หากต้องการพบกับความจริง จะต้องไปหาจากเวทีแสดงและดูการแสดงตั้งแต่ต้นจนจบในแต่ละงานหรือสอบถามรายละเอียดจากศิลปินต้นแบบที่เขาเป็นเจ้าของต้นตำหรับเพลง จึงจะได้ข้อมูลที่แท้จริง

 

เพลงอีแซว

ใช้เครื่องดนตรี 

ชนิดใดให้จังหวะ             

ทำไมจึงไม่ใช้ตะโพน

ใช้กลองไฟฟ้าไม่เห็นที่จะน่าฟังเลย

         Dsc00533    

           เป็นข้อคิดความเห็นที่น่ารับฟังไม่น้อย ผมถือว่า มีทั้งบวกและลบในความเห็นเดียวกัน ที่ว่าบวกก็คือ จะได้เป็นความรู้แก่ผู้ที่เพิ่งจะเข้ามาสนใจหรือเพิ่งจะได้ชมการแสดงเพลงอีแซวในยุคปัจจุบัน ไม่เคยได้ติดตามดูการแสดงเพลงอีแซวในยุคเก่ามาก่อนเลย  มาถึงก็ได้เห็นการแสดงในยุคใหม่ปัจจุบันนี้เลย  ที่ว่าลบก็คือ ความจริงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะศิลปะพื้นบ้านเป็นของชาวบ้าน ชาวบ้านเขามีอุปกรณ์อะไรก็นำเอามาใช้เอามาเล่นกัน ถ้าคนในวงเพลงวงนั้นเต็มใจที่จะรับเอาสิ่งที่มีคนนำมาก็เป็นอันว่าใช้ได้

           มีท่านผู้รู้ (เรียกตนเองหรือมีผู้อื่นเรียกท่านว่าผู้เชี่ยวชาญทางเพลงพื้นบ้าน) ได้ให้ข้อสังเกตและเตือนผู้ที่ฝึกหัดเพลงอีแซว รวมทั้งเพลงพื้นบ้านอื่น ๆ ว่า เครื่องดนตรีที่จะนำเอามาใช้ในการแสดงเพลงอีแซว จะต้องเป็นตะโพนไทยเท่านั้น และจะต้องตีจังหวะหน้าทับลาว และจะต้องตีตามโน้ตสากลด้วย  พอผมได้รับรู้ ผมงงมากที่สุด งงว่าเขานำเอาที่ไปที่มา มาจากใคร มาได้อย่างไร ผมเกิดมาในวงเพลงอีแซว ฝึกหัดเพลงอีแซวและเพลงพื้นบ้านอื่น ๆ มาจากครูเพลงและบรรพบุรุษของผม ไม่เคยได้ยินท่านสั่งเลยสักคำว่าจะต้องใช้ตะโพนให้จังหวะ ไม่เคยได้ยินท่านสอนให้ตีตะโพนหน้าทับลาว และที่สำคัญที่สุด ไม่เคยมีเรื่องของตัวโน้ตเข้ามาเกี่ยวข้อง ในกรณีนี้ ผมพยายามตามหาคนตั้งทฤษฎี คนที่กำหนดหลักการว่า เขาทำได้จริงหรือไม่ ตามที่เขาผู้นั้นออกมาเสนอแนะ ก็ยังไม่เจอเลย ครับ

           มีนักดนตรีคนหนึ่งและกลุ่มหนึ่ง แสดงความคิดผ่านนักแสดงของผมว่า วงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 ทำไมจึงใช้กลองไฟฟ้าเอาขึ้นไปตีให้จังหวะในการแสดงฟังไม่เห็นจะดีเลย (ดังกะป๊องกะแป๊ง ไม่เข้าท่า) เด็ก ๆ ที่ได้รับฟังไม่สามารถที่จะชี้แจงให้เขาผู้นั้นทราบได้อย่างชัดเจน (ความจริงเขาน่าจะมาพูดกับผม) แต่ก็เป็นความเห็นที่ดี มีประโยชน์ เพราะเขาผู้นั้นมิใช่ตัวเราคนแสดง และเขาผู้นั้นไม่มีประสบการณ์บนเวทีเพลงพื้นบ้านมาเลย หากคุณเป็นคนตีกลอง ตีบองโก้ ตีรำมะนา ตีตะโพนให้จังหวะในการแสดง 1 งานเป็นเวลา 4 ชั่วโมง คุณจะไม่ต้องมาถามใครเลยว่า ทำไมจึงใช้เครื่องไฟฟ้า

          %e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%98%e0%b8%93%e0%b8%b2

           กรณีสุดท้ายที่ผมขอนำเอาปัญหาสำคัญมากล่าวในบทความนี้ก็คือ หน้าตาน้องก็ดี ทำไมอาจารย์ชำเลืองให้ตีกลองไฟฟ้า ตีกลองบองโก้ ตีกลองรำมะนา ถ้าไปอยู่วงพี่จะให้เป็นคนร้องนำ อาจารย์ไม่รู้จักใช้คนให้ตรงความสามารถ ปัญหานี้ เพื่อนของเด็กคนตีกลองเขาช่วยแก้ต่างไปให้ได้บ้างรวมทั้งตัวเด็กคนที่ตีกลองไฟฟ้าเขาพอที่จะพูดเหตุผลและความจำเป็นตอบไปได้บ้าง แต่เมื่อได้ฟังเค้าโครงเรื่องราวแล้วก็ยังคลี่คลายข้อสงสัยของผู้ที่แสดงความ เห็นได้ไม่หมดเปลือก ผมจึงขอหยิบยก นำเอาเรื่องของคนและอุปกรณ์ในการให้จังหวะในการแสดงเพลงอีแซวมาเล่าในบทความนี้ โดยถอดความรู้จากประสบการณ์ตรงของผมออกมาให้ผู้ที่สนใจได้รับทราบและช่วยกันตามหาความจริงจากต้นกำเนิดเพลงอีแซวว่าเป็นอย่างไร

           ย้อนหลังไปเมื่อผมยังเด็ก ๆ อายุราว 8-10 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา ผมชอบเสียงร้องเพลงฉ่อยของน้าอุ้ยมาก ติดตามดูเขาร้องเวลาเมา ต่อมามีวงเพลงไสว วงษ์งามมาเล่นใกล้ ๆ บ้าน ผมติดตามไปดูนับเป็นสิบ ๆ ครั้ง ได้ยินการให้จังหวะโดยการปรบมือ และมีเสียงไม้กระทบกัน น่าจะเป็นกรับ ต่อ ๆ มามีการนำเอาฉิ่งเข้ามาใช้ด้วย (พ.ศ. 2502-2504) วันที่ผมไปฝึกหัดเพลงพื้นบ้าน ที่บ้านป้าอ้น จันทร์สว่าง (พ.ศ.2524) ที่นั่นมีแต่ฉิ่งคู่เดียว  ป้าบอกว่าใช้งานมาตั้งแต่ป้าเป็นสาว ผมเคยถามท่านว่า แล้วใช้อะไรให้จังหวะละครับ ป้าบอกว่าก็ใช้ปรบมือให้จังหวะ ใครมีกรับ มีฉิ่งก็ตีเข้าไปด้วย

           ไปฝึกหัดเพลงกับป้าทรัพย์  อุบล ซึ่งท่านเป็นครูเพลงที่ฝึกหัดนักเพลงจนมีชื่อเสียงในวงการเพลงอีแซวหลายต่อหลายคน ที่บ้านป้าทรัพย์ก็ไม่มีกลอง ตะโพน โทน รำมะนา มีแต่ฉิ่งเพียงคู่เดียวที่นำเอามาตีให้จังหวะประกอบการร้องเพลงอีแซว เพลงฉ่อย  ผมไปฝึกเพลงที่บ้านน้าปาน  เสือสกุล น้าปานค้นหาฉิ่งเป็นการใหญ่ ผมบอกน้าไปว่า น้าปานไม่ต้องไปค้นหรอก ผมนำเอาฉิ่ง (ทองเหลืองอย่างดี) มาด้วย น้าปานหัวเราะดังเลย  ไปฝึกหัดเพลงที่บ้านลุงหนุน กรุชวงษ์ บ้างทะเลบก ลุงบอกว่า สมัยที่ลุงเล่นเพลง ใช้วิธีปรบมือทำจังหวะ เคาะกระบอกไม้บ้าง ใครมีฉิ่งมีอะไรก็เอามีตีเอามาเคาะให้จังหวะกัน  ที่บ้านน้าถุง  พลายละหาร บ้านดอนยาว ใกล้ ๆ วัดสระศรีเจริญ  น้าถุงเป็นศิษย์เอกของ ลุงเคลิ้ม ปักษี บรมครูเพลงแห่งดอนเจดีย์ที่ใคร ๆ ก็มาฝึกหัดกับลุงทั้งนั้น  น้าถุงเล่าว่า สมัยที่น้าหัดเพลง ไม่มีเครื่องดนตรีให้จังหวะ มีเพียงการปรบมือ ต่อมาก็มีกรับ และมีฉิ่ง ร้องกันปากเปล่า ๆ นี่แหละ

          Dsc09452

          ในสภาพของการแสดงจริง ๆ บนเวทีเพลงอีแซวในวันนี้ เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบจังหวะมีหลายอย่างที่นำมาใช้กับการแสดง ได้แก่ ตะโพน กลองทอม กลองชุด ระมะนา บองโก้ กลองแขก (ก็มี) โทนฉิ่ง กรับ บางวงมีฉาบด้วย ถ้าเป็นวงเก่า ๆ หน่อยก็นำเอาวงปี่พาทย์เครื่องห้า วงดนตรีสากลมาร่วมบรรเลงด้วย

          จังหวะที่ใช้ตีในการร้องเพลงอีแซว (เพลงอีแซวเป็นเพลงโต้ตอบ) เขาตีจังหวะสนุก ๆ ปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ มีทั้งช้าและเร็ว โดยเฉพาะตอนเพลงปะทะคารม จะตีจังหวะเร็ว ร้องรุกเร้าทำให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ไม่มีมือกลองที่เป็นชาวบ้านบอกผมว่า เขาตีจังหวะอะไร (นี่คือภูมิปัญญาท้องถิ่น) นักแสดงทุกคนไม่รู้จักโน้ต  เพราะเขาจะต้องร้องด้นสด ๆ แม้แต่บทที่เขาร้องก็ยังไม่มี เป็นการเขียนบทในอากาศ (นี่คือความสุดยอดของนักเพลงพื้นบ้านที่เป็นมืออาชีพ) 

          ผมตั้งวงเพลงรับงานแสดงเพลงอีแซว เพลงแหล่ ลำตัด เพลงฉ่อย เพลงเต้นกำ เพลงพวงมาลัย เพลงเรือ ขับเสภา และทำขวัญนาคมานานเกือบจะ 40 ปี เฉพาะเพลงอีแซว 17 ปีแล้ว โดยเริ่มต้นจากที่ไม่มีเครื่องดนตรีให้จังหวะเลย ผมใช้ซาวด์จังหวะกลอง ที่บันทึกลงในเทปคาสเสท แล้วนำเอาไปเปิดโดยมีคนหนึ่งคอยควบคุม ปิด-เปิดเสียงเวลานักแสดงร้อง ต่อมาปี พ.ศ. 2539 จึงได้ซื้อตะโพนโบราณจากชาวบ้าน และมีฉิ่ง กรับนำเอามาใช้ให้จังหวะในการแสดง ต่อมามีกลองบองโก้ และมีรำมะนาเข้ามาใช้ด้วยเวลาเล่นลำตัด และมีโทนใช้กับการร้องเพลงขอทานที่ผมถนัด และมาถึงปี พ.ศ. 2545 ผมซื้อกลองไฟฟ้า เป็นริทึ่มบ็อกซ์มีจังหวะมีหลายร้อยจังหวะในตัวเลือกความเร็วและเคาะจังหวะบันทึกใหม่ได้  ในปี พ.ศ. 2548 ผมซื้อกลองไฟฟ้าประเภทกลองแพดมี 7 หน้ากลอง และอีกตัวหนึ่ง มี 4 หน้ากลอง เสียงดีมาก ตั้งเสียงได้ 75 เสียงทั้ง 2 ตัว มีจังหวะอยู่ในตัวเปิดใช้งานได้ทันที (ส่วนใหญ่ผมใช้จังหวะ ชะชะช่า ในการแสดง) ตีที่หน้ากลองหรือเคาะร่วมกับจังหวะในตัวก็ได้ ไม่เหนื่อยแรง

           Dsc09865

           วันนี้ ผู้ที่ทำหน้าที่ให้จังหวะ ในวงเพลงของโรงเรียนเป็นผู้หญิงทั้งหมดซึ่งจากเดิมเป็นเด็กผู้ชายแต่ด้วยความรับผิดชอบที่จะต้องไปงานแสดงจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปตามความตั้งใจของเด็ก ผมให้นักแสดงทุกคนแต่งตัว แต่งหน้าให้สวยงาม เพื่อให้เหมาะสมกับการแสดง ดังนั้นผู้แสดงทั้ง 15-19 คนในแต่ละงานจะต้องดูสวยงามเหมาะสมกับบทบาทในการแสดงด้วยและนักแสดงทุกคนฝึกตีเครื่องให้จังหวะได้หมดทั้งเครื่องหนังและเครื่องไฟฟ้า  ส่วนนักดนตรีที่ทำหน้าที่ให้จังหวะก็สามารถที่จะร้องเพลงออกตัวได้ และออกไปแสดงก็ได้ตามความต้องการของเขาเพียงแต่จะต้องฝากงานให้จังหวะกับเพื่อนคนอื่นไปตีแทน (บางงานผมก็ไปตีกลองกับเด็ก) เราหมุนเวียนกันไปตามความต้องการของเด็ก ๆ แต่ใครจะทำหน้าที่ประจำก็ได้

          Dsc09407

           ดังนั้นการที่ท่านมองเห็นภาพภายนอกของทีมงานแสดง รวมทั้งมองโครงสร้างของการแสดงและการให้จังหวะในเพลงอีแซววันนี้ อาจจะไม่ใช่ความจริง เพราะเพลงได้มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ เครื่องดนตรีประเภทตะโพน กลอง ครูไสว วงษ์งาม ครูเพลงคนหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้นำเข้ามาใช้ประมาณปี พ.ศ. 2524 ซึ่งตะโพนลูกนั้น พี่สุจินต์ ศรีประจันต์ บรมครูเพลงอีแซวในปัจจุบันท่านยังคงนำเอาไปใช้อยู่ และพูดออกตัวกับผมอยู่เสมอว่า อาจารย์ชำเลืองรู้หรือเปล่าว่า ตะโพนลูกนี้อายุเท่าไร ลูกเล็กนิดเดียว แต่เสียงดีมาก เมื่อคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2551 ท่านก็นำเอามาใช้บนเวทีงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ (มีผมไปร่วมแสดงด้วย)

          %e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c2551

           เพลงอีแซว เป็นเพลงพื้นบ้านรูปแบบเดียวของจังหวัดสุพรรณบุรีที่ยังคงเป็นการแสดงอาชีพได้ และมีผู้ที่ให้ความสนใจติดต่อจ้างวานไปแสดงอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนเพลงเก่า ๆ รุ่นอายุ 45-65 ปี ยังอยู่ได้มีงานแสดงเข้ามาไม่ขาด หากต้องการพบกับความจริง จะต้องไปหาจากเวทีแสดงและดูการแสดงตั้งแต่ต้นจนจบในแต่ละงาน หรือสอบถามรายละเอียดจากศิลปินต้นแบบที่เขาเป็นเจ้าของต้นตำหรับเพลง จึงจะได้ข้อมูลที่แท้จริง ส่วนการศึกษาจากเอกสารจากตำราเป็นข้อมูลรองที่อาจมีการปรุงแต่งบ้างตามความเข้าใจของผู้เขียน จึงทำให้บางท่านต้องนำเอาความรู้ที่ตนเองมีมาจากการอ่าน ไปแนะนำตักเตือนนักแสดงตัวจริงที่เป็นเจ้าของเพลงอีแซวให้รู้สึกได้อายเสียด้วยซ้ำ  

          %e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%a7

ชำเลือง มณีวงษ์ - ถ้วยรางวัลชนะเลิศประกวดเพลงอีแซว จ. สุพรรณบุรี     ปี 2525

                      - ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมรางวัลราชมงคลสรรเสริญ ปี 2547

                      - โล่รางวัลความดีคู่แผ่นดิน รายการโทรทัศน์ช่อง 5         ปี 2549