ไปตรวจสถานที่ที่จะจัดพักแรม

วันนี้ผมไปทำงานที่พังงา ขากลับก็เลยถือโอกาสแวะถ่ายรูปที่สะพานเทพกระษัตรีและสะพานสารสิน แล้วแวะเข้าไปที่ประตูเมืองภูเก็ต จากนั้นก็ไปศูนย์ศึกษาธรรมชาติอุทยานแห่งชาติทางทะเล แล้วไปแวะที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการต้อนรับญาติพี่น้องชาว G2K ครับ

ขออนุญาตทำงานด้วยภาพนะครับ เริ่มจากที่สะพานก่อนครับ เดี๋ยวนี้ภูเก็ตมีสองสะพาน ขาเข้าใช้สะพานเทพกระษัตรี ขาออกใช้สะพานสารสิน ซึ่งเล็กกว่า ภาพนี้ถ่ายจากสะพานเทพกระษัตรีครับ จากฝั่งพังงาไปภูเก็ต

 

จากนั้นก็ไปแวะที่ประตูเมืองภูเก็ตเพื่อไปดูว่าถ้าพาพี่น้องไปชมแล้วจะได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง ปรากฏว่ามีเอกสารให้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ รับรองว่าไม่ผิดหวังบรรดาอาจารย์ภาษาอังกฤษอย่าง อ.ขจิต น้องอ้อย แต่ก็มีปริศนาให้ทายครับว่าภาพที่เห็นมีความหมายว่าอย่างไร ใบ้ให้นิดหนึ่งครับมันเป็นปรัชญาครับ และที่นี่มีวีดีโอให้ชมเรื่องราวของภูเก็ตประมาณ ๑๕ นาที และมีห้องประชุมให้ใช้ มีค่าใช้ห้องประชุมแค่ วันละ ๑,๐๐๐ บาท หากใช้อุปกรณ์เครื่องฉายอะไรด้วย ก็ตก ๒,๐๐๐ บาท

จากนั้นผมก็เข้าไปศูนย์ศึกษาธรรมชาติ พอดีฝนตกปรอยๆเลยไม่ได้ถ่ารูป แต่สำรวจสะพานไม้ที่จะพาเดินชมป่าชายเลน ยังเดินได้อยู่มันคงไม่หักตอนที่พวกเราไปหรอก อิอิ มีข้อมูลความรู้ที่ขอให้เขาเตรียมไว้แจกคือ ป่าชายเลนและป่าชายหาด เราจะได้เดินเที่ยวกันอย่างเฮฮาและได้ความรู้ด้วยครับ เช่น พันธุ์ไม้ในป่าชายเลนก็จะมีโกงกางใบเล็ก แสมดำ(อ่านว่า สะ-แหม-ดำ เผื่อจะมีใครอ่าน แสม-ดำ อิอิ) แสมขาว ฯลฯ หรือพันธุ์ไม้ป่าชายหาด จะมีไม้สน คนทีสอ (จะพาไปดูที่สตรีภูเก็ต) ผักบุ้งทะเล ฯลฯ พอดีเจอผักบุ้งทะเลที่หาดไนยางก็เลยถ่ายภาพมาให้ชม ผักบุ้งทะเลมีคุณสมบัติช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนเมื่อเจอแมงกะพรุนไฟครับ ถ้าโดนเข้าจะแสบแปล๊บๆ ก็เอาผักบุ้งทะเลมาขยี้หรือตำเอามาทาที่โดนแมงกระพรุนไฟ อาการจะดีขึ้นครับ  ดอกอ่อนจะคล้ายๆกล้วยไม้ตูม เอามาจิ้มน้ำพริกจะมีรสหวานนิดๆอร่อยครับ นี่ไงครับผักบุ้งทะเล

ทีนี้เข้าไปในอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ถามเรื่องที่พัก ปรากฏว่าที่พักยังว่างวันที่ ๒๐-๒๕ เมษาทุกหลัง แต่วันที่ ๒๕-๒๘ มีว่างอยู่ ๔ หลัง แต่ภ้าเป็นเต้นท์ ๕๐ คนรับได้สบายครับ เพราะมีบริเวณกางเต้นท์ มีห้องน้ำแยกชายหญิง ในอาคารห้องน้ำ ๑ หลัง จะมีห้องอาบน้ำหลังละ ๖ ห้อง ส้วมหลังละ ๖ ห้องเช่นเดียวกัน ก็เลยถ่ายภาพมาให้ดูเสียเลยครับจะได้ไม่ต้องกังวล

ห้องน้ำหญิงครับ

แล้วก็ห้องน้ำชาย

แต่ปัญหาก็คือจุดกางเต้นท์จะอยู่ห่างจากอาคารอื่นๆ ไม่มีห้องครัว และดูเหมือนจะไม่อนุญาตให้ทำครัวด้วยสิ (จุ๊ๆ กำลังส่งคนไปติดต่อเป็นการภายใน อิอิ อย่าเอ็ดไป)

บริเวณที่กางเต้นท์ด้านหน้าจะเป็นทะเล ลงเล่นน้ำได้เลย แต่มีอาคารใหม่เอี่ยมเป็นกระจกรอบด้านเป็นอาคารหลังใหญ่ ทราบว่าเสร็จไม่ทันพวกเราไปเพราะงบประมาณยังเบิกอุปกรณ์ที่นอนหมอนมุ้งไม่ได้ กำลังลองดูว่าจะแก้ไขอย่างไร วันนี้เจอเพื่อนของน้องชายที่สนิทกับหน.อุทยาน จะส่งไปประกบอยู่ อิอิ อย่าเอ็ดไป..... และยังมีปัญหาอีกข้อที่ต้องแก้ก็คือเนื่องจากมันเป็นอุทยานที่โดนสึนามิทำร้ายมาแล้ว อาคารสถานที่ทำการก็ย้ายไปตั้งอีกแห่งอยู่ไกลกับจุดกางเต้นท์ จึงหวังพึ่งโมเด็มเขาไม่ได้ ถ้าใช้ไอพีสตาร์ลองไปสอบถามราคามาแล้ว ค่าติดตั้ง ๓,๐๐๐ บาท ค่าถอนการติดตั้งอีก ๓,๐๐๐ บาท ต่อวันอีกวันละ ๑,๐๐๐ บาท เอาไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย เดี๋ยวจะลองไปปรึกษากับหน.อุทยานอีกรอบหนึ่งครับ

อ้อ..เป็นความรู้อีกอย่างหนึ่ง การนอนเต้นท์ชายทะเลไม่เหมือนกับนอนที่ดงหลวง แหงๆ เพราะมันจะร้อนอบอ้าว ผมไปนอนทะเลทุกครั้งมักจะออกไปนอนที่หน้าชายหาด  ได้เอกสารมาว่าจุดกางเต้นท์ไม่คิดค่าใช้สถานที่ ถ้าเช่าเต้นท์ของอุทยานก็แล้วแต่เล็กใหญ่ ตั้งแต่ ๒๐๐ กว่าบาท แต่เดี๋ยวไปปรึกษาโรงเรียนขอยืมเต้นท์มาได้อีกไม่ต้องห่วงครับ

แค่นี้ก่อนนะครับ จะมารายงานต่อเรื่องการเตรียมการประสานงานกับชมรมถ่ายภาพ ชุมชนวบ้านแขนน อุทยานเขาพระแทวเพื่อไปดูปาล์มหลังขาว ที่หาชมที่อื่นได้ยาก ครับ