วงสนทนาของกลุ่มเฮฮาศาสตร์ ก็เป็นการสนทนาที่สนุกสนานและได้สาระต่างๆมากมาย

    

 


วงสุนทรียสนทนาแบบธรรมชาติ

 ลุงเอกอ่านตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ก็ท้วงติงมาว่า

 P


1. ลุงเอก
เมื่อ อา. 09 มี.ค. 2551 @ 21:48
570179 [ลบ]
หลอกให้อ่าน เขียนแค่นี้เอง


           เลยต้องรีบเขียนเอาใจแฟนๆบล็อกหน่อย  ยิ่งมีน้อยๆอยู่  อิอิ


           นั่งรถไปพบอาจารย์วิศิษฐ์  วังวิญญู  ที่ห้องนั่งเล่น  หาไม่ยากครับ  เป็นบ้านไม้ที่น่าอยู่  เอามาดัดแปลงเป็นร้านอาหารเพื่อสุขภาพน่านั่งมาก  มีห้องนั่งเล่นแบบนั่งกับพื้นสบายๆ  มีหนังสือไว้ให้อ่านเล่น  เป็นหนังสือดีๆทั้งนั้น  มีมุมจำหน่ายหนังสือและของที่ระลึกของวงน้ำชาด้วย  น่ารักมาก
           อาจารย์ต้อนรับด้วยวงน้ำชาที่โต๊ะใต้ต้นไม้  บรรยากาศร่มรื่น  เราก็เริ่มแนะนำตัวตามสไตล์ ไผ๋เป็นไผ๋  มาทำไม  อาจารย์ก็แนะนำคุณเมคนสวย  นายดิน รูปหล่อและน้องผึ้งคนสวย ( ขออภัยทางวงน้ำชานะครับ  เป็นศัพท์ของชาวเฮฮาศาสตร์ครับ  อิอิ )  อาจารย์ก็เอาของฝากจากพิษณุโลก ( กล้วยตากกับเค็กกล้วยตากตามเคย ) ออกมารับแขกเลย  แถมด้วยคุ๊กกี้เพื่อสุขภาพของทางร้าน  อร่อยมากครับ  เข้ากันกับน้ำชาที่นำมาต้อนรับ  อิอิ  ตอนกินนี่คิดถึงแก่นจัง
           หลังจากแนะนำตัว  ทางเราก็เล่าเรื่องราวต่างๆให้อาจารย์ฟัง ( คนชอบวิ่งก็เล่ามากหน่อย  เค้าเรียกว่ากินพื้นที่คนอื่น 555 )  อาจารย์นั่งฟังอย่างสงบ  ด้วยความสนใจ  มีนายดินและน้องผึ้งร่วมวงสนทนาด้วย  คุณเมก็ยุ่งๆกับน้ำชาและคุกกี้  แต่ถ้าว่างก็มานั่งร่วมวงด้วย
           ประมาณเกือบชั่วโมงที่นั่งคุยกัน  เป็นทางเราเล่าเรื่องราวต่างๆให้อาจารย์ฟังมากกว่า  อาจารย์ก็ชวนเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่น  เรานั่งกับพื้นเป็นวงน้ำชา  เป็นวงสนทนาเหมือนเดิม  มีหมอนอิงให้ด้วย  ใครอยากนั่งท่าไหนก็นั่งได้ตามสบาย  แล้วก็คุยกันต่อ  ได้เนื้อหาสาระมาก  รู้สึกว่าทางอาจารย์ก็มีข้อมูลของทางเรามากพอสมควร  เรียกว่ารู้ทาง  รู้ว่าเราต้องการอะไร  อาจารย์ก็แนะนำให้  เรียกว่าหมดใส้หมดพุงกันเลยหละ
           ใครมีข้อสงสัยหรือมีอะไรค้างคาอยู่ในใจก็ถาม  อาจารย์ก็ตอบแบบตรงประเด็น  นักการหนุ่มที่เครียดและกลัวตั้งแต่ออกจากพิษณุโลกมา  เจอบรรยากาศแบบนี้ก็เริ่มพูดคุยและออกปากถามโดยไม่รู้ตัว  ไม่กลัว  ไม่เครียด  ที่ไม่ค่อยพูดก็เห็นจะมีนายดิน  ที่นั่งฟังด้วยความสนใจ
 
            การพบปะพูดคุยกันในวงน้ำชาตอนบ่าย  เป็นสุนทรียสนทนาที่สมบูรณ์แบบ  ไม่ต้องมานั่งบอกกติกากัน  ไม่ต้องชี้แจงอะไรกัน  ทั้งๆที่ตอนนั่งรถมา  เหล่านักการก็คุยกันว่าจะให้อาจารย์พูดให้ฟังว่าสุนทรียสนทนานั้นเป็นอย่างไร  มีคำถามมากมายเกียวกับเรื่องนี้  แต่พอสนทนากันไปคำถามเรื่องนี้ก็เหลือน้อยมาก  ทุกคนเข้าใจดีจากการปฏิบัติจริง  ได้สัมผัสการรับฟังที่ดี ( Deep Listening )   เข้าใจหน้าที่ของกระบวนกรที่ดี  ที่จะจัดบรรยากาศให้เหมาะกับการเรียนรู้  การสนทนาก็เป็นธรรมชาติมากๆ  รู้สึกสบายๆ  สนุกสนานที่ได้พูดคุยกัน  เอาว่าขนาดนักการหนุ่มที่กลัวมาตั้งแต่พิษณุโลก  ยังสบายใจที่จะพูดคุยซักถามเลย  อิอิ


           คนชอบวิ่งเคยนั่งสนทนากับครูบาสุทธินันท์คนไร้กรอบ ( อ. วรภัทร์ ภู่เจริญ ),  เล่าฮูแสวง ( ดร. แสวง  รวยสูงเนิน ),  อ. Handy  ( อ. พินิจ พันธ์ชื่น ) ฯ  ในวงสนทนาของกลุ่มเฮฮาศาสตร์มาแล้ว  ก็เป็นการสนทนาที่สนุกสนานและได้สาระต่างๆมากมาย  แต่ก็สัมผัสได้ถึงสุนทรียสนทนาที่เป็นธรรมชาติมากๆในบ่ายวันนั้น  เหล่านักการรู้สึกจะตื่นเต้นมากที่ได้นั่งสนทนากับอาจารย์วิศิษฐ์


           นั่งคุยกันเป๊บเดียวก็เย็นแล้ว  คนชอบวิ่งเคยเจออาจารย์ตอนไปวิ่งออกกำลังกายที่สนามบินเก่า  ( เวลาไปเชียงรายก็จะไปวิ่งที่นี่เป็นประจำ )   แต่ไม่ได้ทักอาจารย์เพราะไม่รู้จัก  แต่จำได้เพราะอาจารย์จะแต่งตัวไม่เหมือนใคร  มีเอกลักษณ์ของตัวเอง  คิดว่าอาจารย์คงจะไปออกกำลังกาย  อีกทั้งรบกวนอาจารย์มานานมาก  ประมาณสามชั่วโมงเศษ  เลยชวนอาจารย์ทานอาหารเย็นด้วยกันถ้าอาจารย์ออกกำลังกายเสร็จ  แต่อาจารย์ติดธุระ  เลยไปทานกับนายดินและน้องผึ้ง  เรื่องที่โต๊ะอาหารเย็นจะเล่าในตอนต่อไป  ขออนุญาตนะครับลุงเอกครับ


           เหล่านักการก็จัดแจงซื้อเสื้อวงน้ำชา  และหาซื้อหนังสือที่กลุ่มวงน้ำชาเขียนและตีพิมพ์ไว้  พออาจารย์ถามว่าพรุ่งนี้ว่างไหม  มาทานข้าวเช้าด้วยกันก่อนไปเชียงใหม่สิ  เหล่านักการเกือบร้องไชโยออกมาเพราะดีใจมากที่จะได้คุยกับอาจารย์อีกรอบนึงตอนเช้า  เรียนอาจารย์ว่าจะรีบอ่านหนังสือของอาจารย์ตอนกลางคืน  ถ้ามีข้อสงสัยจะได้ถามอาจารย์ตอนเช้า  อิอิ