ประสบการณ์การดูการแข่งขันฟุตบอลนักเรียนที่ผ่านมา จะมีผู้ฝึกสอนอยู่ 2 ลักษณะ ในขณะที่แข่งขัน
ผมเองไม่ค่อยถนัดเรื่องฟุตบอลเท่าใด แต่ก็ชอบดู และในช่วงนี้ก็เป็นการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน ผมชอบสังเกตดูผู้ฝึกสอน ซึ่งจะมีอยู่ 2 ลักษณะ
ลักษณะแรก จะตะโกนฝึกสอนไปตลอดตั้งแต่เริ่มเขี่ยลูก บางครั้งสอนคนเดียวไม่พอ ยังมีผู้มาช่วยตะโกนสอนอีกหลายคน ผมว่าผู้เล่นก็คงจะลำบากใจอยู่เหมือนกันนะครับ ว่าจะฟังใครดี และเท่าที่แอบฟังผู้ฝึกสอนประเภทนี้เขาคุยกัน เขาก็จะบอกว่าผู้ฝึกสอนจะต้องตะโกนเสียงดังเข้าไว้ เพื่อให้เด็กมีเรี่ยว มีแรง และ มีกำลังใจที่จะเล่น ถ้าผู้ฝึกสอนเงียบๆ เด็กจะเล่นไม่ออก นี่ลักษณะแรก
ต่อไปผู้ฝึกสอนลักษณะที่สอง ผู้ฝึกสอนลักษณะนี้จะเงียบๆ พูดกับเด็กเบาๆ ขณะเล่นก็ปล่อยให้เด็กเล่นไปเอง โดยไม่ตะโกนส่งเสียง แต่จะคอยติดตามการเล่นอย่างใกล้ชิด เห็นท่าไม่ดี ก็ขอเวลานอก เรียกเข้ามาสอน และสอนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มๆ เงียบๆ เสร็จแล้วก็ปล่อยเด็กให้ออกไปเล่น...
ผมเองไม่ค่อยสันทัดกรณีเรื่องการเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอล จึงไม่อาจเอื้อมไปบอกว่าผู้ฝึกสอนอย่างใหนถูกต้อง หรือไม่ถูกต้อง แต่ขออนุญาตออกความคิดเห็นตามความรู้สึกส่วนตัวว่า ผมชอบผู้ฝึกสอนที่เงียบๆ และไม่ส่งเสียงดังมากกว่า ผมมีความรู้สึกว่าผู้ฝึกสอนที่เงียบๆ แสดงว่าเขาสอนมาดีแล้ว วางแผน วางตัว วางเกมมาดีแล้ว ปล่อยให้เด็กเล่นเองไปสักพัก ให้เด็กรู้จักเล่นเอง วางแผนเอง แก้ปัญหา เอง ถึงเล่นไม่ถูกใจ ก็ต้องทำใจบ้าง เมื่อรู้จักแก้ปัญหาเอง ต่อไปเขาอาจจะเล่นดีขึ้นมาเองก็ได้ แต่ว่าถ้าเห็นท่าไม่ไหวจริงๆ จึงค่อยขอเวลานอกเรียกเข้ามาแก้ไข ปรับปรุง แผนการเล่น..
.ครับ ที่เขียนมาก็คงเปรียบเหมือนการทำงานครับ โดยเฉพาะการมอบหมายงาน.....ขอบคุณครับ
small man
เข้ามาเยี่ยมท่าน ผอ.
ในฐานะคนชอบดูบอลเหมือนกัน ลีลาของโค้ชหรือผู้จัดการก็น่าดูไปอีกแบบ เพราะแต่ละนายก็มีอัตลักษณ์แตกต่างกันไป และเมื่อจัดประเภทตามที่ท่าน ผอ.ว่ามา อาตมาก็เห็นด้วย....
และในฐานะคนชอบดูมวย ลีลาพี่เลี้ยงตอนสอนนักมวยก็เป็นไปอีกแบบ ซึ่งอาตมาก็ชอบดูเช่นเดียวกัน และรูปแบบการสอนมวยอาจจำแนกได้อีกนัยหนึ่ง กล่าวคือ สอนโดยตรง และสอนโดยอ้อม
สอนโดยตรงก็เช่น..
สอนโดยตรงนี้ คล้ายกับการแก้ตามอาการของโรค ซึ่งบางครั้ง พี่เลี้ยงก็ให้ยาผิด นักมวยแพ้เพราะเชื่อพี่เลี้ยงอย่างน่าเสียดาย....
อีกอย่างหนึ่งก็คือสอนโดยอ้อมเพื่อให้นักมวยเกิดความฮึกเหิม ซึ่งก็มีหลายแบบ เช่น คำพูดเพื่อให้นักมวยมีพลังบางอย่างเกิดขึ้น เช่น
ธรรมดาพี่เลี้ยงให้น้ำ มักจะเป็นเพื่อนนักมวยในค่าย ส่วนพี่เลี้ยงที่สอนมักจะอยู่ด้านล่าง แต่บางครั้ง หัวหน้าค่ายหรือผู้ที่นักมวยเคารพเกรงใจอย่างสูง รีบใส่เสื้อพี่เลี้ยงขึ้นไปบนเวทีให้น้ำลูบหน้าลูกหลังเองในระหว่างพักยก... ทำให้นักมวยตืนตันใจ มีกำลังฮึดขึ้นมาก็ทำให้ชนะได้เหมือนกัน
และหลายเดือนก่อนเคยเห็น พุฒ ล้อเหล็ก สอนมวย เขาจ้องตานักมวย นิ้วชี้ไปที่ศรีษะตัวเอง พลางบอกว่า ใช้หัว ใช้หัว ใช้หัวอย่างเดียว ... นี้ก็จัดเป็นการสอนโดยอ้อมอีกอย่างหนึ่ง....
อนึ่ง ในฐานะที่ท่าน ผอ. และอาตมาก็เป็นครู คงจะเห็นด้วยว่า วิชาการสอนนี้ ไม่มีรูปแบบตายตัว ต้องประยุกต์ใช้ตามสถานการณ์ตลอด ไม่ว่าจะสอนบอล สอนมวย หรือสอนวิชาการในห้องก็ตาม...
เจริญพร
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
-ท่านเปรียบเทียบการทำงานได้ดี เห็นภาพคะ
ในส่วนตัว
ขณะที่เรากำลังทำงานวุ่นอยู่ มีคนมาสั่งโน้นนี่ ใจแทบจะไม่อยากทำต่อเหมือนกัน แต่ขณะอีกอย่างปล่อยให้เราทำงานไปตามธรรมชาติ แต่มีเป้าหมาย หากเกิดปัญหาติดขัด แน่นอน เราต้องพึ่งโค้ช ที่เชี่ยวชาญกว่า เพราะเราสามารถประเมินศักยภาพตนได้ คาดว่ามีสติพอ ไม่พาองค์กรล้ม แต่หากล้มเราต้องยืนได้ทั้งองค์กร เห็นด้วยกับอาจารย์ค่ะ ชอบแบบสอนเงียบ ๆ มากกว่า
สวัสดีครับ ผมเห็นด้วยและเสริมเรื่องการเป็นโค้ชฟุตบอลสองลักษณะที่กล่าวมานะครับ ด้วยความเป็นโค้ชฟุตบอลและเป็นอาจารย์สอนฟุตบอลให้กับเด็กๆ มาทั่วประเทศ การเป็นโค้ชที่ดีจุดสรุปน่าจะอยู่ที่เราสร้างทีมที่ดี และมีผลการแข่งขันที่ดี ด้วยคอนเซปต์ที่ว่าทีมจะประสบความสำเร็จเกิดจากโค้ชที่ดีและนักฟุตบอลที่ดี จริงๆ ก็อยากฝากบอกเพื่อนร่วมอาชีพเหมือนกันว่า น่าจะมองว่าเราให้อะไรกับเด็กไปบ้าง เวลาแข่งขันเราจะเอาอะไรจากเขาบ้าง ขั้นตอนการเรียนรู้ที่ดีน่าจะได้รับการถ่ายทอดในช่วงเวลาเที่พอดี โค้ชบางคนลืมตัวมักตะโกนสั่งเด็กตลอดเกม บางคนเงียบเป็นบุคลิกของแต่ละคน สิ่งสำคัญที่ย้ำอีกนิดเพื่อช่วยกันพัฒนานักกีฬาของบ้านเราก็คือ ฝึกเขาอย่างมีขั้นตอน บนความถูกต้อง รู้จริง แล้วให้อิสระในความคิด เด็กจะได้รู้ว่าทักษะการเล่นที่เขามีจะใช้ได้ตอนไหน แท็คติกทีมจะเล่นกันอย่างไร ด้วยรักทั้งเพื่อนโค้ชและเด็กๆ นะครับ พวกเขาไม่ใช่หุ่นยนต์ ที่จะโปรแกรมให้เขาเล่น ทักษะและจินตนาการ จะช่วยให้ฟุตบอลบ้านเราสวยงามและน่าตามไปเชียร์นะครับ
ขอบคุณคุณพิทักษ์มากครับ ที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
สวัสดีครับ เข้ามาอ่านหลายครั้งแล้ว ยังไม่เห็นมีความคิดเห็นใดเพิ่มเติม แต่เห็นความเปลี่ยนแปลงของหน้าเวบต์ที่สวยอ่านง่าย มีความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องงานสอนเด็กๆ ขออนุญาตต่อเนื่องบทความตัวเองเลยนะครับ ด้วยความที่ผมเองเป็นวิทยากร เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ขณะเดียวกันยามที่ต้องควบคุมทีมในการแข่งขันก็ต้องทำหน้าที่บางอย่างเสริมเข้าไปอีก นั่นคือการกระตุ้นและมองหาช่องทางที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ให้ได้ในช่วงเวลาที่จำกัด หากมองกันเช่นนี้ผมเองก็เครียด เด็กก็เครียด คนดูก็เครียด แต่หากผมมองในมุมใกล้ๆ กันแต่เป็นอีกเรื่องคือ ทำอย่างไรให้แพ้น้อยลง ทำอย่างไรจะตีเสมอก่อน หรือประเมินกำลังของเด็กๆ ว่าจะทำอะไรได้มากกว่าเดิมขนาดไหน ที่กล่าวมาคือ อยากให้ลดความตึงลง เอาความน่าจะเป็นมาลดลงอีกนิด ปรับให้สบายขึ้นแล้วค่อยดึงให้ตึงทีละน้อย น่าจะสบายมากกว่าการรีบดึงให้ตึงเพื่อให้ได้ผลที่เร็วทันใจ ใจเราใจเขาไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากันอย่าลืม ฝากไว้ครับ
ขอบคุณมากครับ คุณพิทักษ์ มุมมองเรื่องการลดความตึงเครียดในการแข่งขันฟุตบอล ผมว่านำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายๆเรื่องเลยนะครับ แข่งขันอย่างไร ไม่ให้เครียด - ขอบคุณครับ