อันว่าข้าวเปลือกย่อมเป็นสิ่งมีค่า กว่าจะได้ข้าวแต่ละเมล็ดมันต้องใช้เวลาเป็นปี เสียเวลาดูแล รักษาตั้งแต่หว่าน ถอนกล้า ปลูก เกี่ยวแล้วก็หามื้อจั๋นวันดี(ฤกษ์ดี)ขนข้าวเก็บใส่ไว้ในหลองหรือเยีย(ฉาง)ข้าว
หลองข้าวชาวล้านนา แบ่งพื้นที่บนหลองข้าวเพื่อเก็บข้าวเปลือกไว้เป็นสองส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ ห้องเก็บข้าวใหญ่เรียกกันว่า " หลองข้าวหลวง" อีกห้องหนึ่งเป็นห้องเก็บข้าวเล็กเรียกว่า "หลองข้าวม่อ" การจัดการข้าวเปลือกบนหลอง จะทยอยข้าวเปลือกจากหลองข้าวหลวงมาใส่ไว้ในหลองข้าวม่อ เพื่อสะดวกในการตักลงไปตำ หากว่าจะตำข้าวเมื่อใดก็ขึ้นไปตักข้าวเปลือกจากหลองข้าวม่อ ดังนั้นคำว่า " ม่อ" หมายถึง ง่ายหรือเร็ว หากข้าวเปลือกหมดจากหลองข้าวม่อ เจ้าของจะทยอยเอาออกจากหลองข้าวหลวงมาเติมใส่ไว้ในหลองข้าวม่ออีก ทำอย่างนี้ตลอดไป แต่หากว่าจะขายข้าว ก็จะนำข้าวจากหลองข้าวหลวงออกขาย
แม้ว่ามีห้องเก็บข้าวเปลือกไว้แล้วเป็นอย่างดี แต่นานวันเข้ายิ่งเวลาล่วงเลยไป เจ้าของสังเกตว่า ทำไมหนอข้าวเปลือกเราจึงหายไปดูผิดตา ทั้งๆที่ดูแลรักษาดีแล้ว จากการสังเกตของผู้คนทั่วไปเชื่อกันว่าผีมันมาหลอน(ลักลอบ)เอาข้าวเปลือกไปกิน ด้วยความเชื่อนี้เอง ต้องหาทางป้องกันด้วยการปิดตาผีด้วยยันต์วิเศษเรียกันว่า " นโมต๋าบอด " หมายความว่าหากผีมันหลอนมาเอาข้าวก็จะเจอกับยันต์ทำด้วยไม้ไผ่ ผ่าซีกแล้วเหลาเลาะตัดแต่ง ยาวสามนิ้วกว้างหนึ่งนิ้ว แต่งลบมุมสองหัวให้โค้งมน แล้วนำเหล็กมาจารพระคาถาบนผิวไม้ไผ่ด้วยพระคาถาว่า " โอมนะบังต๋าซ้าย โมบังต๋าขวา ปุ๊ดบังหน้า..........อมบังสวาห้ะเท้ก " จะเห็นว่าพระคาถาจะบังตาผีทั้งซ้ายและขวา บังทั้งหน้าเลย แล้วยังมีต่ออีกสองสามวรรค จนถึงคำว่าสวาห้ะเท้ก..หมายถึงหมดคำวาจาสิทธิ์
เมื่อทำยันต์เสร็จก็จะเจาะรูเอาเชือกร้อยผูกติดปลายไม้แส้ เหน็บไว้ที่ปากประตูทางขึ้นหลองข้าว
เมื่อผีขึ้นมาหลอนข้าว มนต์ขลังก็จะเป็นเมฆหมอก บังตาซ้ายขวาของผีให้แสบหูแสบตาหนีเตลิดไปจากหลองข้าว ..ตึงบ่มาแถมซ้ำ การป้องกันข้าวเปลือกหายโดยการใช้ยันต์นโมต๋าบอด ได้หมดไปจากสังคมเรา ปัจจุบันไม่มีหลองข้าวให้ผีมาหลอนอีกแล้ว ผู้คนก็ไม่ต้องไปค่ำเขผีให้เป็นบาปกรรมต่อกันและกัน เนื้อที่นี้ก็ได้จารึกเรื่องผีหลอนข้าวเอาไว้เน้อ.....หมู่เฮา
ยินดีจาดนักครับ..ที่เข้ามาแว่หา
ยินดีหื้อนำไปอ้างอิงได้ครับเพราะทำเพื่อสังคมอยู่แล้ว...
หลอน เป็นคำกริยา หมายถึง ลักลอบ / แอบทำ / ทำไม่ให้รู้ตัว เช่น ทหารก๋องหลอน หมายถึงหน่วยทหารที่ซุ่มโจมตีข้าศึก เป็นต้น
หลอน เป็นคำขึ้นต้นของเพลงซอพื้นเมืองเช่นซอเจียงใหม่ว่า .." หลอน...ถ้าน้องเป๋นแก๋ง อ้ายจะถามเป๋นถ้วย ถ้าน้องเป๋นถ้วยอ้ายจะถามเป๋นปลี๋......"
หลอน เป็นคำกริยาเช่นกันหมายถึง หลอกหลอน เช่นผีมันมาหลอกมาหลอน
หลอน หมายถึง ก้าวก่าย ล่วงล้ำ เช่น หลอนเดือน หมายถึง สามีล่วงล้ำแอบนอนกับเมียที่กำลังอยู่เดือน(อยู่ไฟ) ซึ่งทั่วไปแล้วผู้คนส่วนมากไม่นิยมทำกัน
นอกจากนี้อาจมีความหมายอื่นๆอีก มั้งครับเพราะคำนี้ส่วนมากคนล้านนามักคุ้นหูกันอยู่แล้ว
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน.....
พรหมมา
สวัสดีเจ้าป้อหนาน
สวัสดีหลานๆ..หมู่เฮา....ที่จริงข้าวมันบ่มีผี แต่ผีมันมาลักหลอนเอาข้าวไปกิ๋นคนจึ่งต้องป้องกั๋นด้วยยันต์นโมต๋าบอดเนอหลาน..... อย่างใดก็ต๋ามเฮาจะได้หันก๋ารจัดก๋ารเรื่องข้าวของคนตะก่อน ตั้งแต่ก๋ารแป๋งหลองข้าวม่อ การแบ่งข้าวขาย ก๋ารป้องกั๋นข้าวหาย นี่คือผะหญาภูมิปั๋ญญาของคนตะก่อนตี้เฮาต้องถอดองค์ความฮู้ออกมา
ก๋านที่จะฮู้นักหน้อยต้องหมั่นแอ่วเซาะหา หมั่นค้นคว้าโดยเฉพาะเรื่องล้านนาเฮาถ้าอ่านตั๋วเมืองออกก็จะได้เผียบเพราะยังมีเรื่องแถมหลายๆอย่าง..ที่บันทึกในพับสาเป๋นตั๋วเมืองล้านนาเฮา ลุงจะเอามาเล่าต่อไปแถม แต่ก็อย่างว่า ต้องถอดองค์ความฮู้ออกมาหื้อได้ ก็เป๋นความฮู้ที่น่าสนใจ๋เน่อเจ้า ถ้าบ่ถอดองค์ความฮู้หากเผลอๆอ่านแล้วจะไปเปิ้ดคนบ่ะเก่าว่างมงาย ...อั้นนี้แหล้ะสำคัญตี้สุดเนอหมู่เฮา......
ยินดีนักๆเน้อลูกหลาน
จากลุงหนาน.....
พรหมมา
ยินดีจ้าดนักเน้อหนานทนัน..ตี้แว่แอ่วหาและฝากเอากะโลงไว้....เรื่องหลอนหากจะอู้ไปแล้วก็ยังมีแถมเช่นว่า...
".....หลอนหลั้บหลอนลับลี้ ลักหลอน
เลาะหลืบเลียบเลาะลอน ล่วงลี้
ลื่นหลุ้ยลุยลุ่ยหล้อน ล่อเหล้น เลิ้กแหล่
หลึ้ก หลั่ง ลงหล้บหลี้ หล่นล่วงหลับใหล."
ขอไหว้สาลาไปก่อนเน้อหมู่เฮา..
จากลุงหนาน...พรหมมา