ผมรู้สึกห่วงใย สถานที่แห่งนี้ เกรงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างควบคุมไม่ได้ในอนาคต ใช่ครับ ผมอาจไม่ใช่ปัจจัยในการทำให้ที่ไม่เปลี่ยนแต่ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยฉุดรั้งแรกกระแทกนั้น

ด้วยมอบหมายภาระกิจให้กับตัวเองในการเขียนโน๊ต บอกตัวเองให้เขียน บันทึกถอดบทเรียนการทำเวทีชุมชนที่โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ ในช่วงปลายปีและช่วงรอยต่อของปี เพื่อเป็นการทบทวนตัวเองและให้ผู้สนใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

บ้านวัดจันทร์ อยู่ในเขตอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่ที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษ ด้วยบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่ยังคงธรรมชาติอุดมสมบูรณ์

ป่าสนผืนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีพี่น้องปาเกอญอ อาศัยอยู่อย่างเรียบง่าย มีศิลปะ วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ต้นพญาเสือโคร่ง(ซากุระเมืองไทย)บานสวยงามยามช่วงหนาว พร้อมกับดอกบ๊วยที่งดงาม พราวไปทั่วดงดอย พืชผักเมืองหนาวที่แปลกตาของโครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ เดินทางไม่ไกลจากอำภอปาย ว่ากันว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวหมายตาไว้ในอนาคต..

วัดจันทร์ เหมือนสาวชาวป่าที่สวย สะพรั่งของวัยสาว บริสุทธิ์ ผุดผ่อง น่ามอง ในขณะที่พี่สาว (ปาย) เป็นสาวทันสมัย เธอกร้านโลกเต็มที

เจ้าหน้าที่โครงการหลวงเชิญผมไปเป็นวิทยากรประเด็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งผมไม่ปฏิเสธ เพราะเหตุผลว่า ผมรู้สึกห่วงใย สถานที่แห่งนี้ เกรงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างควบคุมไม่ได้ในอนาคต ใช่ครับ ผมอาจไม่ใช่ปัจจัยในการทำให้ที่ไม่เปลี่ยนแต่ขอเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆที่ช่วยฉุดรั้งแรกกระแทกนั้น

ผมได้ร้องขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่โครงการหลวง เพื่อจะนำมาวิเคราะห์ข้อมูล เตรียมออกแบบเวทีชุมชน และผมก็ได้ข้อมูลที่น้อยมากสำหรับการวางแผนออกแบบเวที และโจทย์นี้ยากมากขึ้นเมื่อทราบว่าผมเป็นวิทยากรเพียงคนเดียวที่ต้องทำกระบวนการในสองวัน

เอาละครับ ...ทำไงดี ก็ต้องลุยครับเพราะตกปากรับคำแล้ว ก็ต้องเดินหน้าทำให้ดีที่สุด นอกจากเป็นวิทยากรแล้วผมยังต้องเป็น commentator ให้กับโครงการหลวงวัดจันทร์ในกิจกรรม Count Down ๒๐๐๗ ด้วย งานนี้เรียกว่า ทำในหลายๆหน้าที่ บทบาทครับ

การดำเนินการพัฒนาชุมชนเพื่อเข้าสู่การเป็นชุมชนท่องเที่ยวนั้น ต้องมี Step การดำเนินงานที่ต่อเนื่องตามลำดับขั้น

ขั้นตอนแรกๆ เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับชุมชนก่อนตัดสินใจลงพื้นที่(Choosing a Distination) ในส่วนนี้ผมทราบว่าทางโครงการหลวงใด้พิจารณามาระดับหนึ่ง มีกิจกรรมเสริมความเข้าใจบ้าง และชุมชนเหล่านี้เข้าสู่ระบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนอยู่แล้ว กิจกรรมนี้จึง "ผ่าน" ไปได้

หากมองใน มิติศักยภาพของชุมชน(Community Potential) ผมไม่ทราบข้อมูลมากนัก แต่ผมมองว่าชุมชนที่นี่เป็นชาวปกาเกอญอ ความเป็นนักอนุรักษ์ และสามัคคีสูง ในความรู้สึกผมนั้นผมคิดว่า"ใช้ได้"

ส่วน มิติของ แนวโน้มทางการตลาดของการท่องเที่ยวโดยชุมชน(Market Potential of CBT.)นั้น ผมวางใจเพราะโครงการหลวงมีหน่วยงานที่ทำการตลาดอยู่แล้ว อีกทั้งวัดจันทร์มี "Product" ที่มีคุณภาพ ถูกใจตลาดท่องเที่ยวอยู่แล้ว

ส่วน มิติของนโยบายของรัฐ และบทบาทของท้องถิ่นในการสนับสนุน CBT. (Goverment Policy) และ องค์กรพี่เลี้ยงและแหล่งทุนสนับสนุน (Facilitaing Organization and Funding)   ไม่น่าเป็นห่วงเพราะเป็นพื้นที่โครงการหลวงเช่นกัน

ดังนั้นการทำเวทีชุมชนครั้งนี้ ผมจึงเข้าสู่ กระบวนการศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับชุมชน (Completing a Feasibility) เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งต่อจากกระบวนการดังกล่าวข้างต้น ก็ถือว่าย่นระยะทางมาบ้าง

การออกแบบเวที จำเป็นต้องมีข้อมูลพื้นฐานสำคัญ เช่น ข้อมูลชุมชน จำนวนผู้เข้าร่วม และข้อมูลพื้นฐานความรู้ของของคนที่เข้ามาร่วม ลักษณะนิสัย การศึกษา เวลา สถานที่ อื่นๆที่ผมต้องมานั่งวิเคราะห์กลุ่มเพื่อออกแบบเวทีให้เร็วที่สุด สำหรับการเตรียมข้อมูลการแลกเปลี่ยน คิดกิจกรรมที่สอดคล้อง งานนี้จึงมีข้อมูลน้อย แต่ก็คิดว่าไม่เป็นปัญหา ผมเองก็เป็นกลุ่มหาเช้ากินค่ำครับ ดัดแปลงเรื่อยๆได้ในเวที

เรามีเวลาสองวัน แต่เวลาที่มีอยู่เราต้องขึ้นอยู่กับชุมชนครับ เพราะมีกิจกรรมเข้าโบสถ์ของผู้เข้าร่วมเวที การจัดสรรเวลาจึงขึ้นอยู่กับชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่เป็น สิ่งสำคัญครับ สำหรับนักวิจัยหรือนักพัฒนาที่เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชน...เมื่อเป็นแบบนี้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเราก็สามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการเราได้เรื่อยๆ

เข้ากระบวนการเลยดีกว่าครับ

Frog กิจกรรมแรก เป็นการแนะนำตัว หากกลุ่มคนไม่เยอะเราก็อาศัยการแนะนำตัวทุกคน อาจไม่ต้องใช้เวลานานมากนักพอให้รู้จัก ผมแนะนำตัว ผู้เข้าร่วมเวทีแนะนำตัว รู้จักฉัน รู้จักเธอ เรามาทำอะไรกัน? จากนั้นก็เริ่มต้นกระบวนการ

จริงๆกระบวนการแรกเลย ผมอาจต้องเริ่มด้วย "ต้นไม้แห่งความคาดหวัง" กิจกรรมนี้ ระดมความคิดความคาดหวังจากผู้เข้าร่วมเวทีไว้เป็นข้อมูล เพื่อปรับเปลี่ยนการนำเสนอของเรา ปรับเปลี่ยนกิจกรรมบางอย่าง  กิจกรรมนี้ก็แล้วแต่วิทยากรครับ หากเห็นว่าไม่จำเป็นก็อาจใช้กระบวนการอื่นๆได้ตามเหมาะสม

Frog วันนี้ผมใช้กิจกรรม ดูรูปแล้วแสดงความคิดเห็น กิจกรรมนี้สนุกสนาน ได้ลุ้นกันสนุกดีครับ เพราะรูปหนึ่งรูปมีความหมายแล้วแต่มุมมอง แน่นอนว่าผมได้เบื้องหลังความคิด (Underlying Ideas) ของผู้เข้าร่วมเวทีผ่านกิจกรรมนี้  ผมใช้การนำเสนอรูปผ่านโปรเจคเตอร์ครับ ง่ายๆและไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้ยุ่งยาก

กิจกรรมง่ายๆนี้กระชับความสัมพันธ์ ระหว่างผมกับผู้เข้าร่วมได้ดีทีเดียว การวิพากษ์เป็นไปด้วยความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ ที่เกิดขึ้นประเมินความพึงพอใจได้

Frog กิจกรรมต่อไป เป็นกิจกรรมที่ให้เห็น ความเข้าใจเรื่อง CBT. (Understanding CBT.)ของชุมชนครับเรียกกิจกรรมนี้ว่า "กิจกรรมดอกไม้ ใข่และหิน" มีอุปกรณ์ง่ายสามอย่างตามชื่อกิจกรรมครับ เป็นเครื่องมือในการจุดประกายความคิดเรื่องการท่องเที่ยว หากเปรียบการท่องเที่ยวเป็นของสามสิ่งนี้ คุณจะเลือกอะไร พร้อมอธิบายเหตุผล

ผมแบ่งกลุ่มออกเป็นสามกลุ่ม ตามของสามสิ่งที่มีอยู่ ให้สามกลุ่มนั้นระดมความคิดอย่างเสรี ลงในกระดาษปรู๊ฟ โดยตั้งโจทย์ว่า "หากเปรียบการท่องเที่ยวเหมือนสิ่งที่คุณมี คุณคิดอะไร"  เมื่อให้เวลาระดมสมองกันเต็มที่แล้วให้ทุกกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอสิ่งที่คิด และวิทยากร(ผม) สรุปที่ทุกคนคิดลงในกระดาษแผ่นใหญ่ เพื่อสรุปความคิดอีกที

กิจกรรมนี้ก็สนุกสนาน เพราะการให้เสรีในการคิด กระตุ้นให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการคิด เสียงพูดคุย สนุกสนาน เสียงหัวเราะ ความคิดที่พรั่งพรูลงในกระดาษปรู๊ฟ ก็เป็นสิ่งที่ผมประเมินได้ถึงการมีส่วนร่วมแต่ละขณะ

กิจกรรมดังกล่าวเราก็ได้เห็นศักยภาพของการคิดของผู้เข้าร่วมเวทีได้เต็มที่ สามารถนำมาประเมินความคิด ความเข้าใจในการจัดการท่องเที่ยวของชุมชนต่อไปได้ในอนาคต ผมก็มีหน้าที่เติมเต็มอีกบ้างเพื่อให้ความคิดทุกความคิดเชื่อมร้อยกัน

เสร็จกิจกรรมนี้ก็ได้ใช้เวลาร่วมครึ่งวัน...

ผมได้ข้อมูลพื้นฐานมากมายที่จะเชื่อมต่อกระบวนการต่อไปได้ ยังมีอีกครึ่งวันที่เหลือ ขอยกยอดกิจกรรมไปอีกบันทึกครับ

กิจกรรมเหล่านี้สามารถประยุกต์ใช้ในประเด็นพัฒนาต่างๆในชุมชนได้ครับ ไม่เฉพาะ ประเด็นการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างเดียว เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักวิจัยและนักพัฒนาที่เก็บข้อมูลชุมชน

แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ครับผม