เมื่อถึงวันหนึ่งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรต้องมีกิจกรรมการผลิตที่นำเข้าตลาดได้ เพื่อการเติบโต และยั่งยืน

29 มกราคม 2551 ได้มีโอกาสไปเยือนเกาะยออย่างไม่ตั้งใจของผู้เขียนเพราะเหตุว่าต้องเป็นสารถีให้กับเพื่อน ๆ ในการเที่ยวเกาะยอ เขียนเรื่องผ้าทอและอื่น ๆถือเป็นโอกาสดีที่ได้ไปเยี่ยมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าเกาะยอ

ผ้าทอเกาะยอเป็นสินค้ามีชื่อ ที่ผู้คนที่แวะเที่ยวหรือผ่านเกาะยอ ส่วนใหญ่จะซื้อติดมือเสมอ ด้วยสัญลักษณ์และฝีมือที่ปรากฏบนผืนผ้า

               แรกที่เห็นบ้านตึก มีรั้วกั้น เพื่อนที่ร่วมเดินทางเปลี่ยนใจจะไม่แวะเยี่ยม เพราะเห็นว่า ต้องทำเป็นธุรกิจ แน่ ๆ แต่ผู้เขียนในฐานะที่มีพวงมาลัย (รถ) อยู่ในมือ ถือโอกาสที่จะแวะเยี่ยมและก็ไม่ผิดหวัง ด้วยอัธยาศัย และความมีไมตรีจิต พร้อมในการให้ ของคุณน้าเจ้าของบ้าน หลังจากพูดคุย ถ่ายภาพแล้ว ก็เลยอุดหนุนด้วยการซื้อผ้าขาวม้า ไปฝากพ่อของเพื่อน และเพื่อนซื้อที่ใส่ทิชชู                 กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าเกาะยอ เป็นกลุ่มแม่บ้านที่


มีกิจกรรมทอผ้า ออมทรัพย์ และรวมขาย โดยที่สมาชิกแต่ละคนทอผ้าแล้วนำมาส่งที่กลุ่ม และนำเงินออมทรัพย์มาเป็นทุนหมุนเวียนเป็นค่าชิ้นผ้าแต่ละชิ้นที่นำมาส่ง นับเป็นทางออกที่ดี เพราะ
1.
สมาชิกกลุ่มได้รับเงินทันที ที่นำผ้าทอมาส่ง ณ ที่ทำการกลุ่ม
2.
สมาชิกมีรายได้เมื่อมีงาน (ผ้า)
3. ที่กลุ่มมีการผ้าไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ที่ติดเสื้อผีเสื้อ กลองใส่เครื่องประดับ กล่องทิชชู ผ้าม่าน เป็นต้น โดยให้สมาชิกที่มีความสามารถในการเย็บจักร เป็นคนทำ นับเป็นการเพิ่มมูลค่าอีกทางหนึ่ง

ดูแล้วก็เป็นทางออก หรือทางนำไปสู่ความยั่งยืนของกลุ่มกิจกรรม

               พี่ที่ทำงานบอกว่า อยากให้เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตรทำธุรกิจของกลุ่มแม่บ้าน ฯ ไม่ใช่เพื่อความร่ำรวยของตัวเอง แต่เพื่อช่วยนำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านฯ เข้าสู่ตลาด ในขณะที่ตัวสมาชิกกลุ่ม ฯ ยังไม่แข็งแรงพอที่จะทำเรื่องตลาดเอง และยกตัวอย่างที่มีการดำเนินการเช่นนี้สำเร็จในหลายพื้นที่ แต่ตอนนี้กรมส่งเสริมการเกษตร มีเจ้าพนักงานเคหกิจเกษตรลดน้อยลง เนื่องจากปรับเปลี่ยนตำแหน่งไป ก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของสำนักงานเกษตรอำเภอ ว่าจะวางนโยบายงานด้านแม่บ้านเกษตรกรไว้อย่างไร ลองเข้ามาเล่าบ้างว่าแต่ละที่ ทำกันอย่างไร  ....จาก จินตนาภร