"ภูมิปัญญา" การจัดการความรูระดับท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาชุมชน สร้างความเข้มแข็งงานพัฒนาที่มีวัฒนธรรมเป็นฐาน
“ ภูมิปัญญา” คำนี้ ฉันพอได้ยิน ได้ฟัง และได้อ่านมาบ้าง แต่ยังไม่มีโอกาส ได้ศึกษาเรียนรู้ทำความรู้จักให้มากกว่านี้ หลังจากมาศึกษาต่อที่มหาลัยวิทยาลัยนเรศวร ฉันได้รับงานจากอาจารย์ผู้สอน ให้ทำวิจัย ภูมิปัญญาของภาคอีสาน 1 เรื่อง ฉันเลือก ภูมิปัญญาฮีตสิบสอง และทราบมาว่า ต.นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เป็นชุมชนที่ก่อตั้งขึ้น จากชาวบ้าน ที่อพยพมาจากจังหวัดต่างๆ ของภาคอีสาน พื้นที่นี้จึงเป็นเป้าหมาย ของการศึกษาทำวิจัย เรื่อง ภูมิปัญญาฮีตสิบสอง ต.นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อ.เมือง จ.กำแพงเพชร
งานวิจัยเสร็จสมบูรณ์ แล้ว ฉันภูมิใจในผลงานที่ทำ และขอนำบทคัดย่อมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อการอนุรักษ์ ภูมิปัญญาดั้งเดิมให้สืบทอดต่อไป
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการปฏิบัติตามประเพณีฮีตสิบสอง และภูมิปัญญาจากฮีตสิบสองของชุมชนอีสาน ตำบลทุ่งโพธิ์ทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ(Qualitative Research) โดยผู้ที่ให้ข้อมูลเป็นชาวบ้านที่อพยพมาจากภาคอีสานและลูกหลานที่เกิดจากพ่อแม่ที่อพยพมา จำนวนทั้งหมด 27 คน ทำการศึกษาโดยวิธีสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In Depth Interview) ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้
สภาพบริบทของชุมชน
ชุมชนอีสานตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อ.เมือง จ.กำแพงเพชร อพยพมาจากภาคอีสานตั้งแต่ ปี 2500 และชักชวนญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านอพยพตามมา ในปี 2509 กระทรวงมหาดไทยยกฐานะเป็นนิคมสร้างตนเองทุ่งโพธิ์ทะเล ปัจจุบันมี 16 หมู่บ้าน มีชื่อเรียกว่าตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล มี นางลมัย ลาภาอุตร์ เป็นกำนันดูแลความสงบ พื้นที่ส่วนใหญ่ทำการเกษตร เช่น ปลูกข้าว อ้อย ข้าวโพด มีโรงเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา มีโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง สถานีตำรวจ ที่ทำการไปรษณีย์และมีไฟฟ้าใช้ทุกหมู่บ้าน
การปฏิบัติตามประเพณีฮีตสิบสอง ของชาวบ้านนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อ.เมือง จ.กำแพงเพชร สรุปผลดังนี้
ประเพณีฮีตสิบสอง
-
บุญเดือนอ้าย บุญเข้ากรรม เชื่อว่าทำแล้วได้บุญมาก เป็นภูมิปัญญา ความกตัญญูรู้คุณบรรพบุรุษ ความเชื่อเรื่องบุญ
-
บุญเดือนยี่ บุญคูณลาน เชื่อว่าข้าวกล้าจะงอกงามดี เป็นภูมิปัญญา ความกตัญญูรู้คุณข้าว ความเชื่อเรื่องบุญ ความเชื่อเรื่องผี ประเพณีการลงแขก
-
บุญเดือนสาม บุญข้าวจี่ บุญข้าวจี่ 1 ค่ำเดือน 3 เปิดยุ้งข้าวแล้วนำไปใส่บาตรก่อน เป็นภูมิปัญญาความเชื่อเรื่องบุญ
-
บุญเดือนสี่ บุญพระเวส เชื่อว่าผู้ใดได้ฟังเทศน์มหาชาติครบ 13 กัณฐ์ ใน 1 วันได้บุญมาก เป็นภูมิปัญญา ความเชื่อเรื่องบุญความกตัญญูรู้คุณบรรพบุรุษ
-
บุญเดือนห้า บุญสรงน้ำ เชื่อว่าการทำบุญขึ้นปีใหม่ เปิดศักราชใหม่ เป็นภูมิปัญญา ความกตัญญูรู้คุณบรรพบุรุษ ความเชื่อเรื่องบุญ ความเชื่อเรื่องผี
-
บุญเดือนหก บุญบั้งไฟ เชื่อว่าทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ เป็นภูมิปัญญา ความเชื่อเรื่องบุญ ความเชื่อเรื่องผี
-
บุญเดือนเจ็ด บุญชำฮะ เชื่อว่าทำแล้วหมู่บ้านอยู่เป็นสุข เป็นภูมิปัญญา ความเชื่อเรื่องผี
-
บุญเดือนแปด บุญเข้าพรรษา เชื่อว่าปฏิบัติแล้วได้บุญมากเป็นมงคลกับตนเองและครอบครัว เป็นภูมิปัญญาความเชื่อเรื่องบุญ
-
บุญเดือนเก้า บุญข้าวประดับดิน เชื่อว่าทำแล้วจะอยู่เย็นเป็นสุข เป็นภูมิปัญญาความเชื่อเรื่องผี ความกตัญญูรู้คุณบรรพบุรุษ
-
บุญเดือนสิบ บุญสารทลาว เชื่อว่าบรรพบุรุษ ญาติเจ้ากรรมนายเวรและผีนาจะได้กินอาหารไม่อดอยากมีความสุขสบาย เป็นภูมิปัญญา ความกตัญญูรู้คุณบรรพบุรุษ ความเชื่อเรื่องผี ความเชื่อเรื่องบุญ
-
บุญเดือนสิบเอ็ด บุญออกพรรษา เชื่อว่าปฏิบัติแล้วจะได้บุญมากชาติหน้าไม่ลำบากมีความสุขสบาย เป็นภูมิปัญญาความเชื่อเรื่องบุญ
-
บุญเดือนสิบสอง บุญกฐิน เชื่อว่าการทำบุญทอดกฐินเป็นบุญสูงสุด เป็นภูมิปัญญา ความเชื่อเรื่องบุญ
การปฏิบัติตามประเพณีทั้ง 12 เดือน ในช่วงแรกของการอพยพมามีให้เห็นต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันการปฏิบัติไม่ต่อเนื่อง และบางประเพณีสูญหายไป ผลเนื่องมาจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในวิถีชีวิตมากขึ้นและการเปลี่ยนแปลงในชุมชน ผู้นำชุมชนไม่ใช่คนอีสาน ขาดการถ่ายทอดจากปู่ย่าตายาย เยาวชนไปเรียนหนังสือและทำงานที่อื่น เกิดความขัดแย้งด้านประเพณีการปฏิบัติ และหมู่บ้านขยายตัวเพิ่มขึ้น
จากการปฏิบัติตามประเพณีฮีตสิบสองของชุมชนอีสาน นิคมทุ่งโพธิ์ทะเลก่อให้เกิดภูมิปัญญาที่มีคุณค่า ดัง
ภูมิปัญญาด้านความกตัญญูรู้คุณบรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายายและญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว
ภูมิปัญญาด้านความกตัญญูรู้คุณข้าว
ภูมิปัญญาด้านความเชื่อเรื่องบุญ
ภูมิปัญญาด้านความเชื่อเรื่องผี
ภูมิปัญญาด้านประเพณีการลงแขก
ข้อเสนอแนะ
ประเพณีฮีตสิบสองเป็นประเพณีที่ชาวอีสานได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ อนาคตข้างหน้าภูมิปัญญาดีงามนี้อาจสูญหายไปได้
ผู้วิจัยจึงขอเสนอแนะสิ่งที่น่าเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ประเพณีฮีตสิบสองของชาวอีสาน ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ดังนี้
-
สถานศึกษาที่อยู่ในชุมชน ต้องจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น ฮีตสิบสองเป็นหลักสูตรของโรงเรียน
-
วัด โรงเรียน ชุมชน ต้องประสานสัมพันธ์ ให้เกิดการปฏิบัติตามเพณีในรอบ 12 เดือน ในทุกหมู่บ้านของตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อ.เมือง จ.กำแพงเพชร
-
ทำแหล่งเรียนรู้ ประเพณีฮีตสิบสองประจำตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของทุกคนในชุมชน
| |

สวัสดีคะ
ได้อ่านบันทึกนี้ได้รับความรู้ คุณค่าของชุมชนชาวอีสาน ที่มีคุณค่ามากคะ
ดิฉันขออนุญาตแนะนำการใส่คำสำคัญคะ
สำหรับการใส่คำสำคัญนั้น เหมือนเป็นการใส่ keyword คำที่ต้องการสื่อถึงเนื้อหาของบันทึกนี้คะ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา เช่น ในบันทึกนี้ พูดถึงเรื่องชุมชาขาวอีสาน ก็น่าจะใส่คำสำคัญ คำว่า อีสาน ชุมชนอีสาน ภูมิปัญญาอีสาน เป็นต้นคะ
ประโยชน์ในการค้นหา เช่น http://gotoknow.org/post/tag/อีสาน ลองแก้ไขบันทึกและใส่คำสำคัญ อีสาน แล้วมาคลิก link นี้ก็จะเจอบันทึกของคุณหิ่งห้อย ปรากฏอยู่ด้วยคะ ระบบจะแสดงบันทึกที่ใส่คำสำคัญ ว่า อีสาน ออกมาทั้งหมดคะ
ลองดูนะค่ะ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
ขอบคุณค่ะ
ผมว่า...ถ้าต้องการทำให้เป็นรูปธรรมนะครับ...
ภาครัฐคงต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับภาคประชาชนและต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังและเป็นระบบด้วยครับ...
เราต้องมีการปลูกจิตสำนึกของคนในหมู่บ้านให้เห็นความสำคัญของประเพณีเหล่านี้ อาจจะต้องมีแกนนำในการทำงานหรือให้คนในหมู่บ้านรวมตัวกันจัดตั้ง...
คนรุ่นปู่ย่าต้องถ่ายทอดภูมิปัญญาเหล่านี้ให้ลูกหลานครับ เพราะหน้าที่ในการสืบสานประเพณีที่ดีงาม เป็นหน้าที่ของคนรุ่นลูกรุ่นหลานครับ...
ขอบคุณมากครับ...
สวัสดีค่ะ
แวะเข้ามาเพราะหนุ่มเอก แห่งเมืองปาย ไปตามมาอ่าน
อ่านแล้วก็อดใจไม่ได้ที่จะร่วมวงในฐานะที่เป็นคนอีสานคนหนึ่ง เคยเห็นประเพณีต่างๆ ที่ศึกษาไว้ในบทความนี้ มาตลอด
เนื่องจากภูมิปัญญา คือ ความรู้ ที่สั่งสมมานาน และถ่ายทอดมาเรื่อยๆ กว่าจะได้ข้อสรุปเหมือนกับมีบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น ที่ผ่านการลองผิดลองถูกมาก่อน จึงมีแนวคิดต่อข้อเสนอแนะในผลการศึกษาว่า ควรจะเสนอแนะไปในแนวนี้ค่ะ
สวัสดีครับ...
ผมชื่นชมวิถีการศึกษา หรือวิจัยในเรื่องดังกล่าว และเห็นด้วยกับประเด็นต่าง ๆ อันเป็นข้อเสนอแนะ เป็นต้นว่า การจัดให้ชุมชนมีสถานที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นกิจลักษณะ โดยอาจจำแนกไปตามวิถีอันเป็นจุดเด่น, จุดแข็ง และกำหนดให้สถานีต่าง ๆ เป็นสถานีการเรียนรู้ในมิติทางชุมชนของตนเอง เช่น ให้ศาลาการเปรียญเป็นสถานีการเรียนรู้คติชนในทางศาสนาและพิธีกรรม หรือแม้แต่การจัดทำฐานข้อมูลของปราชญ์ชาวบ้านไว้อย่างหลากหลาย และกำหนดจุดรวมในชุมชนเป็นสถานที่แห่งการพบปะ รวมกลุ่มกันอย่างต่อเนื่อง และสถานที่ดังกล่าวนั้น ก็อาจจะเป็นเสมือนศูนย์รวมของแหล่งความรู้ในรูปของสารสนเทศ หรือพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ของชุมชนก็น่าจะดีไม่น้อย
ตอนนี้ผมก็ลงไปจัดโครงการห้องเรียนชุมชนคนรักษ์ท้องถิ่นที่บ้านเม็กดำ ผมทำสื่อไปไว้ที่ศาลาวัด โดยมีธรรมาสน์เสาเดียวเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน สื่อที่ทำขึ้นก็มีทั้งประวัติหมู่บ้าน, สิ่งของโบราณ, สถานที่สำคัญของหมู่บ้าน และธรรมาสน์เสาเดียวนั้นก็ถูกใช้เป็นธรรมาสน์พระเทศน์ในเดือน 4 ...
เกี่วกับประเพณีนี้ในแต่ละปี ถ้าเป็นไปได้ก้อยากให่มีการจดบันทึกไว้ว่าปีนี้จัดขึ้นเมื่อไหร่... อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่า ปีใดประเพณีใดหายไปบ้าง ...
เรื่องของหลักสูตรท้องถิ่น เห็นด้วยอย่างยิ่ง การนำปราชญ์ชาวบ้านมาเป็นครูสอนในโรงเรียนในเรื่องภูมิปัญญาเป็นเรื่องที่หลายที่ทำกันอยู่แล้ว .. และคิดว่าต้องทำอย่างจริงจัง เพราะนั่นคือ การช่วยให้เด็ก ๆ รักบ้านเกิดด้วยเหมือนกัน
สวัสดีครับคุณหิ่งห้อย
อ่านแล้วให้เกิดนึกภาพความเป็นอยู่ของคนไทยสมัยก่อน...เขาถึงได้รักกันมาก
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมของชาวอิสานที่น่าสนใจมากค่ะ ปัจจุบันเราให้ความสนใจหรือถือปฏิบัติกันน้อยลง ซึ่งอาจเนื่องมาจากสังคมเปลี่ยน วิถีชีวิตต่างๆเปลี่ยนไป ยิ่งคนที่อยู่ในเมืองประเพณีเหล่านี้แทบไม่มีอยู่ในวิถีชีวิตเลยค่ะ
จากการอ่านเรื่องนี้ อย่างหนึ่งที่สนใจและมองหา คือ เหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีกิจกรรมงานบุญขึ้นในแต่ละเดือน และในแต่ละเดือนงานบุญก็แตกต่างกัน และในเดือนนั้นๆ ทำมัยต้องทำงานบุญนั้น เช่น บุญพระเวส ไปทำเดือนอื่นได้มั้ย ทำไมต้องทำเดือนสี่ และบุญแต่ละอย่างทำไปเพื่ออะไร ทำทำไม เหล่านี้อยากทราบค่ะ เพราะเราเรียกว่า นี่คือ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังนั้น แสดงว่า การกำหนดกิจกรรมนั้นต้องมีเหตุมีผลที่ต้องทำ มีภูมิ มีปัญญา แทรกอยู่ในนั้น คิดว่าอย่างนั้นค่ะ
และตามที่สรุปว่างานบุญต่างๆ ได้ก่อให้เกิดภูมิปัญญาด้านต่างๆนั้น อยากรู้ว่า จริงๆแล้ว เป็นอุบาย หรือ เป็นการสอน การแก้ปัญหา อะไรรึปล่าว เช่น ภูมิปัญญาด้านการลงแขก ถือว่าเป็นการ แก้ปัญหาเรื่องแรงงาน หรือไม่ ทำนองนี้ค่ะ ถ้าหากวิเคราะห์เจาะลึกได้ น่าจะทำให้เราเข้าใจเรื่อง ฮีตสิบสอง ภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรมประเพณีได้มากขึ้น รวมทั้งเป็นแนวทางที่จะนำมาใช้ หรือปรับใช้ และจะทำให้ไม่สูญสลายไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลก สังคม และสิ่งแวดล้อม มั้ยค่ะ?
ขออนุญาตขอความรู้แค่นี้นะค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ
ผมขอเพิ่มเติมงานวิจัย ในประเด็นต่อไปนี้ครับ
งานวิจัยที่เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่เป็น "ระบบความรู้ท้องถิ่น" หากวิจัยออกมาได้แล้ว กระบวนการที่จะนำไปใช้ประโยชน์ (การใช้ประโยชน์จากงานวิจัย) เป็นเรื่องที่สำคัญ
ดังนั้นการคิดต่อเรื่องนี้ จึงต้องวางแผนตั้งแต่เริ่มงานวิจัย
ความรูท้องถิ่น จึงเป็นเสมือน "ทุน" ที่ให้ชาวบ้าน "รู้ตนเอง" และใช้ทุนที่เขามีอยู่ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาบนพื้นฐานของวัฒนธรรม
เมื่อไหร่ก็ตามเราสามารถ จัดการความรู้ท้องถิ่นได้สำเร็จ จะเกิดการยกระดับองค์ความรู้ และใช้ประโยชน์จากความรู้นั้น
สำหรับผลงานวิจัยนี้มีหลายๆประเด็นที่จะต้องเจาะลึกเพื่อ ค้นหาองค์ความรู้เหล่านั้นเพิ่มเติมครับ จาก
ภูมิปัญญาด้านความกตัญญูรู้คุณบรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายายและญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว
ภูมิปัญญาด้านความกตัญญูรู้คุณข้าว
ภูมิปัญญาด้านความเชื่อเรื่องบุญ
ภูมิปัญญาด้านความเชื่อเรื่องผี
ภูมิปัญญาด้านประเพณีการลงแขก
สวัสดีค่ะพี่อ๋อย
ความซับซ้อนในความเชื่อของมนุษย์เป็นอะไรที่น่าเรียนรู้ มันเป็นพลังในการดำเนินชีวิตจริงๆค่ะ