การให้เขาได้นั่งล้อมวงพูดคุยถึงเรื่องราวที่ได้จากการพบเจอในแต่กิจกรรมนั้น ๆ แล้วประมวลมานำเสนอให้ทุกคนได้ร่วมรับฟังด้วยกัน ก็เป็นเครื่องมืออันดีที่จะช่วยให้เขาได้เกิดการเรียนรู้ใหม่ ๆ ได้เหมือนกัน

ภายหลังการเดินทางกลับจากสัมมนาที่กรุงเทพฯ และนครนายก  ผมมีโอกาสได้นอนพักหลายชั่วโมง  จากนั้นในช่วงสาย ๆ ของวันเสาร์ที่  16  กุมภาพันธ์   ผมก็จำต้องออกเดินทางไปร่วมค่ายพัฒนานิสิต ณ  วัดหินหมากเป้ง  อ.ศรีเชียงใหม่  จ.หนองคาย  เป็นการเดินทางด้วยภาวะที่อ่อนล้าอยู่พอสมควร  กระนั้น  ก็ยังถือว่าผมโชคดีอย่างมหาศาลที่ได้น้องดินนั่งไปเป็นเพื่อน ...

 

 

    

ระยะทาง  ไปกลับ   จากมหาวิทยาลัย ฯ  ถึงวัดหินหมากเป้งยาวไกล   623  กิโลเมตร  รถคู่ชีพและลูกชายคนรู้ใจก็ทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ไม่มีติดขัดงอแงให้ระเคืองใจ  พลอยเป็นผลบุญให้การเดินทางในครั้งนี้  กลายมาเป็นการเดินทางแห่งชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุข  สดชื่น, และสำราญใจเป็นที่สุด ... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(ทิวทัศน์หลังวัดหินหมากเป้ง  ..แลเห็นน้ำโขงทอดตัวยาวอย่างนิ่งเงียบ)

 

 

 

    

 

กิจกรรมในครั้งนี้มีชื่อว่าโครงการ พัฒนาส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม จัดขึ้นในระหว่างวันที่  16 – 17 กุมภาพันธ์  2551  เป็นกิจกรรมที่รับผิดชอบโดยงานวินัยและพัฒนานิสิต  ซึ่งนิสิตที่เข้าร่วมส่วนเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มที่ต้องวินัยนิสิต  ทั้งจากเรื่องวินัยจราจร  ไปจนถึงเรื่องอื่น ๆ  เช่น  ดื่มสุรา  ทะเลาะวิวาท  ฯลฯ 

 

 

 

 

กิจกรรมดังกล่าวนี้  เป็นกระบวนการหนึ่งของการเสริมสร้างและพัฒนาให้นิสิตได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติและเสริมสร้างโลกทัศน์ใหม่ ๆ  อันเป็นประโยชน์ต่อการสร้างภูมิต้านทานให้กับตัวนิสิต  เพื่อให้นิสิตได้ตระหนักรู้ในเรื่องของการดำเนินชีวิตและพันธกิจที่มีต่อสังคม   โดยใช้กลไกในทางธรรมเป็นตัวกล่อมเกลา    รวมถึงกระบวนการแห่งการเรียนรู้ร่วมกันในเรื่องที่เรากำหนดไว้เป็น บทเรียน  ที่ทุกคนต้องทำกิจกรรมร่วมกันในกรอบแห่งการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้   

    

        

 

 

 

 สำหรับผมแล้ว,  ผมคงไม่คาดหวังให้กิจกรรมเพียงกิจกรรมเดียวนี้ได้มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อการทำให้นิสิตปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างทันทีทันใด  แต่ก็หวังแต่เพียงว่า   การเดินทางออกจากมหาวิทยาลัยในครั้งนี้  จะช่วยให้เขาได้เห็นโลกและชีวิตในมุมมองใหม่ ๆ ...  เรียนรู้เพื่อนใหม่ ๆ  .. เรียนรู้กติกาใหม่ ๆ  ในความเป็น สังคม  ที่นิสิตต้องให้ความเคารพ  มิใช่กรีดกรายในแบบ เสรีภาพ  อันไร้ขอบเขต  โดยปราศจากการเคารพและอาทรต่อผู้อื่น  รวมถึงการสะกิดให้เขาตระหนักที่จะดูแลตนเองอย่างมี สติ   เพื่อมิให้ตัวเองกลายไปเป็นภาระของคนอื่น ๆ  สืบต่อไปอย่างน่าสังเวช  

 

 ด้วยเหตุดังกล่าวนี้   ผมจึงกำชับเจ้าหน้าที่ (มือใหม่)  ทั้งสองคนว่า  ไม่ควรทุ่มเวลาทั้งหมดไปสู่การพัฒนาจิตใจด้วยธรรมะเพียงกิจกรรมเดียวอย่างสุดโต่ง   เพราะนิสิตส่วนใหญ่อาจไม่ใช่ผู้ที่สนใจ   หรือให้ความสำคัญกับเรื่องทำนองนี้สักเท่าใดนัก   จึงควรค่อย ๆ  ปรับแต่งทัศนคติไปทีละนิดอย่างไม่รีบร้อน    โดยให้เพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้อื่น ๆ  เข้ามาอย่างหลากหลาย  และกิจกรรมเหล่านั้นก็ควรมีบรรยากาศความรื่นรมย์ที่พร้อมจะนำพานิสิตไปสู่การตระหนักรู้ในสิ่งที่เราซ่อนหวังไว้อย่างลึก ๆ   ...          

 

 

 วิธีคิดของผม  จึงมุ่งให้นิสิตได้ทำกิจกรรมร่วมกัน  เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน โจทย์  หรือ "บทเรียน"  ต่าง ๆ  โดยในทุกกิจกรรมก็ต้องมีการสรุปปิดท้ายโดยรวมเสมอ  ซึ่งกระบวนการเหล่านี้น่าจะ (ผมเน้นว่า ..น่าจะ)  เป็นกลไกอันสำคัญที่ทำให้เขาได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมี สำนึก   และการให้เขาได้นั่งล้อมวงพูดคุยถึงเรื่องราวที่ได้จากการพบเจอในแต่กิจกรรมนั้น ๆ   แล้วประมวลมานำเสนอให้ทุกคนได้ร่วมรับฟังด้วยกัน   ก็เป็นเครื่องมืออันดีที่จะช่วยให้เขาได้เกิดการเรียนรู้ใหม่ ๆ ได้เหมือนกัน 

 

 

      

การนำนิสิตในทางวินัยนิสิตมาร่วมกิจกรรมในทำนองนี้    เป็นกิจกรรมใหม่ที่เราไม่เคยจัดมาก่อน  เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบก็ใหม่ต่อกระบวนการจัดกิจกรรม   ทุกอย่างจึงใหม่ต่อการเรียนรู้ร่วมกันอย่างไม่ต้องสงสัย   และนั่นคือเหตุผลอันสำคัญที่ทำให้ผมต้องถ่อสังขารไปให้กำลังใจกับพวกเขาอย่างเต็มกำลัง ...    

 

ด้วยเหตุดังกล่าวนี้  งานนี้จึงไม่เพียงพัฒนานิสิตเท่านั้น  แต่หมายถึงการพัฒนาบุคลากรของผมด้วยเหมือนกัน  พวกเขา หรือแม้แต่ผมเองก็เถอะ  ต่างอยู่ในสถานะของการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในบริบทใหม่ของกิจกรรมนี้ด้วยกันทั้งสิ้น  

 

 

และผมก็เชื่อว่าในสิ่งที่เราได้ลงมือทำไปนั้น  เราย่อมมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้างล่ะ  อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้ว่า  ทันทีที่ชีวิตออกเดินทาง  ชีวิตย่อมเกิดการเรียนรู้ไปโดยปริยาย  และบางสิ่งบางอย่างก็อาจไม่สามารถค้นพบได้เลยหากเราไม่ยอมที่จะก้าวออกมาจากโลกแคบของตนเอง  ! 

  

(ตั้งวงเล่า :  กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบเป็นกันเอง)    

ข้อมูลเพิ่มเติม 

 

สถานที่ที่นำนิสิตเข้าศึกษาเรียนรู้  ได้แก่  จ.อุดรธานี  (วัดบ้านตาด,  วัดบ้านค้อ,  อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท, วัดป่านาสีดา)   จ.หนองคาย  (วัดหินหมากเป้ง,  วัดอรัญบรรพต)