“สงไสเพิ่นสิมีเลื่อง ได้ยินตำลวดบ้านเพิ่นว่าข้าเจ้าเอาผู้ญิงลาวมานอนนำ”

ตลอดวันนี้ทั้งวันผมนั่งรอเมล์จากผู้ช่วยคนไทยที่ส่งเข้าไปเมืองหงสาก่อนผม

(ที่มีภารกิจที่หลวงพระบางกับท่านพี่บางทรายในช่วงวันที่๑๔นี้) 

หลังจากที่ผู้ช่วยคนนี้เขากลับมาฉลองปีใหม่ เขาเข้าไปวันศุกร์แล้วละครับ

ผมเฝ้ารอคำตอบว่าในเมืองหงสามีต้น ฉำฉา ต้นถั่วแฮะ ต้นปันแถ บ้างหรือไม่ ผมจะได้เอาครั่งไปปล่อย

ตกเย็นเลยต้องโทรฯไปหาอ้ายน้องสหายชาวลาวที่เป็นผู้ต่างหน้าพัวพันเวียกให้

บ้านเขาอยู่ที่ด่านเมืองเงินติดชายแดนจึงพอมีสัญญานมือถือติดต่อได้

อ้ายหุมฯเลยเล่าว่า สงไสเพิ่นสิมีเลื่อง ได้ยินตำลวดบ้านเพิ่นว่าข้าเจ้าเอาผู้ญิงลาวมานอนนำ

เอาเข้าแล้วละสิพี่น้อง แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าจริงเท็จประการใด

เพียงแต่นึกถึงเรื่องราวแปลกๆในเมืองเล็กๆที่ควบคุมคนได้ง่ายอย่างเมืองหงสา เมืองเงินนี่แหละครับ

จึงนำมาเล่าสู่คั่นรายการ ไล่ความเครียด(ของตัวเอง)กับบทรายงานที่น่าเบื่อ

ระเบียบปฏิบัติเรื่องความสัมพันธ์ของญิงลาวกับชายต่างชาติที่นี่เข้มงวดมากครับมีตัวอย่างที่พบเห็นด้วยตัวเองเมื่อคราวที่เข้าไปเดือนที่แล้ว พบว่า

·       ชายไทยจะแต่งงานกับญิงลาวต้องขออนุญาตถึงระดับเวียงจันทน์ทีเดียว ไม่ใช่ขอกับพ่อแม่เจ้าสาว หรือระดับเมือง ระดับจังหวัดเท่นั้น และบางครั้งต้องรอเดินเรื่องถึงสองปีจึงมีคำอนุมัติมา

·       หนุ่มไทยไปเที่ยวเล่นบ้านสาวลาวถึงสามทุ่มต้องกลับ ถ้าไม่กลับตำรวจบ้านมาจับได้

·       เมื่อเดือนก่อนไปพบคดีที่หนุ่มไทยที่ไปขับรถก่อสร้างถนนอยู่กินกับสาวลาวบ้านปากห้วยยาง ปรากฏว่าถูกตำรวจจับทั้งคู่ตั้งข้อหา เป็นภัยสังคมฝ่ายชายถูกจำคุกสิบหกวันนายจ้างมาไถ่ตัวแล้วให้เนรเทศห้ามเข้าลาวอีก ฝ่ายญิงถูกจำคุกหนึ่งเดือน

เล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นเกร็ดความรู้ครับ

แต่จะขอเสนอเอาไว้ว่าเฮฮาศาสตร์หงสา (หากมีโอกาสจัด)

สมาชิกชาวแซ่เฮฯฝ่ายชาย ต้องกินน้ำมะตูมเป็นเวลาสามเดือนก่อนไป 

หรือว่า (...อน) ให้รู้แล้วรู้รอดก่อนแล้วค่อยมา 555

จบข่าว