การเขียนและทักษะคณิตศาสตร์

บันทึกฉบับนี้ต้องการเสนอผลพัฒนาการของนักเรียนหูหนวกโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช ระดับชั้น ป.1 ที่ได้นำปรัชญาการศึกษาแนววอลดอร์ฟมาใช้ร่วมกับวิธีการสอนแบบสองภาษาสำหรับเด็กหูหนวก ดังนี้

พัฒนาการด้านการเขียนตัวอักษร

                พัฒนาการการเรียนของนักเรียน  มีความแตกต่างกันมากระหว่างเทอม1  และเทอม  2    ซึ่งจากการที่คณะผู้นิเทศ  ประกอบด้วย  ครูสุวรรณา  ครู  Herman  และ  ดร.จิตประภา ให้คำแนะนำและทำการปรับแก้ไขวิธีการสอน เทคนิคการสอน  ทำให้นักเรียน  .1  เข้าสู่ระบบขั้นตอนในการเรียนการสอนตามแผนประสบการณ์มากจขึ้น  รู้จังหวะในการเรียน  จะเห็นว่าตอนเทอม 1  เด็กจะไม่ค่อยได้ในเรื่องของจังหวะ การม้วนหัวตัวอักษร,การเว้นวรรค ,การเว้นช่องไฟระหว่างคำ ,การระบายสี,การวาดภาพ  เมื่อครูนำเทคนิคการสอนต่าง ๆ ที่ได้จากการไปอบรมทำให้ผลงานในเทอม  2  ของนักเรียนดีขึ้นมากทีเดียว

                แต่ครูก็ยังพบปัญหาของเราเองว่าในสมุดการเรียนนั้นต้องให้รูปภาพกับคำที่สอดคล้อง  (ด้วยที่ครูผู้สอนอยากที่จะประหยัดกระดาษ  ทำให้ผลงานของเด็กออกมาสลับหน้าดูไม่ต่อเนื่อง  และได้รับการยืนยันจากคณะผู้นิเทศว่าต้องไปด้วยกัน  เพราะไม่เช่นนั้นเด็กอาจจะเข้าใจผิดได้)

    ผลงานการเขียน

พัฒนาการด้านคณิตศาสตร์

                                การสอนให้เด็กได้จังหวะนั้นมิใช่เรื่องง่าย ๆ  ต้องค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้า    และไม่เร่งเด็กเมื่อไหร่ที่ครูต้องที่จะเน้นว่าเด็กต้องทำให้ได้เด็กเขาจะเบื่อ  (เมื่อได้คำแนะนำจากครูสุวรรณา  และครูวรนาถ  แล้วนำไปทดลองใช้ดู  คือ  การสร้างจินตนาการในเด็กในเรื่องจังหวะ  เช่น  การเล่านิทานเดินแบบทหาร  เด็กรู้สึกดี  ภูมิใจที่เป็นทหาร  ก็จะทำจังหวะได้ดี  หรือการโยนถุงถั่ว  ก็ใช่ว่าจะโยนกันง่าย    ต้องมีจังหวะเหมือนกับการเรียนวอลเลย์บอล  ต้องมีการยืน  การวางเท้า  การย่อเข่า  การยืดตัว  การส่งลูก  การสอนโยนถุงถั่วน่าจะเป็นเช่นเดียวกัน  (ไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือไม่)  ส่วนการแนะนำตัวเลขด้วยภาพ  การเล่นเกมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเส้นจำนวน/ริบบิ้น/การเล่นตารางเส้น/การนับเมล็ดพืช/การนับลูกแก้ว    เด็กจะสนุกและสนใจมาก

                                     ผลงานคณิตศาสตร์