ในการทำงานในหน่วยงาน องค์การนั้น มีขั้นของความสำเร็จสรุปเบ็ดเสร็จแล้วสู่การเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่ใครต่อใครใช้ชีวิตในโลกของการทำงานนั้นแตกต่างกัน มีข้อคิดเกี่ยวกับบันไดห้าขั้นจากความมีประสิทธิภาพสูงสู่ความยิ่งใหญ่ ที่ สตีเฟน อาร์ โควีย์ ได้เขียนไว้ที่ The 8th Habbit : From Effectiveness to Greatness ซึ่งโควีย์ได้อ้างอิงมาจาก คอลลินส์ ซึ่งได้ทำการวิจัยนานถึงห้าปี เพื่อที่จะตอบคำถามว่า สิ่งใดหนาที่ผลักดันองค์การที่ดีให้กลายเป็นองค์การที่ดีเลิศ เมื่อเกิดลงมือทำการวิจัยไป ก็จึงได้คำตอบมาว่า มีห้าระดับของการเป็นผู้นำ และระดับที่ห้านั่นแหละสำคัญหาตัวจับยากเลยละ เอาลามาดูกันว่ามันมีอะไรในกอไผ่บ้าง
ระดับที่หนึ่ง เป็นผู้ที่สร้างตนมาเป็นผู้มีความสามารถสูง หรือคนเก่ง ที่อาศัยพรสวรรค์ ความรู้ ทักษะ และอุปนิสัยที่ดีในการทำงาน
ระดับที่สอง ต้องเป็นสมาชิกที่ดีมีคุณค่าของทีมงาน ช่วยทำกิจการของกลุ่มให้บรรลุวัตตถุประสงค์ ดำรงด้วยประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ระดับที่สาม มีความเป็นผู้จัดการที่มากด้วยความสามารถ
ระดับที่สี่ คือผู้นำที่มีประสิทธิผล กระตุ้นให้ผู้คนเกิดความผูกพันมุ่งมั่นสู่วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มีเกณฑ์มาตรฐานงานอยู่ในระดับสูง
ระดับที่ห้า อาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ ด้วยมีไฟแห่งเจตนาแรงกล้าในอาชีพผสมผสานกับความอ่อนน้อมถ่อมตน
จากการค้นพบนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจสรุปไว้ว่า ผู้บริหารที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด นั้นต้องเป็นมนุษย์ที่มีลักษณะขัดแย้งกันในตัวคน เดียวนั้นมีความมุ่งมั่นเจตนาแรงกล้าในอาชีพคู่กับความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนหวาดกลัวแต่ก็สู้ไม่ถอย ชลอย ยังเป็นคนขี้อายแต่ก็ไม่ขลาดกลัว ซึ่งโดยทั่วไปหาคนแบบนี้ได้ยาก แต่หากขาดผู้นำในระดับห้านี้แล้วก็ไม่แคล้วที่องค์การจะไม่สามารถสู่ความเป็นเลิศได้
สวัสดีครับท่านผอ.
จะนำไปวิเคราะห์กรณีศึกษาดูทั้ง ๕ ข้อครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านผอ. ที่นำความรู้มาให้ในการปฏิบัติงาน"ผู้นำทางจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ ด้วยมีไฟแห่งเจตนาแรงกล้าในอาชีพผสมผสานกับความอ่อนน้อมถ่อมตน "
สวัสดีครับนายช่างใหญ่
ขอบคุณครับ ลองวิเคราะห์ดูนะครับ
ขอบคุณครับ
ท่าน ผอ.ครับผมก็หวังว่าจะได้มีผู้นำที่มีหลักในการบริหารงานที่มีคุณธรรม และมีความยุติธรรม ผมเชื่อว่าหากผู้นำมีสองคำนี้ในหลักบริหารงาน ทุกอย่างก็คงไปได้สวย ทั้งด้าน (งบประมาณ ด้านการแบ่งความรับผิดชอบงาน ความเสมอภาค
ขอบคุณผอ...ค่ะ ที่นำสิ่งดีๆมาบอกกล่าวกับพวกเราและจะได้นำมาใช้เป็นแนวทาง
ในการทำงานต่อไป
ขอบคุณครับ
ชลดา
การเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ ควรได้ใจของทีมงานก่อน จึงจะนำพากันไปสร้างงานสร้างสิ่งดีดีในสังคมได้ต่อไป หากภายในใจยังขัดแย้งกัน หรือทำไปเพราะเขาเป็นนาย เราเป็นลูกน้อง ก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ไม่เต็มใจกับงาน การเป็นผู้บริหารหากต้องการความสำเร็จย่อมต้องมีบุคลิกที่มุ่งมั่นเจตนาแรงกล้าในอาชีพคู่กับความอ่อนน้อมถ่อมตน ตามที่ท่านกล่าวมาจริง จริงนั่นแหละ แต่ต้องถูกต้องเหมาะสมกับกาลเทศะด้วยนะคะ ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะกล้ากับกลัว แต่สิ่งที่ควรกลัวกลับใจกล้า ซะงั้น
ขอบคุณครับ
ห้าระดับของผู้บริหารดีมากค่ะ ถ้าเพิ่มความยุติธรรมเข้าไปด้วยจะได้ใจลูกน้องไปเต็มๆ คนอื่นคิดอย่างไรไม่ทราบ สำหรับตัวเองเต็มที่กับงานมาก บางครั้งมีท้อแต่ก็สู้มาจนถึงทุกวันนี้ ก็คงสู้ต่อไปค่ะ
ขอบคุณครับ
คนเราอาจมีท้อได้บ้างแต่ก็อย่านานครับ และที่สำคัญคืออย่าขาดกำลังใจ
ข้าราชการ ครูอาสาฯ ครู ศรช. เจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ศบอ.บ้านบึง ปากเก่ง ใจกล้า น่ารัก มุ่งมั่น ขยัน ขันแข็งทุกคนครับ
ต้นไม้ใหญ่ ต้องอ่อนลู่ตามลม อ่อนไปตามลมแรง จึงจะอยู่เป็นร่มไม้ให้นกกาได้พักพิงอย่างร่มเย็นเป็นสุข
เชื่อว่าผู้นำของ กศน.ทุกท่าน มีคุณธรรม และมีความยุติธรรม แต่จะนำมาใช้ในเวลาไหนเท่านั้นเองคะ
เห็นด้วยและชอบความคิดที่ 2 , 5 และ 8 มากครับ
ขอบคุณทุกท่านครับ
ธีรยล