หากไม่ได้ไปก็คงนึกเสียดาย

   วันนี้กลับมาจากเขาใหญ่ประมาณเกือบจะหกโมงเย็น และวันนี้ก็ไม่มีความรู้อะไรที่มีสาระจงบันทึก นอกจากเรื่องที่ไปเขาใหญ่มา กิจกรรมครั้งนี้ต้องขอขอบคุณ คนที่คิดโครงการขึ้นมา ก็คือพี่สุ แต่ครั้งแรกที่รู้ว่ามีโครงการนี้ขึ้นมานั้น ก็ได้อยากจะไปสักเท่าไหร่ เพราะเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเที่ยวแบบลุยๆมากนัก โดยเฉพาะที่ ที่มีอากาศหนาวๆเนี่ย ยิ่งไม่ค่อยจะชอบเลย การไปครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการบังคับให้ไปทุกคนแล้ว คนไปจะต้องจ่ายตังส์อีกคนละ 500บาท ถ้ามีผู้ติดตามก็ เพิ่มอีก 300บาท ยังไงก้ไม่อยากไปเลยล่ะ และอีกอย่างก็มีคนไม่อยากให้ไปด้วย ก็คงกลัวเราจะลำบากละมั้งเพราะอากาศมันหนาว  แต่ยังไงก็โดนบังคับให้ไปอยู่แล้ว วันออกเดินทางก็เป็นวันที่ 5 ม.ค. 2551 กำหนดการให้ออกเดินทางตั้งแต่เก้าโมงเช้า พวกเราก็ช่วยกันขนของขึ้นรถ พวกอุปกรณ์การทำครัว กับข้าว เครื่องบันเทิงเริงใจทั้งหลาย ทีวี คอม ที่เอาไปร้องคาราโอเกะ และเล่นเกม แต่ยังไงก็ไม่ได้ออกเก้าโมงตรงอยู่ดีเพราะ ต้องรอคนโน้นคนนี้จนเลยเวลาไป ประมาณ 15นาทีอีก มาจอดซื้อข้าวสารตรงเรวดีอีก ไม่รู้ว่าข้าวสารหรือว่าสุรากันแน่ แต่โชคดีที่รถ ไม่ติดที่แคลาย แถมยังต้องแวะรับคน หน้าเดอะมอลล์งามวงศ์วานอีกนะเนี่ย กว่าจะออกเดินทางจริงๆไม่ได้เป็นกำหนดเวลาที่วางไว้ มีการทำกิจกรรมกันบนรถนิดหน่อย และก็มีการแจกของขวัญ เล็กน้อย เกมส์นี้ชื่อเกมส์ไข่แข็ง ก็เห็นพวกท้ายรถ เริ่มจะเมากันแล้ว ไม่รู้ว่าเมารถหรือเมาเหล้ากันแน่ ข้างหน้าก็เสียงดังดีแจ๋วๆตลอดทาง เรานั่งตรงกลางก็รับกันไปเต็มๆ  การไปเขาใหญ่ครั้งนี้ไม่ได้ไปทางปากช่อง แต่ไปทางปราจีนแทน เพราะเค้าบอกว่าทางปากช่องมันขับรถขึ้นไปลำบาก แต่หมายกำหนดการตอนกลับบอกว่าจะกลับทางปากช่อง และก็แวะซื้อของฝากที่ฟาร์มโชคชัย  ตอนไปแวะทานอาหารเที่ยงที่ปั๊มน้ำมันที่นครนายก หลังจากทานข้าวเสร็จก็เดินทางไปเขาใหญ่ต่อ ถึงที่พักประมาณบ่ายสองโมง หลังจากเก็บสัมภาระเรียบร้อย เราก็มีทำกิจกรรมกัน โดยพี่หัวหน้ามาพูดให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องของตัวเอง หัวหน้าไปฝึก เต้าเต๋อมา แล้วก็เอามาเล่าให้ฟัง หลังจากนั้นก็มีการทำกิจกรรม ให้เขียนข้อดีของเพื่อนร่วมงาน มีการประกวดว่าใครเขียนดีที่สุด รางวัลที่หนึ่งก็คือหมีพูล ไม่อยากได้หรอกหมีพูล มีหลายตัวแล้ว แต่ที่หนึ่งน่ะอยากได้แต่ก็คงไม่ได้หรอก เขียนแค่นิดเดียวคนที่ได้ต้องเขียนยาวๆจริงๆ ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิได้คัดสรรค์มาแล้ว พี่ๆเรานี่แล่ะ ผู้ทรงทั้งหลายไม่รู้สร่างเมาหรือยัง  หลังจากนั้นก็มีการแบ่งกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมกลุ่ม และเล่นเกมส์ และก้ได้รางวัลที่หนึ่งมาตอนเล่นเกมส์อัจริยะข้ามคืน เสียดายจังผิดแค่ตัวเดียวเอง แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะยังไงก็ยังมีคนผิดมากกว่า หลังเล่นเกมส์สนุกๆกันไปแล้วก็ไปทานอาหารเย็นแล้วแยกย้ายไปทำกิจกรรม ส่วนตัว หลังจากอาบน้ำเสร็จก็ไปเดินตามห้องโน้นห้องนี้ ไปแวะในวงป๊อกเด้งอยู่นาน  แต่ก็ไม่ได้ไปเล่น กับเค้าหรอกเพราะเล่นไม่เป็น ไปแอบ observe ดูก่อน ไปนั่งข้างหลังใครคนนั้นได้เฮงตลอดแต่เล่นเองนี่คงจะไม่ไหว พอสามทุ่มก็เลิกกันแล้วไปส่งสัตว์ ไม่มีอะไรนอกจากกวาง ซึ่งก็เห็นจนชินเพราะมันชอบมาวนเวียนอยู่ ที่ ที่พักแล้วก็มาแอบคาบส้มไปทั้งถุง ใครถือของกินมันก็จะเข้ามาใกล้ๆแล้วก็มาแย่งของกินในมือ โดนมันแย่งฝรั่งไปกินด้วย  ตอนไปส่งสัตว์นี่โดนลมหนาวมากๆ พอกลับมาถึงก็ไปนอนเลย ไม่ได้ไปร่วมวงต่อกับเค้า แต่ก็รู้ว่า บางคนกว่าจะได้นอนก้ปาเข้าไปตีสองตีสาม บางคนก็ไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เพราะทั้งวงไพ่วงเหล้าในวงเดียวกัน  กว่าจะตื่นก็สายเกือบแปดโมงเช้าแล้ว ได้ยินเสียงเค้ารำเต้าเต๋อกัน ตื่นขึ้นมาน้ำไม่อาบเพราะมันหนาวเลยได้แต่ล้างหน้าเพราะกะว่าจะกลับมาอาบน้ำที่นน เค้าบอกว่าตอนตีห้าใกล้รุ่ง อุณหภูมิตั้ง 9องศา แต่ก็หลับสบายดีไม่ได้รู้สึกหนาวมากอย่างที่คิด เห็นตอนกลางวันเค้า เขียนไว้ว่าอุณหภูมิสูงสุด 21 องศา ต่ำสุด 13 องศา ตอนเช้าตื่นขึ้นมาก็กินโจ๊ก ใส่ลูกชิ้น ใส่เห็ดหอม รสชาติดีทีเดียวล่ะ หลังจากนั้นก็เข้าไปในวงไพ่ต่อ ไปยืนดูเค้าเล่นเก้าเก ก็เล่นไม่เป็นผู้ชายนี่เล่นไม่เหมือนผู้หญิงนะเล่นกันหนักๆมือ แต่เห็นผู้หญิงเค้าเล่นกันทีละห้าบาทสิบบาท วงผู้ชายเค้าได้กันเป็นพันสองพัน (วงเก้าเก) แต่วงผู้หญิง(วงป๊อกเด้ง)คนได้มากสุดก็คงจะสองร้อยละมั้ง ก็ยืนดูอยู่นานคิดว่าตัวเองเริ่มจะนับเลขพอใช้ได้แล้วก็ ลองลงเล่นป๊อกเด้งกะเค้าซะหน่อย ต้นทุนห้าสิบบาทตั้งไว้ เล่นไปเล่นมามันก็เพลินนะเนี่ย แต่ตังส์ก็เล่นอยู่แค่นั้นแหละลงทีละห้าบาทจนคนอื่นชักรำคาญ  แต่เล่นไปรู้ว่าขาดทุน ไปตั้ง สิบห้าหรือยี่สิบบาท  เลยรู้เลยว่าการพนันนี่ไม่ได้ทำให้ใครรวยได้จริงๆ แรกๆก้พอเล่นได้ พอเล่นๆไปมันก็มีเสีย แม้จะสิบห้าหรือยี่สิบบาท มันก็เป็นเงินเหมือนกัน คิดว่าถ้ามีกิจกรรมแบบนี้อีก และมีการตั้งวงไพ่ก็คงจะไม่เล่นอีก เพราะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่เราเข้าไปนั่งในวงไพ่แล้ว มันลุกยาก ตังส์ไม่หมดก็ไม่ยอมลุก เค้าถึงได้บอกว่าผีการพนันเข้าสิง บางคนเล่นไม่ได้ก็อยากถอนทุนคืน บางคนเล่นได้ก็เพลิดเพลินอยากได้อีก  แต่สิ่งที่ได้จากวงไพ่คือเพื่อน และได้รู้ว่าไพ่มันเล่นยังไง คิดว่าแค่เล่นเป็นก็พอแล้ว ก็คงจะไม่ไปเล่นอีก (ป๊อกเด้ง แต่ถ้าเป็นอย่างอื่น ที่ยังเล่นไม่เป็นก็คงจะไม่แน่)  วงป๊อกเด้งเลิกสิบเอ็ดโมง แล้วเราก้ออกเดินทางจากเขาใหญ่ประมาณเที่ยง ก็แวะที่น้ำตกเหวนรก ไม่มีใครบอกเล๊ยย  ว่าบันไดมันชันมาก ตอนขาไปไม่เท่าไหร่แต่บันไดก็ชันน่าหวาดเสียว แต่ตอนขากลับสิ ขึ้นบันไดจนเข่าอ่อนเลย เหมือนขึ้นมาจากนรกเลยนะเนี่ย มิน่าคนสูงอายุทั้งหลายไม่ยอมไปกัน ตอนขาไปใส่เสื้อแขนยาว พอขากลับต้องถอดเสื้อแขนยาวออก เพราะมันร้อนมากๆ แต่ปวดเข่ามากกว่า เดินทางออกจากน้ำตกบ่ายโมงครึ่ง ก็แวะมาตลอดทาง จนเกือบห้าโมงเย็นกว่าจะเข้า กทม

     หลังจากที่ไปได้อะไรบ้าง ก็ได้กลับมาเยอะ เช่นได้เพื่อน ในวงป๊อกเด้ง และทำให้พวกเราสนิทสนม มีความสามัคคีกันมากขึ้น  คนที่ไม่ค่อยจะคุยกันก็มาคุยกัน ไม่ค่อยจะเจอกันก็มาเจอกัน ทำให้รู้จักคนในองค์กรมากขึ้น และได้มาแสดงความคิดเห็นร่วมกัน เลยกลับมาคิดว่าถ้าเราไม่ได้ไป ก็น่าเสียดาย เพราะมีอะไรมากมายที่เรายังไม่รู้ไม่เห็น สิ่งที่ประทับใจในครั้งนี้คงเป็นความสามัคคีและได้เห็นอะไรดีๆในองค์กรมั้งคะ และคิดว่าคงรักคนในองค์กรมากขึ้น