ดูบทบาทและอำนาจหน้าที่ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ/เขต ซึ่งเป็นสถานศึกษาใหม่ตาม พรบ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พศ.2551 แล้วรู้สึกว่าเขียนไว้ดีมาก ผมชอบเกือบทั้งหมดเลยทั้ง 12 ข้อ
โดยเฉพาะที่เขียนเอาไว้ประการหนึ่งว่า ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ/เขต มีบทบาทและอำนาจหน้าที่ในการ.....วิจัยและพัฒนาคุณภาพหลักสูตร สื่อ กระบวนการเรียนรู้ และมาตรฐานการศึกษานอกระบบ....อันนี้ชอบมาก
ที่แล้วๆมางานวิจัยมักจะถูกกำหนดไว้ที่หน่วยงานระดับสูงๆ เช่น กรม สำนัก ศูนย์ภาคฯ
แต่มาครั้งนี้เรียกว่าแหวกแนวออกมาได้ ก็ต้องบอกว่าดีมากที่ใส่บทบาทนี้เอาไว้ในหน่วยงานที่เล็กที่สุดของ กศน.
งานวิจัยจะได้ใกล้ชิดที่สุด หรืออยู่กับผู้ใช้ประโยชน์งานวิจัยนั้นๆ
นับว่า กศน.ระดับอำเภอ/เขต ครั้งนี้จะได้พูดได้เต็มปากว่ามีบาทและอำนาจหน้าที่อย่างนี้ จะได้มีเครื่องมือจัดการความรู้ดีๆอีกเครื่องมือหนึ่ง
แต่พอดูโครงสร้างของศูนย์การศึกษาระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ/เขต ปรากฏว่าไม่ค่อยสอดรับกับบทบาทอำนาจหน้าที่ที่พรรณาไว้ กล่าวคืองานสำคัญๆหลายงานเช่น งานวิจัย ไม่ได้กำหนดเอาไว้ในโครงสร้าง....
แต่เรื่องนี้ก็อาจจะเข้าใจได้เพราะว่ายังไม่ยุติ หรือยังไม่นิ่ง ได้ข่าวว่าวันที่ 11 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมเรื่องนี้กันอีกครั้งที่ขอนแก่น และจะมีการทบทวนกันอีกหลายครั้งก่อนจะประกาศใช้ ก็ขอเสนอความเห็นนี้ผ่านบล็อกนี้ก็แล้วกันว่าให้มีงานวิจัยด้วย
แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ
สวัสดีพี่บ่าวที่เคารพรักยิ่ง
การพูดคุยกันในวันที่ 10 นี้ ที่ มรภ.สงขลา จะช่วยประเด็นนี้ได้อย่างไรบ้างไหม ท่านพี่เสนอขึ้นด้วยนะครับ จะเป็นอีกแรงนึงที่ช่วยผลักดันหลักสูตรฯ
วันนี้ที่ รพ.มหาราชฯ เป็นไงบ้าง อยากทราบความคืบหน้าครับ
การวิจัยดีๆทางการศึกษามีมากพอสมควร แต่ยังไม่นำมาใช้ ทั้งในระดับการพัฒนางานวิจัย งานเรียนงานสอน และ งานพัฒนาความรู้
ผมคิดว่าวัฒนธรรมการเรียนรู้เรายังไม่เกิด (หรือตายไปนานแล้ว) มีเหลือแต่วัฒนธรรมการเลียนแบบ แล้วเอาไปใช้ แบบไม่เป็น ไม่รู้จริงๆ
พอไม่ได้ผลก็ว่าของเขาไม่ดี
ไม่มีอะไรที่ดีจนไม่มีที่ติ หรือเลวจนหาประโยชน์อะไรไม่ได้
อยู่ที่เราจะนำไปใช้อย่างไรมากกว่า
ด้วยการเรียนรู้ครับ
นึ่คือสิ่งที่น่าห่วงมากที่สุด
และ "การศึกษา" ของเรา ในปัจจุบัน ก็แทบจะไร้สาระ และผู้ที่ต้องรับผิดชอบ กลับมองดูกันแบบ "ธุระไม่ใช่" จนไม่ทราบว่าอนาคตลูกหลานเราจะเป็นอย่างไร
น่าเป็นห่วงจริงๆครับ
http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/167500
ฝากไว้ให้ช่วยกันคิดด้วยครับ
ดร.ขจิต น้องบ่าวที่รัก
บริบทของกศน น่าทำวิจัยมาก ขอนำประโยคนี้ไปใช้ต่อนะครับ
ขอบคุณครับ
น้องชายขอบ น้องบ่าวที่นับถือ
กศน.อำเภอ/เขต จะมีโครงสร้างอย่างไรก็และแต่เถอะนะ เอาว่าเราทำไปตามที่เราทำมาแล้วดีกว่า สนุกว่า โครงสร้างหนุนก็ดี ไม่หนุนก็ไม่เป็นไร
ระบบพี่เลี้ยง วงเรียนรู้ node อย่างของ สกว. น่าจะเป็นประเด็นคุยด้วยนะเพราะพี่ว่าเราอยู่กับงานประจำอยู่แล้ว เราน่าจะได้ทำวิจัยไปด้วย เมื่อทำเก่งแล้วโคชคนอื่นเป็นพี่เลี้ยงคนอื่นต่อ สักระยะหนึ่งก็เข้าไปชุบตัวในห้องเรียนมหาวิทยาลัยที่เป็นเครือข่าย
เก้าโมงวันจันทร์ที่ 10 มี.ค.เจอกันที่ มรภ.สงขลา พี่นัด ดร.สมหมายและ อ.ประเสริฐ จาก มทร.ศรีวิชัย แล้วให้มารับพี่กับหมอเชียรที่หัวถนนนครศรีฯ
ผศ.สุจารี กับ ผอ.บัญญัติ ติดภารกิจสำคัญ แต่บอกว่าจะโทรคุยถามไถ่
ขอบคุณครับ
ดร.แสวงที่เคารพ
คิดถึงนะครับคิดถึง คิดถึงมากๆเสียด้วย
ขอต่อความเห็นของ ดร.แสวงในประเด็นวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ว่าวัฒนธรรมการเรียนรู้ของเรายังไม่เกิด (หรือตายไปนานแล้ว) มีเหลือแต่วัฒนธรรมการเลียนแบบ แล้วเอาไปใช้ แบบไม่เป็น ไม่รู้จริงๆ
การวิจัยน่าจะใช่ทางออกหนึ่งไม๊ครับ
เลียนแบบเขาก็อย่าเอาเขาทั้งดุ้น ปรับปรนหรือปรับประยุกต์ให้เข้ากับบริบทตนมั่งก็ยังดี
และมีทางออกอื่นอีกมากมายแหละอาจารย์ว่าไม๊
ตามไปอ่านลิ้งแล้วครับ เห็นบรรยากาศการพูดคุยได้ประเด็นครับ