เขียนที่โรงแรมมุกดาหาร แกรนด์ โฮเทล
ภาพจากหนังสือ กินรี การบินไทย
”การดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดาริ”
เรื่องเหล่านี้ผมคิดว่าพวกเราคนไทยคงได้ยินได้ฟังมาบ้าง แล้วแต่วาสนาและโอกาส คนตีความก็อธิบายต่างมุมมองได้ไม่จำกัด ในภายหลังพวกเราเข้าใจตรงกันแล้วว่า “มันไม่ใช่สูตรสำเร็จ” ต้องลงมือปฏิบัติ จะมานั่งยกเมฆให้มันพอเพียงในขณะที่ฟุ่มเฟือยโครมๆ!!มันไม่ได้หรอกต๋อย ควรแยกแยะให้ได้ว่า อะไรหลักการ อะไรเป็นกระบวนการ ไม่ใช่จะกินทุเรียนทั้งเปลือกอยู่ร่ำไป..
เรื่องความพอเพียงไม่ใช่จะอยู่เฉพาะการทำมาหากิน ปลูกผักทำนาเลี้ยงปลาเลี้ยงไก่ แต่มันควรเป็นระบบชีวิตและสังคมทุกระดับ ระดับครัวเรือน ชุมชน ภูมิภาคและสังคมโดยรวม ที่คนทั้งชาติควรจะช่วยกันทำให้เป็นเรื่องเป็นราว เพื่อที่เรื่องนี้จะเป็นหลักการของชาติ หรือเอกลักษณ์แห่งชาติ ที่หลายฝ่ายยกร่างขึ้นเป็น”วาระแห่งชาติ”
เมื่อก่อนเราจะได้ยินคำว่า “ทฤษฎีใหม่” นี่แหละคือทฤษฎีที่เกิดจากปรีชาญาณพระมุขของชาติ ที่พวกเรากำกับด้วยคำว่า”พระราชดำริ”จึงเป็นแนวความคิดใหม่ที่ไม่ได้ไปลอกเอามาจากของใคร เป็นไทยแท้ล้วนๆ จึงสมควรเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่ว่าด้วยแบบแผนการดำเนินชีวิตและสังคมไทย
พูดถึงเรื่องเอกลักษณ์ฉบับประชาชน ผมเข้าใจว่า เรามีเอกลักษณ์สำคัญที่ควรดำรงไว้ตลอดไป คือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในโลกนี้มีไม่กี่ประเทศหรอกที่มีพระมหากษัตริย์ให้ชื่นชมและเป็นศูนย์รวมใจของชาติ จึงควรนับได้ว่าเรามีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะของตนเอง และบทบาทของเสาหลักทั้ง3ส่วนนี้ มีกระบวนการที่เชื่อมโยงถึงวิถีไทสม่ำเสมอ พิธีถวายผ้าพระกฐินทางพระยุหยารทตราสง่างามร่ำลือไปทั่วโลก พิธีฉลองพระชนมายุ80พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั่วโลกจะเห็นพลังไทยแสดงความจงรักภักดีอย่างน่าชื่นชม
เราเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ตั้งอยู่บนผืนดินขวานทอง ความอยู่ดีมีสุขได้หล่อหลอมให้เกิดความดีงาม สงบ ร่มรื่น และเรียบง่าย ทำให้คนไทยจิตใจดีงาม จนเกิดเอกลักษณ์ที่เรียกว่า “ยิ้มสยาม” ลองมองดูสิว่ามีกี่ประเทศที่มีเอกลักษณ์พิเศษเช่นนี้
เรามีศาสนาพุทธคอยอบรมบ่มนิสัยเรื่องความพอดี พอเพียง ยึดการเดินสายกลาง ไม่สุดโต่งสุดขั้ว จุดพอดีเหล่านี้เกิดขึ้นภายใต้วินัยทางศาสนาคอยเกื้อหนุน คนไทยสอนกันด้วยเพลงกล่อมลูกตั้งแต่อยู่ในอู่ โตขึ้นก็จับบวชเรียน โตมาอีกหน่อยมีสถาบันการศึกษารองรับอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ครูบาอาจารย์รับไปปั้นแต่งลูกศิษย์ให้เป็นบัณฑิตที่ดี
เรามีภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เป็นแก่นสาระความรู้สายพันธุ์ไทย ชุดความรู้ภาคพลเมืองไทยเหล่านี้ ยังเป็นรากฐานให้คนในชาติได้นำมาต่อยอดมากมายในทุกบริบทไทย การแต่งกายไทย รำไทย มวยไทย นวดแผนไทย สมุนไพร อาหารไทย ครัวไทย ฯลฯ ได้รับการพัฒนาไปสู่การเป็นครัวโลก และเป็นสากลมากขึ้น โดยมีตัวเอกลักษณ์เป็นน๊อตยึดแสดงบอกว่านี่คือไทย
การทำมาหากินภายใต้แนวทางพระราชดำริ เราจะประกอบการอาชีพสุจริตอะไรก็ได้ เพียงแต่ต้องยึดหลักการแห่งความพอเพียง มีเหตุมีผล ค่อยคิดค่อยเรียนรู้ ทำทุกอย่างด้วยน้ำพักน้ำแรง ซึ่งจะนำไปสู่ภูมิคุ้มกันในตัวเอง ตัวภูมิคุ้มกันเกิดจากการเรียนรู้ ความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาไปเป็นความตั้งใจ ดังนั้นการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง จึงจำเป็นต้องเรียนรู้วิถีแห่งความพอเพียง บอกตัวเองว่า..ตอนนี้อยู่และทำงานแบบพอเพียงแล้วหรือยัง ถ้าขาดตกบกพร่องเรื่องใดก็ควรรีบหาสาเหตุ
ช่วงนี้มีลูกหลานโอดครวญมาปรึกษาหลายคนว่า..”กำลังอกหัก” โอ้ยโย้!! นี่แสดงว่ายังไม่ได้นำแนวทางแห่งพอเพียงไปใช้ หัวใจจึงสั้นคลอน บางคนบอกว่า ..วันนี้อาการไม่สู้ดี..ท้องเฟ้อเรอเปรี้ยว ก็แสดงว่า ยังบริโภคแบบพอเพียงไม่เป็น เรื่องกินเป็น อยู่เป็น ก็จะค่อยๆนำไปสู่การคิดเป็น เรื่องนี้ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง เข้าทำนอง..
“ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้”
กราบสวัสดีครับพ่อครูบา
</div>
กอดสวัสดีครับ
จะมีคนคิดเหมือนครูบาสักกี่คนหนอ
เดี๋ยวทางเทิงก็จะนำเสนอโครงการแบบวัตถุนิยม พานิชวิถีมาให้พี่น้องประชาชีอีก
นับดูตั้งแต่ โครงการมะม่วงอันธพานหิมพานต์ กระถินพาเพเทพา วัวพลาสติก
ที่กำลังรอลุ้นก็ ยางพาลาที ปาล์มน้ำมูกน้ำมัน สาธุของให้สำเร็จ
ท่านครูบามาเยี่ยมมุกดาหารหรือครับ พี่น้องไทโซ่ดงหลวงกำลังจะได้หัวหน้าเผ่าคืนเร็วนี้แล้วครับผม
อ.ขจิต คะ
เด็กยุคใหม่ ไม่รู้จักความหมาย คำว่า "พอเพียง" ค่ะ
นี่ก็คืออีกปัญหาของระดับเยาวชน ระดับหนุ่มสาว ที่เราควรร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมมือ ร่วมหาแนวทาง ในการรีบแก้ไขปัญหา หาสาเหตุของปัญหา หาแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกัน อย่างน้อย จะได้ลดปัญหาเยาวชนได้ไม่มากก็น้อย ค่ะ