้ปลอดสาร การจัดการร่องน้ำ เพื่อให้ดูแลต้นไม้ให้อุดมสมบูรณ์ พร้อมทั้งดูเตาน้ำส้มควันไม้ การทำปุ๋ยชีวภาพไว้ใส่ต้นไม้ และทำเครื่องสีข้าวเล็กๆไว้สีข้าวกิน
จากพยานหลักฐานที่เราเห็นนั้น ชี้ชัดว่าลุงหวานนั้นเป็นคนขยันหมั่นเพียร ซึ่งเรื่องนี้หลังจากที่เราเดินดูแล้วมาสรุปกันใต้ต้นส้มโอในสวนลุงหวาน
ลุงอินก็บอกว่า....ลุงหวานนั้นเป็น...มนุษย์พันมือจริงๆ
สำหรับป้ามุ้ยก็บอกว่า...ลุงหวานเป็น...เกษตรเงินล้าน
ทุกคนต่างสรุปตรงกันว่า...ลุงหวานเป็น...คนขยันขันแข็ง ใฝ่รู้ ใฝ่ทำอยู่ตลอดเวลา
จากตัวอย่างที่เห็นนี้ ก็ขอให้กำลังใจกับผู้ที่มาเยี่ยมชม และก็ลุงหวานเองก็ปิติ ปลื้มใจ ลุงหวานย้ำว่าคนเราต้องมีความฝันเป็นของตนเอง และ จะเปลี่ยนนาเป็นสวนและสิ่งที่ทำนี้ยั่งยืนต่อไปให้ลูกหลาน ในอนาคตที่จะสืบทอดภูมิปัญญา และอนุรักษ์ต้นไม้ไว้เพื่อเป็นมรดกและสถานที่ศึกษาดูงานแก่คนทั้งหลาย
และรู้สึกว่าการประชุมสัญจรในลักษณะเช่นนี้นั้นดีกว่าการประชุมในห้องสี่เหลี่ยม ซึ่งรูปธรรมที่เรามองเห็นนั้นจะมีคุณค่า ให้ความรู้ความเข้าใจดี ดีกว่าการอบรมทั่วๆไป เมื่อทุกคนได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันแล้วนั้น คุณค่าใดเป็นสิ่งดี ถ้าทุกคนนำไปปฏิบัติต่อในชีวิตก็จะเกิดผลดีกับตัวเอง รูปแบบเวทีเกษตรสัญจรลักษณะเช่นนี้เป็นสิ่งที่ชมรมเกษตรธรรมชาติ ถือว่าจะต้องดำเนินการในลักษณะเช่นนี้ต่อไป ในทุกๆเดือน และผมจะนำเรื่องราวมาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไปอีกครั้งหนึ่งครับ