ท่านเตรียมตัวตายกันหรือยัง

ช่วงนี้เราได้ข่าวเรื่อง  ความตาย  กันบ่อยค่ะ

หลายคนไปงานศพแต่ละครั้งก็จะรู้สึกปลง และ

บอกกันว่าจะต้องลด..ละ..เลิก

 

 

แต่พอกลับถึงบ้าน  หลายคนอาจลืมสิ่งที่เราคิดได้ที่งานศพ

 

 

ดิฉันได้อ่านพบบทความของ  ท่านอาจารย์ไพศาล  วิสาโล

ท่านพูดได้ตรงใจมากค่ะ

ท่านบอกว่า...ความตาย ถ้าวัดที่การหมดลมหายใจและหัวใจหยุดเต้น ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์

แต่...ความกลัวตาย..สามารถหลอกหลอนคนได้ยาวนานมากนับปีหรือมากกว่านั้น

 

จึงมีภาษิตว่า  คนกล้าตายครั้งเดียว  แต่คนขลาดตายหลายครั้ง

ความกลัวตายเกิดจากอะไร

กลัวความเจ็บปวด

กลัวการพลัดพราก

หมดโอกาสที่จะได้เสพสุข

แล้วคนที่ไร้ญาติขาดมิตรล่ะ.... ทั้งทุกข์ยากแสนเข็ญ

เวลาเจ็บป่วยหนักระยะสุดท้าย

จำนวนมาก  ก็ยังกลัวตาย

ทั้งๆ..ที่โอกาสเสพสุขไม่มีเลย

อะไร???....ที่ทำให้เขายังอยากมีชีวิตอยู่

 

ความเชื่อคนสมัยก่อน....

เชื่อว่า.. แม้ลมหายใจหมดแล้ว

ตัวเรายังไม่ดับสูญ... หากมีสวรรค์รองรับ

จึงไม่หวาดกลัวความตายนัก

 

แต่คนสมัยนี้....

ไม่เชื่อว่า...มีโลกหน้าหรือชีวิตในโลกหน้า

ความตาย...จึงเหมือนดับสูญ จึงน่ากลัวยิ่งนัก

 

 

ตราบใดความตายยังเป็นสิ่งลี้ลับ  จึงน่ากลัวสำหรับเรา

ถ้าเราฝึกให้คุ้นชินกับความตาย เราจะไม่กลัวมันอีกต่อไปค่ะ

 

 

ทำยังไงดีล่ะ???

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ท่านบอกว่า.....

ห้ระลึกถึงความตายอยู่เสมอ

โดยการ  เจริญมรณสติ เป็นประจำ  ให้ระลึกหรือเตือนตนว่า

1.  เราต้องตายแน่นอน

2. ความตายเกิดกับเราได้ทุกเมื่อ

3. ถามตัวเองว่าเราพร้อมที่จะตายหรือยัง เราได้ทำสิ่งที่ควรทำหรือยัง

4. ถ้ายังไม่พร้อม เราควรใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ อย่าปล่อยเวลาให้สูญเปล่า หาไม่แล้ว เราอาจไม่มีโอกาสทำสิ่งเหล่านั้นเลย

 

ข้อ 1&2  เป็นความจริงและเป็นกฏธรรมชาติ เราไม่อาจฝืนได้

ข้อ 3&4  เราจัดการได้ เป็นความรับผิดชอบเราเอง

หากเราฝึกบ่อยๆจนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราจะรับมือกับความตายได้

 

ท่านพุทธทาสภิกขุ เสนอวิธีการฝึกตาย โดย ตายก่อนตาย

เป็นการฝึกตายจากกิเลส ตายจากการยึดมั่นในตัวตน ลองทำให้ตัวตนตายจากการหมดลม

ตัวตนไม่มีจริง เป็นการปรุงแต่ง ยึดมั่นตัวกู  ของกู

ความโกรธ  ความเกลียด ศัตรู ความยึดมั่น ทำให้เรากลัวตายยิ่งขึ้น

เมื่อใดก็ตาม....ที่เราปล่อยวางได้  จากการยึดมั่น ถือมั่น ความตายไม่น่ากลัวอีกต่อไป

ทุกอย่างไม่ใช่ของเรา....

ที่สำคัญที่สุดคือ....  ไม่มีเรา ก็ไม่มีการตาย เพราะตัวเราไม่มีตั้งแต่แรก

ดังนั้น....การฝึกใจให้ปล่อยวางจากความยึดมั่นถือมั่น

จึงเป็นการเตรียมตัวตายที่ดีที่สุด

 

 

อีกวิธี คือการฝึก ความดับไม่เหลือ 

โดยทุกเช้านอนสำรวมจิตเป็นสมาธิ

แล้วพิจารณาสิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ใช่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นแม่ เป็นลูก เป็นคนสวย รวย ขี้เหร่ ก็ล้วนแต่มีทุกข์

เมื่อทำจนคุ้นแล้ว ก็นำไปทำในชีวิตประจำวัน

ให้มีสติเท่าทัน  ตัวกู  เมื่อทำได้ความตายก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไป

 

 

ถ้าความตายจะมาถึง   จวนจะตายจริง

ท่านพุทธทาส แนะนำว่า...ให้น้อมจิตสู่ความดับไม่เหลือ

ละวางความยึดมั่นถือมั่นทั้งปวงว่าเป็นตัวกู  ของกู

เมื่อร่างกายอยู่ไม่ไหว จิตใจก็ควรกระโจนไปด้วย

ไม่ห่วงหาอาลัย

ไม่คิดเกิดที่ไหน

นาทีสุดท้ายของชีวิต  เป็นโอกาสสำคัญยิ่งที่จิตจะปล่อยวางตัวกู  เพื่อหลุดจากความทุกข์อย่างสิ้นเชิง

 

 

จึงถือว่า เป็นนาทีทองอย่างแท้จริง

 

อ่านจบแล้ว เรายังไม่อาจสัมผัส และเผชิญกับความตายได้

ตราบใด ที่เรายังไม่ไปฝึก ให้เผชิญกับมัน

 

หวังว่า.... จะได้ข้อคิดและนำมาใช้ได้บ้าง

ในโอกาสที่....เราเริ่มเห็นตัวเราและสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่อาจพาให้เราเริ่มอารมณ์ไม่ดีนะคะ

 

 

วันนี้เป็นโอกาส....ให้ดิฉันจะได้เตือนตัวเองด้วยค่ะ

เอกสารอ้างอิง

พระไพศาล วิสาโล. นาทีทองของชีวิต. มติชน วันอาทิตย์ 20 มกราคม 2551