ตัวเองเขียนจับฉ่ายมาพักใหญ่ คิดว่า คงถึงเวลาทำ 5ส. ของสิ่งที่ตัวเองเขียนเสียหน่อย ยุบจากบล็อก note by wwibul และ เกลียวขวั้น คัดเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับหมวดต่าง ๆ มาสรุป
กระบวนการนี้ เรียกว่า พรวนบทความตัวเอง ที่ืท่าน
อัยการชาวเกาะ ได้ริเริ่มทดลองไว้ ผมเห็นเป็นวิธีที่น่าเลียนแบบ ก็เลยนำมาใช้ตามอย่าง
เริ่มจากหมวดหมู่เรื่องสุขภาพก่อนเลย
อาจไม่เรียงลำดับเวลา เพราะตัดแปะจากสารบัญ
เรื่องไหนที่ขอเน้น ผมจะทำตัวอักษรเข้มและระบายสีไว้ หากจะตามไปอ่าน ก็เริ่มจากเรื่องที่ผมขอเน้น ก่อนเลยครับ
เรื่องที่ผมมองว่า ถูกมองข้ามมากไปหน่อย ไม่ค่อยมีใครเข้าไปอ่าน ผมจะใส่ดอกจันไว้ให้เป็นที่สังเกต
| รมว.สธ.ระบุมะเร็งสาเหตุคนไทยตายอันดับ 1 ตลอด 8 ปี คาดปี 2551 มีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 120,000 ราย |
| การลงทุนเพื่อสุขภาพหลายมิติ *** |
| บทเรียนสำหรับคนชอบ อิน-เทรนด์ |
| มาลด 630 ล้านปีแห่งความระทมกันเถอะ *** |
<p>ดูจากจำนวนเรื่องแล้ว ดูเหมือนว่า จะมีน้อยไปหน่อย</p><p>ชักสงสัยตงิด ๆ ว่า เอ แล้วที่ผ่านมา ตัวเองมัวแต่เขียนเรื่องอะไรอยู่ ?</p><p> </p>
สวัสดีค่ะ อ.วิบุล
อ่านพรวนบทความของอาจารย์แล้ว เบิร์ดยิ้มเพราะว่าถ้าเราเอามาตรฐานวิชาชีพมาจับ เราจะเห็นว่าสิ่งที่เขียนบน G2K นี้จะี้ค่อนไปทางนอกวิชาชีพเป็นส่วนใหญ่ ( สำหรับเบิร์ดดูจะไปทางนอกมาตรฐานซะอีกด้วยสิคะ ^ ^ ) เพราะเป็น " มวลประสบการณ์ " แบบที่พี่แอมป์ว่านั่นแหละค่ะ..เขย่ารวมกันไปมาเลยออกมาเป็นบันทึกที่เราคิดแล้วว่า " มีข้อมูล " ที่อยากจะเขียน ( ล่ะน่า )
เมื่อไม่นานมานี้เบิร์ดก็กลับไปรื้อดูสารบัญของตัวเองเหมือนกันค่ะ และก็พบว่าเบิร์ดเขียนเรื่องจิตวิทยาตรงๆน้อยมาก ?????????..ซึ่งเบิร์ดก็สงสัยตัวเองตะหงิดๆเหมือนกันนะคะว่า " ที่ผ่านมาเบิร์ดเขียนอะไรอยู่เนี่ย ? " ( แบบอาจารย์เปี๊ยบเลยค่ะ ^ ^ )..และคนที่เข้ามาอ่านเค้าคาดหวังว่าจะได้รู้เรื่องจิตวิทยาหรือเปล่า ?.. แต่เมื่อค้นหาคำตอบจากใจตัวเองเบิร์ดก็ขอสารภาพว่า ในแต่ละวันที่ต้องขลุกกับเรื่องทางวิชาชีพ การได้เขียนอะไรที่นอกวิชาชีพ ก็ถือเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่งสำหรับเบิร์ดเลยล่ะค่ะ เมื่อได้คำตอบที่ชัดแจ้งแล้วเบิร์ดเก๊าะเลย ( ตัดสินใจ ) สนุกกับการที่จะเขียนแบบ ลันลั้นลาของเบิร์ดต่อไป
ขอบคุณสำหรับการกระตุกคิดคราวนี้นะคะ ^ ^
น้องเบิร์ด
สวัสดีค่ะ
sasinanda
อ่านบันทึกนี้แล้ว กระตุกคิดถึงเรื่องของตัวเองค่ะ
พอดีคุยกับคุณConductorประเด็นนี้พอดี เร็วๆนี้
พูดกันว่า สำหรับตัวพี่เอง ผ่านงานมาก็เยอะ ทั้งในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และงานบริหารในองค์กรของตัวเอง แต่เขียนออกมาค่อนข้างน้อย ไม่รู้ ไปมัวเขียนอะไรอยู่
แต่วิเคราะห์ตัวเองได้ค่ะ
หลักๆเลย เป็นเพราะ ไม่มีอารมณ์จะเขียนเรื่องที่ตัวเองขลุกอยู่กับมันมานานแสนนาน จะบอกว่า ไม่ชอบซ้ำซาก จำเจ กับสิ่งที่รู้อยู่แล้วก็ได้
อยากรู้ อยากเห็น อยากดู อยากรื่นรมย์ กับสิ่งที่แตกต่างออกไป และนิสัยส่วนตัว เป็นคนไม่ชอบความจำเจ ออกจะขี้เบื่อด้วย โลกนี้ มีแง่มุมต่างๆ มากมาย ให้เราได้มอง ได้เรียนรู้ จนตายก็ไม่หมด
และ มีบางสิ่งบางอย่าง ในชีวิตตอนนี้ ที่วิ่งเข้ามาท้าทายเรา ให้สู้กับมันเสียด้วย ยิ่งสนุกกันเข้าไปใหญ่
ยิ่งท้า ยิ่งสู้ และต้องมีการคิดแผนการและกลยุทธ์ในการสู้เสียด้วย แต่มันสนุกจัง ชอบทำอะไรที่ซับซ้อน ชอบคิดแผนการ
ที่เขียนมานี่ ไม่มีใครรู้เรื่องค่ะ นอกจากตัวเอง
ดังนั้น ก็คงคิดคล้ายๆคุณเบิร์ดมั๊งคะว่า ความรู้ความจำในเรื่องที่เรารู้ดีอยู่แล้ว มันก็อยู่ในพื้นที่ของสมองส่วนนั้นแล้ว มามุ่งเขียนแต่เรื่องเดิมๆ จึงเหมือนซ้ำซากเหมือนกัน
พี่เอง จึงอยากเปิดพื้นที่ของสมองใหม่ๆบ้าง ให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ซะบ้าง รากของสมอง จะได้งอกยาวออกมาอีกหน่อย (แม้เซลล์สมอง จากหลายแสนล้านเซลล์ จะไม่มีเพิ่มอีก แต่รากสมอง ยังงอกออกมาอีกได้ค่ะ----อ่านงานวิจัย ใหม่สุดมาค่ะ ไม่ได้พูดเองนะคะ)
และสมอง ถ้าคิดอยู่แต่เรื่องเดิมๆ สมองจะไม่เปิดพื้นที่ใหม่ให้เราค่ะ เราก็จะย่ำอยู่กับพื้นที่เก่าๆ ที่สมองเขาจัดสรรไว้ให้นั่นแหละ
การวิจัย ยังบอกต่ออีกว่า สมองคนเรา ยังมีพื้นที่มากเหลืออีกมากนะคะ ที่เขาเปิดพื้นที่ให้เราตอนนี้น่ะ แค่ 20%เท่านั้นเอง เขาไม่ค่อยจะยอมเปิดพื้นที่ใหม่ๆให้เรา ถ้าเรา ไม่คิดอะไรใหม่ๆ ที่แตกต่างจากเรื่องเดิม
ที่พูดมาทั้งหมด คือเหตุผล ที่บอกกับตัวเองโดยเฉพาะค่ะ ว่า อยากเขียนอะไรที่เราสนใจ หรืออยากจะเขียน ก็เขียนไปค่ะ สนุกกับการเขียนของตัวเองไปแบบนี้ เรื่อยๆค่ะ
ขอบคุณคุณวิบุลมากค่ะ สำหรับบันทึกนี้
อ้า พาดพิงครับ ขอแทรกตรงนี้เลย
ผมคิดว่าการเป็นคนมิติเดียว เป็นโศกนาฏกรรมในชีวิตครับ ใครจะเป็นอย่างเดียวอยู่ได้ตลอดเวลา
สมาชิกเลือกสิ่งที่มาเขียนเป็นบันทึกตามใจตัวเอง การเลือกเรื่องอะไรมาเขียน ก็เป็นไปตามแต่ตนเห็นสมควรครับ ไม่ต้องขออนุญาตใคร
ผมหลีกเลี่ยงรายละเอียดส่วนตัวมากที่สุด ไม่เอาเรื่องงานมาเขียน (ถ้ามีตัวอย่างในงานจริงหลุดมา ก็เป็นเพียงบทขยายความ ซึ่งไม่ใช่แก่นความคิดของบันทึก) เขียนเฉพาะแง่คิด มีบางบล๊อกที่ค่อนข้างแปลกประหลาด ซึ่งก็เขียนอธิบายไว้ชัดในเกี่ยวกับบล๊อกว่าเขียนเพื่อให้คิด ไม่ได้ต้องการให้เชื่อ และไม่ใช้ลักษณะ assertion (ต้องเป็นอย่างนี้ เป็นอย่างนั้น เท่านั้น เหมือนหนังสือประเภท How-to)
เมื่อเขียนบันทึกแล้ว บันทึกก็วางอยู่เฉยๆ ครับ ใครอ่านก็อ่าน ใครไม่อ่านก็ไม่เป็นไร อ่านแล้วได้อะไรก็ได้ไปเอง ไม่ต้องมาตอบแทน ถ้าไม่ได้อะไรก็ไม่ได้ และถ้าไม่เข้าใจ-ไม่เห็นด้วย ก็สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ -- ผมคิดว่านั่นคือการให้อย่างบริสุทธิ์ใจครับ
สวัสดีครับ พี่ sasinanda และคุณ Conductor
กลับมาดู