เมื่อวานซืนได้มีโอกาสเข้าประชุมรับฟังนโยบายจากท่านอธิการบดี ได้รับฟังแล้วได้ข้อคิดได้กำลังใจมากมายเลยครับ อย่างน้อยทำให้เข้าใจสิ่งที่ตัวเองปฏิบัติอยู่เป็นประจำได้ชัดเจนขึ้น จำได้ว่าสมัยเรียนมัธยม โต๊ะครูสอนว่า หลังละหมาดจะต้องอ่านซูเราะห์ฟาตีฮะห์ และอายัตกุรซีย์ เพื่อให้เราเป็นคนที่รักษาสัจจะ แต่วันซืนท่านอธิการบดีอธิบายได้ชัดเจนมากครับว่ามันมีค่ามากกว่านั่นเยอะเลยครับ
การประชุมเมื่อวานซืนเดิมนัดตอนเช้าครับ แต่ก็เลื่อนมาประชุมตอนบ่าย เนื่องจากตอนเช้ามีแขกมาเยี่ยมท่านอธิการฯ ผมเลยเปลี่ยนกำหนดการเหมือนกัน คือ ออกไปตลาดยะลา แล้วก็หิ้วโน้ตบุ๊คใหม่มาเครื่องหนึ่ง เหตุผลเพราะผมไม่ทางเลือกแล้วครับ เนื่องจากเครื่องที่ส่งซ่อม ไม่มีวี่แววว่าจะซ่อมเสร็จ ในขณะที่เวลาส่งการบ้านกำลังจะหมดเวลา สรุปผมลงทุนไปสองหมื่นห้า เพื่อให้สามารถส่งการบ้านได้ทัน และเดิมตั้งใจจะไปซื้อ compaq ครับ แต่พอไปที่ร้านๆ ก็บอกว่าถ้ายี่ห้อนี้ต้องรอสามสี่วันจึงจะได้เครื่อง ซึ่งแน่นอนครับ ผมรอไม่ได้ ก็เลยเปลี่ยนเป็นเครื่อง acer ซึ่งสามารถหิ้วกลับมาได้เลย
แต่แล้ววันนี้ในตอนกลางวันผมก็ยังไม่ได้ทำงานอยู่ดีครับ เนื่องจากตอนเช้า ผมติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส ปรากฏว่าทำให้เครื่องทำงานช้าแบบที่ไม่สามารถพิมพ์งานได้เลย สุดท้ายก็หิ้วเครื่องไปที่ทำงานเพื่อติดตั้งวินโดว์ใหม่ แล้วผมก็ติดตั้งโปรแกรมไม่สำเร็จ หลังละหมาดวันศุกร์เลยต้องออกตลาดไปให้ร้านเขาติดตั้งให้ เหตุผลที่ผมติดตั้งไม่ได้ก็เพราะเครื่องรุ่นใหม่ๆ เป็นฮาร์ดดิสค์แบบใหม่ที่โปรแกรมวินโดว์ทั่วไปติดตั้งไม่ได้ สุดท้ายเลยใช้วิธีการตีซี้กับช่าง แล้วก็ได้แผ่นโปรแกรมมาเผื่อต้องติดตั้งเองหามีข้อผิดพลาดอีกในคราวหน้า (ใช้เวลาตีสนิทนานครับกว่าจะได้ เพราะช่างพยายามจะบอกว่า กว่าเขาจะได้มาก็นานเหมือนกัน)
ระหว่างคุยกับช่าง ผมก็ได้รับโทรศัพท์ที่น่ายินดีมากครับ คือ ผศ.ดร.อิบราเฮ็ม ณรงค์รักษาเขต โทรมา โดยบอกว่า มีสองเรื่อง เรื่องแรกคือ ท่านเห็นว่าผมพยายามจะขายแนวคิดเรื่องการสร้างกลไกมาตรฐานสำหรับการสอนอิสลามศึกษามานานแล้ว และบังเอิญว่าคราวนี้ท่านได้รับคำเชื้อเชิญให้ทำวิจัยทางด้านนี้ ท่านเลยโทรมาชวน ผมเลยไม่คิดมากครับตอบตกลงไปเลย
ผมพยายามหาทุนเพื่อทำวิจัยเรื่องนี้มาหลายเดือนแล้วครับ จริงๆ มีเพื่อนสมัยป.ตรีเป็นคนจุดประเด็นกับทีมอาจารย์ที่สงขลา แล้วผมก็ไปเป็นทีมวิจัยกับชุดนี้ แต่ไปปรับเปลี่ยนแนวคิดในการสร้างกลไกเท่านั้นเองกครับ ตอนนี้โครงการเดินหน้าไปบ้างแล้วครับ ติดอยู่ที่ยังหาแหล่งงบประมาณสนับสนุนไม่ได้เท่านั้นเอง
อีกเรื่องหนึ่งคือ ท่านให้ผมไปเป็นวิทยากรอบรมครูในช่วงเมษายน อันนี้ก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะวิชาที่สอนซัมเมอร์ ผมมีอาจารย์อีกท่านหนึ่งช่วยแบ่งคาบสอนไปได้แล้ว
เรื่องที่เล่ามาทั้งหมด ทำให้ผมคิดขึ้นว่า โอกาสการเข้าถึง และเครือข่ายเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ครับ ผมและทีมผมวิ่งหาทุนทำวิจัยในเรื่องที่เราคิดว่ามันสำคัญ เราหาไม่ได้ครับ เพราะเราไม่รู้จักใคร ไม่มีเครือข่าย (เอาเป็นว่ามีจำกัดแล้วกัน) ในขณะที่อีกหลายคนโอกาสรออยู่ครับ และก็มีหลายคนเหมือนกันที่ปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไปอย่างไม่มีความหมาย
ในขณะเดียวกันหากเราทำอะไรสักอย่างหนึ่งโดยขาดความรู้ ทำไปตามอารมณ์ มันก็ขาดคุณค่าไปเหมือนกันครับ
(ขออภัยครับ งานมันเยอะ เขียนได้เท่านี้แหละครับ ที่เหลือคิดต่อเองแล้วกันครับ)
มาเยี่ยม
เขียนได้เท่านี้ก็เยอะแล้วครับ...ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม
1. ขจิต ฝอยทอง
2. umi