ได้อ่านคอลัมน์ "ปีใหม่เที่ยวใกล้กรุง" ในขวัญเรือนฉบับที่ 867 ปักษ์แรก เดือนมกราคม 2551 ที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กับกรุงเทพฯ ไว้ 4-5 แห่ง สามารถไปกลับได้ในวันเดียว และ ตลาดนครชัยศรี ก็เป็นแห่งหนึ่งที่ขวัญเรือนได้แนะนำไว้

และเป็นที่น่าแปลกใจ เมื่อวันที่  6 มค. 51 ฉันได้รู้ข่าวว่าจะต้องเดินทางไปนครปฐม เนื่องจากต้องเดินทางไปให้กำลัง "นุช" ที่สูญเสียคุณพ่อแบบกระทันหัน และวันที่ 12 มค. ก็เป็นวันที่เราเดินทางไป บ้านงานอยู่ที่ตำบลคลองโยง อ.ศาลายา ซึ่งระหว่างทางมีป้ายการท่องเที่ยวเยอะมาก....หากมานครปฐมแบบโลกละไม...จริงๆ ก็คงเป็นการระห่ำเที่ยวแน่นอน

ในคณะที่เราไปกันมี 4 คน แอ้ เอ จุ๋มจิ๋ม โดยมา "ขาวดุ" คามิโอคู่ใจเป็นพาหนะ ออกเดินทางจากขอนแก่นตอน 6 โมงเช้า เพื่อให้ถึงบ้านงานก่อนเวลา 16.00 น. แม้ว่าจะแวะทานข้าวและพักผ่อนอริยาบถที่ "สวนเมืองพร" คลองไผ่ จ. นครราชสีมา  ซึ่งขวัญเรือนได้แนะนำไว้ในฉบับก่อนนี้แล้วก็ยังทำให้เราไปถึงบ้านนุชเร็วไปหน่อย เราเองก็เกรงใจกลัวเจ้าภาพต้องมาวุ่นวายต้อนรับ เลยหาเหตุแว๊บออกมาจากบ้านงานก่อน กะว่าจะเข้าไปอีกครั้งตอนสวดตอนเย็น เอาเป็นว่าเรามีเวลาประมาณ 2-3 ชม. น้องนุชเลยแนะนำให้ไปตลาดนครชัยศรี เพื่อซื้อ มาม่อนเค้ก แสนอร่อย กลับไปฝากคนขอนแก่น...นี่แหละค่ะเรื่องน่าแปลกใจ คิดไว้ในใจ กลับได้มาจริงๆ  แล้วประมาณ 30 นาที หรือประมาณ 14 กม. จากศาลายาเราก็มาปรากฏกายที่หน้าตลาดนครชัยศรี

ขับรถวนหาที่จอดได้ไม่ทันไหร่ "น้องหน่อย" และสามี "กิตต์" ก็ตามมา คณะนี้มากัน 2 คน ขับรถมาจากซอยวัชรพล ตั้งใจมาให้กำลังน้องนุชเหมือนกัน แต่เวลายังไม่เหมาะเท่าไห่ เลยมาช้อป ชม ชิม ที่ตลาดนครชัยศรีด้วยกันก่อน

ตลาดนครชัยศรี

ตลาดนครชัยศรี หรือ ตลาดท่านา เป็นตลาดเก่า ที่ยังมีชีวิต ลมหายใจของวิถีชีวิตของชุมชนที่นี่เต็มไปด้วยเม็ดเงินของนักท่องเที่ยว ความอุดมสมบูรณ์ของอาหารคาว-หวาน รอยยิ้มเสียงหัวเราะของผู้คน และวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่แปลกตาและน่าสนใจ

ตลาดนครชัยศรี

คนศาลายาบอกว่า ส้มโอดีมีคุณภาพให้ซื้อร้านสีฟ้า เข้าซอยมาจะเห็นเลย มาม่อนเค้ก หรือสปองค์เค้กของฟิลิปปินส์ อาจจะมีแพร่หลาย (แต่ขอนแก่นไม่มี) ที่ขึ้นชื่อคือ เค้กมาม่อนจัง ของร้านหน่อยเบอเกอรี่ สังเกตว่าบางช่วงชั้นวางเค้กไม่มีของวาง เพราะกำลังนำเค้กออกจากพิมพ์ ที่นี้แต่งหน้าเค้ก 100 รส ราคากล่องใหญ่ 40 บาท (4 ชิ้น) และกล่องใหญ่ 120 บาท (8 ชิ้น) ซื้อ 10 กล่องแถม 1 กล่อง...อ้าว ซื้อเร็ว.....10 กล่องเลย (ร้านนี่คุณหมึกแดงมาการันตีความอร่อยด้วยนะ)

ตลาดนครชัยศรี      

ขวัญเรือนแนะนำว่าปลาช่อนทอดน้ำปลา และห่อหมกปลาช่อน ร้านติ๊กโภชนา ซึ่ง OK. เราก็ตามไป ไปต้องไปไกลหรอกค่ะ อยู่ตรงข้ามถนนหน้าร้านคุณหน่อยนั่นเอง อาจจะหิวก็เป็นได้....สั่งกันซ้า เมนูมี ห่อหมกปลาช่อน ปลาช่อนทอดน้ำปลา ยำรวมมิตร ต้มยำรวมมิตร ...แหะ แหะ ขอบอกว่า อาหย่อย...สมคำร่ำลือ

ดูเวลาแล้ว...เอ๋วันนี้เราไม่ได้มาเที่ยวนี่นา...ไป้ กลับไปช่วยงานศพกันเถอะ ว่าแล้วก็หอบมาม่อนจังมามาขึ้นรถ...เสียดายโอกาสไม่สมควรเลยไม่ได้ไปที่ตลาดต้นสน สะพานรถไฟ และแวะทานอาหารที่แนะนำไว้ เช่น ขนมปังเย็น หรือ ปากหม้อ

แต่ว่าเดินผ่านร้านขายขนมไทย อยู่บริเวณ 3 แยกร้านหน่อยเบอเกอรี่....(ตรงข้ามร้านหน่อยเลยจ่ะ) หอมหวานกลิ่นน้ำตาลเหลือเกิน แวะไปโฉบมา อยากกินน้ำมะพร้าวที่แคะเนื้อให้เรียบร้อย สงสัยจะเป็นมะพร้าวน้ำหอม...ห้อม หอม ลูกตาลต้มน้ำตาล...ของชอบ มีข้าวเหนียว-ถั่วดำที่น่ากินมั่กมัก แต่ได้เพียงสังขยามา 1 ถาด...ล้างปากแก้คาวได้

ตลาดนครชัยศรี

ก่อนกลับขอแวะซื้อของฝากหน่อย อยากได้ปลาช่อนแดดเดียว แต่เนื่องจากใกล้ค่ำแล้ว ตลาดของสดจึงปิดไป เห็นรถเข็นข้างทางขายปลาช่อนแดดเดียวแบบทอด แยกพริกน้ำปลา มะม่วงเสร็จสรรพ สนนราคา ตัวละ 150 บาท ก็ขอเป็นของฝากซัก 2 ตัว แม่ค้าแนะนำวิธีอุ่น โดยทอดกับน้ำมันร้อนๆ ไม่ต้องใช้น้ำมันมาก มองไปเห็นแผงกล้วยปิ้งก็สนใจ แต่ท้องตอนนี้ไม่เป็นใจเลย....จึงได้แต่ขอถ่ายรูปเท่านั้น ซึ่งแม่ค้าอัธยาศัยดีมากรีบเรียงกล้วยให้เต็มเตาไฟ...เพราะอยากให้รูปสวย จนเราเกรงใจ แต่เผอิญค่ำแล้วแม่ค้าขายดี กล้วยหมดก่อนจะเต็มแผงจึงมีภาพบรรยากาศมาเป็นกะสาย

ตลาดนครชัยศรี

เดินมาที่รถ จะกลับแล้วนะ แต่นานๆ มาที ขอชักรูปกับแม่น้ำนครชัยศรีเป็นที่ระลึกหน่อยเถอะ แถมเพื่อนฝูงก็อยู่เกือบครบองค์ประชุม เดินไปที่ท่าน้ำ ต้องโอโฮ้...ฝูงปลาสวายเยอะแยะเต็มไปหมด มาแย่งกันกินอาหารที่มีผู้มาโปรยให้ แผงขายอาหารปลา 3-4 แผงนั้นมีเก้าอี้ให้นั่งเล่นชมบรรยากาศริมน้ำ  เสียงกะตู้วู้ของเด็กเล็กๆ ที่ผู้ปกครองพามาให้อาหารปลา ทำให้เราสดชื่นขึ้น จากจุดนี้มองเห็นสะพานรถไฟด้วยนะ... ผู้ที่ชอบทานอาหารบนแพ ก็มีหลายร้านให้เลือก เริ่มใกล้เวลาเย็นแล้ว ....เรากลับศาลายากันเถอะ

ตลาดนครชัยศรีนี้ปิดประมาณ 6 โมงเย็น นักท่องเที่ยวซาก็เริ่มเก็บร้านกันแล้ว  ในกลุ่มชักติดใจ เพราะแถวนี้เห็นมีที่เที่ยวหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นล่องเรือเลียบคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งมีไปชมสวนกล้วยไม้ ล่องเรือเก็บดอกบัวขาว...ตลาดน้ำลำพญา .... (รายละเอียดราคา เบอร์โทร ดูได้จากขวัญเรือนที่กล่าวไว้ข้างต้นนะจ๊า)

เอาไว้ สะ-บาย-ดี โอกาสหน้าฟ้าใหม่ ตั้งใจจะแวะเยี่ยมเยียนนุชอีก

เพื่อนๆ ได้แวะเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศ ก็มีพลังชีวิตเพิ่มขึ้น ก็ขอให้เวลาช่วยทำให้นุชมีกำลังใจที่เข้มแข็ง...ดูแลตนเองและดูแลครอบครัว เพื่อนๆ ทุกคนพร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้นะ

แล้วจะเอารูปไปฝากใน google alabum นะจ๊ะ

เอารูปขึ้นแล้วจ้า....http://picasaweb.google.co.th/tsirip1302   folder   เรื่องเกิดแต่นุช

 note กันลืม รายละเอียดการเดินทาง สระบุรี-ศาลายา-นครชัยศรี: จำไว้จะได้ไม่หลง

(บอกตัวเองนะเนี๊ยะ...วันหลังจะได้ขับรถไปเองได้)

เดินทางมาจากสระบุรีเข้ากรุงเทพฯ เลยวังน้อยมาสักระยะ จะเห็นวงแหวนตะวันตก ขับผ่านมาอีกหน่อย แยกซ้ายเข้าวงแหวนตะวันออก ผ่านไปทางบางบัวทอง

ขออภัยข้อมูลวงแหวนผิดพลาดจ้า....คุณ star gate ฝากข้อมูลที่ถูกต้องมา ณ ที่นี้

"ป้าจ๋า เจอวงแหวนตะวันออกก่อน แต่..อย่าเลี้ยวเพราะจะไปทะลุชลบุรี ขับเลยมาจนเจอวงแหวนตะวันตกจึงเลี้ยวจ่ะ (ข้อมูลคลาดเคลื่อนเล็กน้อย แต่เข้าใจดีว่าตอนนั้นป้าเพิ่งตื่น และมีปัญหากับตะวันจ่ะ) จาก....พลขับ(รับรองความถูกต้อง) "

ผ่านบางบัวทอง รัตนาธิเบศร์แล้ว ระยะแรกให้เกาะไปตามป้าย ปิ่นเกล้า ใช้เลนกลาง Save สุดสำหรับชาวภูมิภาคอย่างเราๆ ไม่ต้องแยกซ้าย พอป้ายนครปฐมโผล่  เกาะป้ายนครปฐม และต้องแยกซ้ายขึ้นทางยกระดับเพื่อไปนครปฐม  (หากหลงไปปิ่นเกล้า-ขับไปประมาณ 1 กม. จะมีเกือกม้ากลับรถ กลับแล้วขับตรงมาเลย จะบรรจบกับทางยกระดับพอดี)

เมื่อลงทางยกระดับจะเป็นช่องเข้าทางด่วน ซึ่งรถแต่ละคนขับเร็วมาก แหะๆ เราไปทางขนานก็แล้วกัน ป้ายบอกทางจะมีเป็นระยะๆ บอกนครปฐม-ศาลายา สลับกัน หากไปทางด่วน สังเกตป้ายให้ดี เพราะจะมีแยกซ้ายไปศาลายา หากเผลอ อาจจะไปถึงชะอำก็ได้ (เคยมาแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน)

ถึงศาลายาจะเห็นรั้ว ม.มหิดล สุดรั้วจะเป็นสี่แยกไฟแดง-เลี้ยวซ้ายเข้าศาลายา (500 เมตร เลี้ยวขวาไปบ้านน้องนุช-อบต.ศาลายา) และขับตรงไป อ.นครชัยศรี ประมาณ 14 กม. (ไม่ยาก) สรุปใช้เวลาประมาณ 1-1.30 ชม จากถนนสระบุรี-กทม. ถึง อ. นครชัยศรี ถ้ามากกว่านั้น (หลงแล่ว...อิอิ)