Conductor มีรายการ”ชะโงกทัวร์” ไม่รู้คิดได้ไง ผมชอบวิธีทัวร์ชะโงกมาก เที่ยวนี้เลยไปแบบ”ชะแง้ทัวร์” ผมใช้ออกซิเจนไม่ค่อยคุ้ม จึงเปิดกว้างให้ตนเองระหกระเหิรเดินทางไปไหนค่อนข้างจะปุ๊บปั๊บ บางทีลูกทัวร์วิ่งตามกระหืดกระหอบ ถามว่ามีแผนอย่างไรในการไปไหนแต่ละแห่ง ผมไม่มีหรอกแผนที่ มีแต่แผนในใจ ..กางแผนที่ใจแล้วก็ไปตามนั้น โดยไม่จำต้องรู้เรื่องข้างหน้าว่าจะไปพบไปเจออะไร เพราะไม่มีบัตรเชิญ ผมเห็นว่าในโลกนี้มีสรรพสิ่งมากล้นจนแทบจะทับกันตาย ไปไหนก็เจอคนเจอวัตถุสิ่งของและเรื่องราวต่างๆ แต่สิ่งสำคัญที่แฝงเร้นอยู่ในซากสรรพสิ่งก็คือใจคน รายการทีวีเขามี “ฅนค้นฅน”แต่ผมจะทำรายการ“ค้นใจฅน”
ผมคิดเอาเองว่า ที่เราทำงานไม่ค่อยจะประสบผลสำเร็จ เพราะใจของผู้คนยังไม่เข้มแข็ง ส่วนมากไม่มีกระจิตกระใจ อยู่ไปทำงานไปแบบซังกะตาย จะทำงานเชิงรุกให้ก้าวหน้าต้องจูนใจให้เป็นหัวใจเสริมใยเหล็กเสียก่อน อยากได้ใจใครก็ต้องเอาใจเราไปแลก งานนี้จึงวัดกันที่ใจล้วนๆ ใครที่ยังไม่เข้าโปรแกรมนี้ขอให้ศึกษาด้วยความระทึกใจไปก่อน
(มาเจียงใหม่ บ่เจออาจารย์สร้อย ก็เหมือนคนดอยบ่เคยกิ๋นไอติม)
ผมจะค้นหาคนที่เอื้ออาทรเราด้วยความจริงใจ สนิทใจ จนถือว่าเป็นเพื่อนตายในช่วงเกิดมาในชาตินั้น ความคิดนี้อย่านึกว่าผมเก๋าและก๋านะครับ ผมนี้แหละโดนทดสอบอย่างแรงจากแป๊ด เมตตา น้าอึ่งอ๊อบ ในรายการทัวร์ใจสั่งมา หลังจะนั้นก็ได้เรียนบทนี้ด้วยความมั่นคงสม่ำเสมอเรื่อยมา สรุปว่าทุกกรณีที่คนแซ่เฮจัดนัดพบกัน มีบทพิสูจน์เรื่องจิตใจ น้ำใจ คุณค่าทางใจ เสมอมา ผมเห็นความสำคัญเรื่องนี้มาก จึงบันทึกเรื่องพวกนี้ไว้ในแฟ้มใจ แล้วจะทยอยนำออกมาแทกในเรื่องราวที่เขียนแบบสิ่งละอันพันละน้อย
ทั้งๆที่น้าอึ่งอ๊อบไม่สบาย สังเกตได้ว่าระโหยโรยแรง แต่คนป่วยก็ต้องมารับที่สนามบิน ..ทำไมผมไม่บอกท่านอื่นมารับละ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะไปได้จริงรึเปล่า ไม่ได้จองตั๋วล่วงหน้า ..ผมติดสินใจเร็วนะ ถ้าว่างครึ่งวันผมก็จะฟันเวลาฉับๆๆ อ่านพบว่า วัน ทู โก จะบินไปเชียงใหม่เกือบทุกชั่วโมง ผมก็เผ่นแนบไปดอนเมืองสิครับ ถามสายการบินไหนก็เต็มๆๆๆ เจ้าโฆษณาว่าเกือบทุกชั่วโมงนี่แหละ ทำให้ต้องนั่งแกร่วเกือบ3ชั่วโมง
คนที่มารับยังไม่รู้เลยว่า ผมจะมาทำอะไรบ้าง
น้าถามว่า “พ่อนัดใครไว้บ้าง” ..ไม่ได้นัดใคร
“พ่อมีโปรแกรมอะไรบ้าง” ..บ่มีรายการอะไร
“พ่อนอนบ้านหนูนะ” ..ได้เลย
ง่ายๆอย่างนี้ละครับ สไตล์คนแซ่เฮ เจ้าลูกชายโทนบอกว่า พ่อไปไหนจะมีธรรมะจัดสรร ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ ตอนนี้ตระหนักแล้ว บางทีโปรแกรมธรรมชาติ เยี่ยมกว่าโปรแกรมของมนุษย์มากนัก ..พอหายเหนื่อย น้าก็ชวนทานข้าว กับข้าวง่ายๆ กระดูกหมูทอดกระเทียม อีกอย่างจะเรียกว่าแกงก็ไม่ใช่ต้มจืดก็ไม่เชิง คุณสมบัติอยู่ตรงกลาง คงต้องตั้งชื่อกันใหม่ ..ถามว่าทำยังไง น้าบอกว่าเอาผักกาดมาลงต้มในน้ำซุป บุบพริกสดใส่หน่อย แค่นี่ก็ซดกันท้องกาง นึกในใจว่านี่ไง“อาหารแบบพอเพียง”
ตอนเช้าหลังจากตักบาตร เจ้าบ้านจัดอาหารสารพัดหมวดหมู่ กินข้าวคุยกันสารพันเรื่อง แล้วแยก ผมพิมพ์งานส่งการบ้าน สักพักน้าบอกว่าอาจารย์สร้อยจะมารับไปกินข้าวซอย หัวหน้าทัวร์ปรึกษากันว่าจะไปร้านไหนดี ตกลงว่าไปเฮือนเพ็ญ ระหว่างที่สั่งอาหารชาวเหนือมาชิมเต็มโต๊ะ เสียงโทรศัพท์ก็เข้ามาเรื่อยๆ คนนั้นมาได้ คนนี้ติดงาน ระหว่างที่อร่อยจนลืมอิ่ม อ.LittLe Cat พาลูกชายสุดหล่อมาสมทบ ผมเอาทับทิมพันธุ์เมล็ดนิ่มสีเข้มที่ป้าจุ๋มฝากมาให้ผ่าแจกลูกหลานชิมอร่อย เริ่มเห็นเค้าลางของธรรมจัดสรรรำไรแล้วนะครับ ก่อนจะไปเรื่องอื่นเขาเล่าวิธีรับประทานทับทิม มีขั้นตอนอย่างนี้ครับ
- หยิบเอาทับทิมมาไว้ในอุ้งมือ
- แล้วเอามีดค่อยๆกดคมมีดให้เข้าแค่ผิวเปลือก
- กรีดรอบผลด้านข้าง และกรีดด้านตั้ง ให้เป็น4ส่วน
– แล้วเอามีดแงะตามรอยเบาๆ
- ออกแรงบินิดหนึ่งตามรอยกรีดให้เนื้อข้างในแยกออกเป็นชิ้นๆ
- วืธีนี้เมล็ดไม่ชอกช้ำ สีสวยเหมือนเครื่องประดับทับทิม
- เราหยิบชิมอย่างอร่อย ชื่นมื่น รู้สึกดีเหมือนได้กินผลไม้ที่สวยวับวาว
- เมื่อก่อนหยิบมีดมา ก็ปักฉึกลงตรงกลางแบะออกจากัน
- คมมีดไปโดนเมล็ดสวยแตกเลอะได้
สวัสดีครับพ่อครูบา
แล้วเมื่อไหร่จะไปภูเก็ตละครับ แต่บอกล่วงหน้าก่อนนะครับเดี๋ยวจะพลาดแบบน้องแป๊ด ไปถึงภูเก็ตแล้วติดต่อผมไม่ได้(ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุว่าโทร.หาผมแล้วแต่ผมไม่ได้รับสายเพราะอะไรเพราะปกติรับทุกสายครับ)
อัยการชาวเกาะ
คิดถึงพ่อจัง
dss@msu
มาอ้อนแต่เช้า..จะเอาอะไรนะ
เตรียมงานคริสต์มาสเฮฮาค่ะ
สิริพร กุ่ยกระโทก
จะให้เอาไว้เลย หรือให้ส่งพ่อทูลหัวกลับ อิอิ
สิบโมงกว่าๆ
กริ้งๆ ..."อาจารย์สร้อยเจ้า ยุ่งก่อเจ้า"
อ๋า...ถามแบบนี้ต้องมีความหมาย...
"บอกมาก่อนซิว่ามีอะไร"
"พ่อครูบามาค่ะ อาจารย์สร้อยว่างมากิ๋นขะหนมเส้น ข้าวซอยบ้านอึ่งเน้อเจ้า เอาใกล้ๆ เตี่ยงก่อได้"
"ได้ก่า กิ่นข้าวบ่าดายนี่เน๊อะ..." แหมเอาของกินมาล่อ...เอ๊ย ไม่ใช่...บอกข่าวดีว่าครูบามา..จะไม่ไปไม่ได้หรอก...ชะเอิงเอยได้โอกาสเอาหนังสือที่ซื้อไว้ให้ซะเลย ..ดีที่ไม่รีบส่งไปก่อน...ครูบามาถึงที่....อิอิ...ประหยัดค่าไปรษณีย์อีกแล้วเรา...
เอ๋...แล้วจะเอาอะไรไปสมทบล่ะ...ขนมจีน ข้าวซอย กินที่บ้าน ก็มีเวลาซิ...งั้นเอาไอติมไปดีกว่า เจ้านี้ซื้อกันประจำเพราะคนขายอารมณ์ดี ขายไปแจกยิ้มไป...(ไอติมอร่อย...แต่บอกใครก็ไม่เชื่อไม่ยอมชิม...สุดท้ายเสร็จเจ้าโคล่า...อือๆ)
พอไปถึงเอ๋า...ไปกินที่ร้าน.เที่ยงกว่าเกือบครึ่ง...งั้นไปใกล้ๆ แล้วกัน....หิ้วไอติมไปด้วย (หิ้วไปฝากเขาทิ้ง..เพราะมันละลายหมด..ฮ่าๆ)...ไปร้านเฮือนเพ็ญ...ไปถึงอย่างกับเล่นเก้าอี้ดนตรี...อิอิ....เล่นกับคนไทยไม่ว่า ...ทั้งร้านมีฝรั่ง แขก จีน ญี่ป่น...เป็นเก้าอี้ดนตรีอินเตอร์...อิอิ...น้ำพริกอ่องโกอินเตอร์มีที่เจียงใหม่นะคะ...
กินไปกินมาน้องอาจารย์แคท..(สวยสุดๆ) กับลูกชาย ป 1 (ท่าทางเรียนเก่งมาก..เล่นเปียโนได้ 5 เพลง) มากินไปคุยไป..จนบ่ายสอง...เก้าอี้ดนตรีในร้านก็ยังเล่นกันอยู่..แต่บางตาลงบ้างแล้ว...
แล้วก็ได้เห็นการผ่าทับทิมที่น่าพิศวง(ไม่เคยผ่าแบบนี้ก่อนเลยค่ะ) แถมรู้ว่ามาจากสเปน...โห...กินก็อร่อยด้วย...เลยเก็บส่วนที่ครูบาให้มาหนึ่งเซี้ยว กะเอาเมล็ดไปลองเพาะดู....ถ้าได้ผลดีจะเอาทับทิมสเปนอู้คำเมืองไปฝากนะคะ...ครูบาขา
dd_L
ถ้ามีเวลาพอเราบุกไปหาอาจารย์แล้ว คิดถึงเท่าๆกันนั่นแหละ
อิอิ..เอารูปสวยมาให้ อาจารย์อึ่งน้ำลายหกค่ะ…โอ้กุศล.....16 ธันวาคม 2550
สวัสดีค่ะ
มีพ่อที่ภาคภูมิใจมาก ได้รับรางวัลพระราชทาน เป็นสิ่งสูงสุด ที่คนไทยได้รับค่ะ ส่งแรงใจไปให้พ่อนะคะ ตอนนี้กำลัง จัดทำหนังสือทำบุญ มีท่านทูต หนู แล้วก็ลุงเอก เป็นคณะก่อตั้งค่ะ มีคนสั่งข้ามประเทศด้วยค่ะพ่อ พิมพ์ครั้งแรก ๒๐๐๐ เล่มค่ะ
แล้ว ต่อมความคิดถึงโต กินทับทิมมันจะยุบลงมั้ยครับ!!
พ่อจ๋า
ทับทิมที่หนูแบ่งไป ฝาก-วางไว้ที่หัวกะไดบ้าน กะไว้ว่าจะเอาไปเพาะเมล็ด คุณยายกลัวว่าเจ้าตัวเล็กวัย 2 ขวบ จะเเอบชิมเพราะดูท่าทางจะเสียแล้ว เช้านี้จึงจัดเก็บเรียบร้อย ตอนนี้ยังตามหาไม่พบซาก (คุ้ยถังขยะก็ยังไม่เจอ...อยู่ไหนน่ะเจ้าทับทิมสเปน!) เสียดายจัง...
ยินดีกับพ่อ ที่ได้รับพระราชทานรางวัลพระธาตุนาดูนทองคำด้วยค่ะ
ด้วยความเคารพค่ะ