ศูนย์การให้คำปรึกษาเรื่องความรับผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์รถยนต์
หลังจากที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติความรับผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ค.ศ. ๑๙๙๔ และได้มีผลบังคับใช้เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๙๕ นั้น สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้เห็นชอบในนโยบายที่จะให้ภาคเอกชนจัดตั้งองค์กรในรูปของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อดำเนินงานช่วยเหลือผู้บริโภคแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความรับผิดในผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นการดำเนินการแก้ไขปัญหานอกระบบตุลาการ (ADR) นโยบายเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ง่ายค่าใช้จ่ายต่ำ และมีความยุติธรรม ซึ่งในปัจจุบันมีศูนย์ฯ จัดตั้งทั้งหมด ๑๓ แห่ง ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ในแต่ละศูนย์ฯ มีการให้คำปรึกษาแตกต่างชนิดของผลิตภัณฑ์ ซึ่งศูนย์การให้คำปรึกษาเรื่องความรับผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์รถยนต์เป็นหนึ่งในศูนย์ฯ ที่จัดตั้งขึ้นให้บริการแก่ผู้บริโภค
ในการนี้ นายโชอิจิ ชาวาดะ หัวหน้าฝ่ายธุรการ และนายยามาโมโตะ เจ้าหน้าที่ศูนย์การให้คำปรึกษาเรื่องความรับผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์รถยนต์ได้สรุปให้ผู้เขียนได้รับทราบว่า ศูนย์ฯ แห่งนี้มีสถานะเป็นมูลนิธิ โดยได้รับเงินสนับสนุนจากสมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นซึ่งในการบริหารงานได้แยกตัวเป็นเอกเทศจากสมาคมฯ
หน้าที่ของศูนย์ฯ
ให้คำปรึกษา แนะนำแก่ผู้บริโภคในปัญหาความรับผิดในผลิตภัณฑ์ และดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ยกรณีพิพาท ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อยุติปัญหา เกี่ยวกับเรื่องสินค้าประเภทยานยนต์ทุกชนิด ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานจะทำการเปิดเผยสู่สาธารณะชนผ่านทางรายงานประจำปีหรือทางโฮมเพจ ด้วยความระมัดระวังเพื่อรักษาความลับของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเอาไว้เป็นหลัก
โครงสร้างของศูนย์ฯ
ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา จำนวน ๑๐ คน ๗ คน เป็นผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีของรถยนต์และการเจรจาไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหาการขัดแย้ง ที่เหลืออีก ๓ คน เป็นนักกฎหมาย
ระบบปฏิบัติงาน
แบ่งเป็น ๒ งาน ดังนี้
๑. งานรับคำปรึกษาจากผู้บริโภคผ่านทางโทรศัพท์หรือทางโฮมเพจ เจ้าหน้าที่จะสรุปปัญหา แนะนำผู้บริโภค ผู้บริโภคดำเนินการต่อรองกับผู้ประกอบธุรกิจ หากไม่สำเร็จผู้บริโภคอาจขอให้ศูนย์ฯ ช่วยเจรจาประนีประนอม หากเจรจาไม่สำเร็จจึงจะดำเนินการขั้นต่อไป
๒. งานพิจารณาสอบสวน เมื่อถึงขั้นตอนนี้ต้องให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจตกลงยื่นหนังสือถึงศูนย์ฯ เพื่อขอให้ทำการตรวจสอบและมีหนังสือยินยอมให้ศูนย์ฯ เป็นคนกลางในการดำเนินการ ทั้งนี้ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายฝ่ายละ ๕,๐๐๐ เยน โดยศูนย์ฯ จะมีคณะอนุกรรมการตรวจสอบ (เฉพาะกิจ) ซึ่งประกอบด้วยทนายความ ๔ คน นักกฎหมาย ๕ คน วิศกร ๒ คน ผู้ให้คำแนะนำของศูนย์ผู้บริโภค ๒ คน ดำเนินการสอบสวน หาข้อมูล พิจารณา วินิจฉัย และตัดสินปัญหา ทั้งนี้ ไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการบังคับให้คู่กรณีดำเนินการใดๆ ซึ่งเมื่อผลการตัดสินปัญหาของคณะอนุกรรมการออกมาแล้วไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายใด ต้องดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลเอาเอง
ผลการดำเนินงาน
ในปี ค.ศ. ๒๐๐๒ ได้มีการรับคำปรึกษาทั้งสิ้น ๒,๙๖๙ ราย เป็นเรื่องที่ผู้บริโภคสอบถามปัญหาทั่วไป ๑๙๖ ราย ปรึกษาเรื่องร้องเรียน ๒,๗๗๙ ราย โดยส่วนใหญ่เจรจายุติปัญหาได้ ปัญหาที่พบการร้องเรียนมากกว่าครึ่งหนึ่ง ได้แก่ เรื่อง ถุงลมนิรภัย การออกตัวกระทันหัน เพลิงไหม้ และระบบห้ามล้อ และปีละ ๑ ถึง ๒ รายที่ให้ทางศูนย์ฯ ดำเนินการตรวจสอบตัดสินปัญหา
ข้อสังเกตของผู้เขียน
ศูนย์แห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหานอกระบบตุลาการ และให้คำแนะนำแก่ผู้บริโภคในปัญหาด้านยานยนต์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ยานยนต์มีเทคนิคการผลิตชั้นสูง จึงจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ที่เกิดกับยานยนต์