บ่อยครั้งกับความรู้สึกอ้างว้างปล่าวเปลี่ยว เหมือนแคว้งขว้างอยู่ในมหาสมุทรเพียงลำพัง  ต้องการใครสักคนมา ปลุกปลอบ ประโลม ให้กำลังใจในยามท้อแท้  ในยามที่จิตใจห่อเหี่ยวอ่อนแรง  2 ปีกว่า  กับการทำงานช่วยเหลือเด็กน้อยผู้ด้อยโอกาส ตามแนวตะเข็บชายแดน และ เข็มไมล์ ของมอไซด์ คู่ชีพ ซื้อมาพร้อมกับการเข้ามาทำงานชี้ ที่ สามหมื่นกว่า กิโลเมตร บนเส้นทางบุกป่าฝ่าเขา ขึ้นดอยลงดอย เมื่อไปถึงจุดมุ่งหมาย ที่ยังรอยคอยความหวัง นัยน์ตาเป็นประกายเมื่อเขาได้พบเรา ก็มีความรู้สึกว่าหายเหนื่อย หายเพลีย มีกำลังใจขึ้นบ้าง  แต่บางครั้ง ก็ยังอ่อนแอ อ่อนไหว ต่อโลก อ่อนแอแต่อชวิต และยังต้องการกำลังใจจากใครสักคน ที่ไม่ใช่กำลังใจจากเด็กๆเหล่านั้น  ตามประสาของปุถุชนคนธรรมดา ที่ยังมีความโลภ โกรธ หลง มีราคะ โทสะ โมหะ  อยู่  แต่ก็เคยมี เคยเข้ามาในชีวิต แต่เป็นเหมือนทางผ่านของเขา ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป  เหมือนศาลาที่พักเหนื่อย เมื่อหายเหนื่อยแล้วก็จากไป ได้แต่ปลง และคิดว่ามันเป็นจริงดั่งพุทธพจน์  ทุกคนมีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นของตนเอง มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ ไม่ได้โทษเวร โทษกรรม แต่มันเป็นเช่นนั้นจริง

 

เพลงแด่เธอ

ครูซัน

ฉันวันนี้ยังเป็นเช่นวันวาน
มีความฝันที่โบกโบยบิน
ฉันวันนี้ยังคงติดดิน
ไม่มีทรัพย์สินไม่เคยสิ้นพลัง
ฉันให้เธอเท่าที่ฉันให้ได้
คือให้ใจให้เธอมีความหวัง
ยามหม่นหมองจะร้องเพลงให้ฟัง
ยามผิดหวังให้กำลังใจ
ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร
ไม่ว่าเธอจะอยู่หนใด
หากเธอพร้อมจะก้าวไป
เป็นกำลังใจให้ตลอดเวลา
อนาคตยังเป็นความฝัน
ปัจจุบันยังเป็นภาพมายา
อดีตหรือนั้นคือปัญหา
กาลเวลายังกลืนกินตัวเอง
พรุ่งนี้เป็นไงฉันไม่รู้
ฉันยังอยู่หรือไปอย่าได้เกรง
วันนี้ยังมีฉันบรรเลง
เป็นบทเพลงนี้มอบแด่เธอ

 

 

 

 

 

ครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อเป็นเกิดความรู้สึกอย่างนั้น ได้แต่ฟังเพลง แด่เธอ เพลงของครูซัน เป็นเป็นเพื่อนคอยให้กำลังใจ ปลอบประโลมใน ยามท้อแท้ อ่อนไหว อ่อนแอ เหนื่อยล้า และชุ่มชื่นขึ้นเป็นบางเวลา  หวังว่า เพลงนี้คอยเป็นกำลงใจให้กับหลายๆคน ได้บ้างเป็นบางเวลา