“Perfection นั้นอยู่ที่ไหน?”
. . . ท่านไม่มีวันหามันพบหรอก
ทั้งชีวิตที่ท่านตามหามัน เหนื่อยบ้างไหม?
ท่านจะมองหามันไปทำไม?
ในเมื่อมันไม่ได้เป็นอะไรที่มีอยู่จริง
. . . มันเป็นสิ่งที่ท่านสร้างขึ้นมา
เป็นเพียงแค่มายา เป็นภาพลวงตาเท่านั้น
ลองหันกลับเข้ามาดูข้างในซิ เห็นอะไรไหม?
ขอเพียงแค่ท่านเห็นสิ่งที่อยู่ในใจ
. . . แล้ว Perfection ก็จะไร้ความหมาย
จะไม่มีความหมายหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
ก็มันจะมีความหมายได้อย่างไร?
ในเมื่อสิ่งที่ไปสร้างความหมายนั้นไม่มีจริง!
ถ้าอ่านแล้วไม่รู้เรื่อง คงเป็นเพราะว่าข้อเขียนนี้ ไม่ Perfect ครับ!!
สวัสดีครับอาจารย์
การแสวงหาความ perfect เป็นข้ออ้างของคนที่จะไม่ทำงาน และไม่มีภาวะผู้นำครับ ไม่คิดริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานท่ามกลางความไม่ perfect คงเป็นเพราะหลงเข้าใจว่าตนเอง perfect
สวัสดีค่ะ อ.ประพนธ์
(ต่อค่ะ)...แต่อย่างที่อาจารย์กล่าวไว้....หาให้ตายก็ไม่พบเพราะมันไม่มี...เหมือนๆการเรียกร้องขอความยุติธรรม
(เอ..กดผิดอยู่เรื่อยเชียว ไม่เปอร์เฟคซะเลยค่ะ ชราแล้ว..อิ..อิ...)
beyondKM
เข้ามาอ่านข้อคิดของอาจารย์เสมอ คืนนี้นึกสนุก ขอแสดงความเห็นแย้ง นิดหน่อย...
ถ้าเชื่อ เห็นด้วย หรือยึดถือตามที่อาจารย์นำเสนอมา จะไม่เป็นการปิดกั้นความอยากรู้ อยากเห็น อยากพัฒนา อยากจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นหรือ ?
อาตมาเป็นผู้อยากรู้ อยากเห็น ... และคิดว่าคนอื่นๆ ที่เป็นไปทำนองเดียวกับอาตมาก็ น่าจะ มีอยู่บ้าง !
เจริญพร
นมัสการพระคุณเจ้า BM.chaiwut <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ผมเชื่อในการพัฒนาครับ แต่ผมไม่เชื่อว่ามีสิ่งที่เรียกว่า “ความสมบูรณ์แบบ”. . . ผมดีใจที่ท่านได้เปิดประเด็นเรื่อง “ความอยากรู้อยากเห็น” เพราะเป็นประเด็นที่ผมเพิ่งจะเข้าใจหลังจากที่ได้แปลหนังสือเรื่อง “เต๋า: มรรควิถีที่ไร้เส้นทาง” ของ osho แต่ทั้งนี้ผมเชื่อว่าที่บางครั้งคนเรามีความเข้าใจที่แตกต่างกัน คงมาจาก “ภาษา” ที่ใช้ครับ . . . แต่ลองอ่านดูก่อนนะครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>. . . ความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity) ไม่ใช่การไต่ถาม (Inquiry)การไต่ถามหมายความว่า ท่านพร้อมที่จะเอาชีวิตของท่านเข้าไปเดิมพัน การไต่ถามหมายความว่าท่านไม่ได้เป็นเพียงนักเรียน (ที่แค่มาเรียน) แต่ท่านนั้นเป็น “สาวก” เลยทีเดียว การไต่ถามหมายความว่าไม่ใช่ขอเพียงแค่ให้ได้ถาม แต่ท่านพร้อมที่จะทุ่มเทเพื่อสืบสวนมันไม่ว่าท่านจะต้องลงทุนสักเพียงใด ท่านก็พร้อมที่จะจ่าย. . . (จากหนังสือ “เต๋า” หน้า 126) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>ข้อความนี้ทำให้ผมนึกถึงชีวิตของครูบาอาจารย์หลายท่าน ที่ผมเชื่อมั่นว่าท่านอยู่ในภาวะของ “Inquiry” ท่านพร้อมที่จะสละกายใจเพื่อให้ได้เรียนรู้(ธรรมะ)ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแนะไว้ ท่านคงไม่ได้แค่ “อยากรู้อยากเห็น” ครับ . . . แต่นี่ก็เป็นเพียงสิ่งที่ผม “ตีความ” ครับ . . . ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยและขอให้ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ และปรึกษาครูบาอาจารย์ด้วยครับ ขอกราบขอบคุณที่พระคุณเจ้าได้เปิดประเด็นเรื่องนี้ครับ อยากน้อยก็ทำให้พวกเราได้เรียนรู้ โดยที่ไม่ต้องคอยกังวลเรื่อง “Perfection” ครับ
หนูเห็นด้วยค่ะแม้ว่าอายุหนูยังไม่ถึงขั้นมากประสบการณ์แต่ส่งที่ผ่านมาก็ทำให้รู้ว่าไม่มีอะไรที่เพอร์เฟก ไปทุกอย่างเลย อย่างคนรวยยังขาดความอบอุ่นความสุขใจ ส่วนคนจนจนความรวยแต่รวยความรักรวยความสุขแบบพอเพียง ใช่ไหมคะ
รู้ว่าไม่มีอะไร "เพอร์เฟก" ไม่ได้แปลว่าอย่ากระตือรือร้น
ไม่มีความอยาก ไม่ได้แปลว่าอยู่อย่างปราศจาก "ฉันทะ"
เข้าใจ "ธรรมะ" ไม่ได้แปลว่า "วิเศษ" กว่าคนอื่นๆ
ดีใจที่เห็น "คนรุ่นใหม่" สนใจเรื่องทำนองนี้ ขอแสดงความยินดีกับ คุณtoisang ด้วยครับ
สวัสดีครับคุณติ๋ว
ที่ถามผมว่า "สบายดีหรือเปล่า?" . . . สงสัยเห็นผมเขียนบันทึกบ่อย (จนผิดปรกติ) . . . คงต้องตอบไปว่า "สบาย" แต่ "ไม่ค่อยจะดี" แล้วปล่อยให้ไป "ตีความ" เอาเองครับ
สวัสดีครับ คุณข้ามสีทันดร
ผมเขียนบันทึกนี้ เพราะแต่ก่อนเป็นคนประเภท "Perfectionist" ครับ ทำให้ทั้งเครียดและหงุดหงิดง่าย เพราะเลือกสะสมแต่สิ่งที่ไม่ดี (ไม่ได้ดั่งใจ) เอามาไว้ในชีวิต จนรกรุงรังเต็มไปหมด . . . ถึงเวลาทำ "5 ส." จิดใจได้แล้ว!!
สวัสดี่ค่ะ
ตามประสบการณ์และความรู้ความคิดที่จำกัดของดิฉ้นที่ผ่านๆมา
ไม่มีการศึกษาใดที่มีความสมบูรณ์แบบ สามารถอธิบายความเป็นจริงได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ในทุกๆ สถานการณ์ ทุกๆ เงื่อนไข
แต่ดิฉันก็ยังจะ พยยามทำความเข้าใจกับความซับซ้อนของกลไกต่างๆอยู่ค่ะ
และมีทัศนคติในการรับเอาแนวคิดต่างๆ มาใช้ ภายใต้การระลึกถึงจุดบกพร่อง หรือข้อจำกัดของแนวคิดต่างๆค่ะ
แล้วมาปรับปรุงแก้ไขให้มีความเป็นไปได้อย่างมากที่สุด ในการปฎิบัติจริงค่ะ
นมัสการ พระคุณเจ้า BM Chaiwut
คงต้องแบ่ง การอธิบายเป็น สองแบบครับ พระคุณเจ้า
(ก) Perfection ที่ ควรมี คือ การที่ละกิเลสได้สิ้น เป็นเรื่อง ภายใน เป็นเรื่องวิมุติ
แต่ Perfection ทางสมมติ ก็คงจะมีได้ยาก แล้วแต่ใครเป็นกรรมการ
(ข) ในแนว LO & KM การคิด แบบไม่หวัง Perfection เป็น การทำลาย Voice of Fear ออกไป
เจ้า Voice of fear นี้ คือ เสียงภายใน ทำให้ ไม่กล้า Open will ..... ก็เลย คาราราซัง
ไม่ลงมือทำ ก็เลยไม่ค้นพบ
Perfectionist มาคู่กับ Procastination คือ ผลัดวันประกันพรุ่ง
ท่าน อจ ดร ประพนธ์ ท่านคงจะเน้น ให้ ผู้คน อยากรู้ อยากเห็น ตามที่พระคุณเจ้า เมตตาชี้นำมาครับ
ซึ่ง เป็น การผ่าน Voice of Judgement ไปก่อน
มันเรียงกัน 3 voices ครับ
เราต้องจัดการ กับ Voice of judgement นั่นคือ ดีด ความคิด เพ่งโทษ อคติ ไปก่อน ทำให้เรา เปิดหู เปิดตา เป็น Open mind ตามที่ พระคุณเจ้าเมตตา แนะนำมาเลยครับ
ทั้งพระคุณเจ้า และ ท่าน ผอ ดร ประพนธ์ พูดเรื่องเดียวกัน
จากนั้น ก็ มาเปิดใจ Open heart ดีด Voice of Cynicm ออกไป
(ความกลัวที่ลงไปสัมพันธ์ลึกซึ้ง ระแวง ไม่วางใจ)
จึงมา ดีด Voice of Fear ต่อไป ก็คือ Open will นั่นเอง
3 voices นี้ อยู่ใน Theory U ของ Otto C. Scharmmer และ คณะ ครับ
ด้วยความเคารพครับ
สวัสดีค่ะอ.ประพนธ์
ดิฉันเห็นด้วยค่ะว่าไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบไปทั้งหมด แต่ในบางครั้งก็เคยรู้สึกว่าการมีชีวิตนี้สมบูรณ์แบบ เพราะมีโอกาสดีหลายๆ อย่าง.. ทำให้คิดว่าความสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์นี้เป็นสิ่งไม่เที่ยง ขึ้นอยู่กับผู้มองอีกใช่ไหมคะ เพิ่งเห็นคุณสุดทางบูรพา เขียนบันทึกเรื่อง ภาพเตือนใจ : เมื่อชาวบ้านเขาวิจารณ์ว่า....... ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันไหมนะคะ ^ ^
beyondKM
คนไร้กรอบ
อาจารย์คนไร้กรอบ พาดพิงถึง อาตมาก็ขอชี้แจงนิดหน่อย...
อันที่จริง อาตมาก็มิได้มีความเห็นอะไรมากนัก เพียงแต่เสนอความเห็นแย้งเชิงล้อเล่นอาจารย์ ์beyondKM เท่านั้น
ประเด็นที่นำมาล้อ เป็นประเด็นความเห็นแย้งระหว่างนักปรัชญาฝ่ายปฏิฐานนิยม เช่น ออกัส กองต์ เป็นต้น ที่ให้ความเห็นว่า คำสอนทางอภิปรัชญา เช่น เรื่องความสมบูรณ์ นี้แหละ ควรยกเลิกได้แล้ว เพราะไร้สาระ ข้อความก็ไร้ความหมาย หนังสือหรือคัมภีร์ที่มีอยู่ก็ควรจะเผาไฟให้หมด... ทำนองนี้
นักปรัชญากลุ่มที่ชื่นชอบอภิปรัชญา ก็แย้งว่า เป็นการปิดกั้นความอยากรู้ อยากเห็น ของมนุษย์ ... เป็นต้น ซึ่งเป็นการโต้แย้งกลับไป
ประเด็นที่นำมาโต้แย้ง มีรากเหง้ามาจากนี้ มิใช่เกิดจากภูมิปัญญาของอาตมาโดยตรง
อนึ่ง ความเห็นที่อาจารย์ beyondKM ตอบมา ถ้าจะโต้แย้งอีกก็ยังได้ เพราะมีข้อบกพร่องเชิงภาษาอยู่ แต่อาตมาก็มิใช่ผู้ชอบโต้แย้งเพื่อเอาชนะคะคาน เพียงแต่โต้แย้งสนุกๆ เพื่อสร้างความระลึกถึงในบางครั้ง เท่านั้น
ถ้าไม่เป็นที่ประทับใจ ก็ขออภัยอาจารย์ beyondKM ด้วย...
เจริญพร
เรามาตามหาความไม่สมบูรณ์แบบกันดีกว่าค่ะ เพราะว่าในความไม่สมบูรณ์แบบนี่แหละเราจะได้ความสมบูรณ์แบบซ่อนอยู่ คนเป็นแชมป์มีคนเดียวนะคะ แต่คนแพ้มีตั้งเป็นร้อย
สวัสดีค่ะ อ.ประพนธ์
นมัสการ พระคุณเจ้า BM Chaiwut
ผมชอบที่พระคุณเจ้าเปิดประเด็น ยิ่งทราบว่าเป็นการ “ล้อเล่น” ก็เห็นว่าสนุกดีแถมยังได้ความรู้ควบคู่ไปอีกด้วย . . . แต่ตัวผมบางครั้งก็จริงจังเกินไปครับ . . . ผมทราบข้อเสียของผมข้อนี้ดี ตอนนี้พยายามฝึกทำตาม “กฏข้อที่ 6” อยู่ครับ
ขณะตากผ้าเมื่อเช้านี้..ก็ได้ความคิดปิ๊งแวบตัวอย่างเรื่องของความสมบูรณ์แบบ ที่เป็นประสบการณ์ของตัวเองค่ะ.....