ยอดคาถาพระธรรมราช,นิตยสารมหัศจรรย์,ไหว้ฟ้าดินอธิษฐานจิตถึงความดีของเราที่เคยได้ทำมาตั้งแต่อดีตชาติจนปัจจุบันชาติ

<hr>

คาถาพระธรรมราช-ทำให้ฝนหยุดตกได้

</span></u><p>         ยอดคาถาพระธรรมราชเป็นสุดยอดในบรรดาคาถาที่ข้าพเจ้าได้เคยเล่าเรียนมา มีอุปเท่ห์การใช้อุปมาดั่งฝอยท่วมหลังช้าง คือสามารถใช้ได้สารพัดอย่าง แต่ที่เคยทดลองใช้แล้วได้ผลดีก็คือ วิชาดับดวงอาทิตย์ กับวิชาหยุดฝน ดังจะเล่าพรรณาดังต่อไปนี้           </p><p>         วันหนึ่งเมื่อได้โอกาสอันเหมาะสม ครูได้นัดบรรดาศิษย์ให้มาดูการทดลองคาถาพระธรรมราช ในเช้าตรู่วันหนึ่งเวลาประมาณแปดนาฬิกาที่หน้าถ้ำภูผาสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์  โต๊ะหมู่บูชาประกอบไปด้วยข้าวตอกดอกไม้บายศรี หัวหมู ไก่ เหล้า และบุหรี่ ตั้งอยู่ข้างหน้าโดยมีบรรดาศิษย์และครู ยืนล้อมวงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก  ในวันนั้นครูได้เชิญนักข่าวหนังสือพิมพ์มหัศจรรย์ให้มาทำข่าวและมาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย พระอาทิตย์เริ่มขึ้นลับเหลี่ยมเขาอยู่ข้างหน้าแล้ว ท้องฟ้าแจ่มใสปราศจากเมฆหมอก ครูได้จุดธูปและเทียนพร้อมกับทำพิธีชุมนุมเทวดา พร้อมกับกล่าวว่าต่อไปนี้จะทำพิธีดับดวงอาทิตย์ให้ดู เมื่อศิษย์คิดจะเริ่มทำเองนั้นขอให้เริ่มทำในตอนรุ่งเช้าขณะที่พระอาทิตย์เพิ่งเริ่มขึ้นจากขอบฟ้าก่อน อย่าไปทำตอนสายหรือกลางวันแสงอาทิตย์อันแรงกล้านั้นอาจจะทำให้ตาบอดได้ กล่าวจบครูได้เริ่มสวดคาถาพระธรรมราช นักข่าวเริ่มถ่ายภาพ ไม่นานนักประมาณสิบนาที พระอาทิตย์ที่ทอแสงกล้าอยู่นั้นเริ่มมีเงาเหมือนมือดำอันใหญ่มาปกคลุมทีละนิดๆ จนเต็มดวง มองดูดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าได้ เงาดำนั้นปิดอยู่นานประมาณยี่สิบนาทีจึงค่อยๆเลือนหายไป บรรดาช่างภาพและศิษย์ต่างมองตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นต่อจากนั้นไม่นานนักหลังจากที่มีข่าวเรื่องดับดวงอาทิตย์ตีพิมพ์ลงในนิตยสารมหัศจรรย์ ได้มีประชาชนแห่แหนมาสมัครเป็นศิษย์กันมากมาย ทำให้สำนักของครูดูแคบลงไปถนัดตา </p><p>             ข้าพเจ้าได้มาเริ่มทดลองทำวิชาหยุดฝนครั้งแรกด้วยตนเองโดยใช้คาถาพระธรรมราชในราวปี ๒๕๒๘ วันนั้นข้าพเจ้ามีกิจธุระไปที่สวนสาธารณะจตุจักร กรุงเทพมหานคร ในเวลานั้นปรากฏว่ามีเมฆฝนดำทะมึนและตกลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ข้าพเจ้าจึงได้วิ่งไปแอบฝนที่หอนาฬิกาข้างในสวนนั้น  ในใจนึกอยากจะทดลองคาถาพระธรรมราชดูจึงได้ยกมือขึ้นไหว้ฟ้าไหว้ดิน ขอบารมีเป็นที่พึ่ง สวดคาถาชุมนุมเทวดาและท่องคาถาพระธรรมราชไปในใจไม่ขาดสาย ไม่นานนักสักสิบนาที ท้องฟ้าที่ดูมืดทมึนพลันก็เลือนหายไป กลับมีแสงอาทิตย์ส่องเข้ามาท่ามกลางหมู่เมฆสีขาว ต่อจากนั้นฝนก็ขาดเม็ด ทำให้ข้าพเจ้าสามารถเดินกลับบ้านได้</p><p>             ครํ้งที่สอง จำได้แม่นยำในเดือนตุลาคม ๒๕๔๑ ข้าพเจ้ามีธุระเร่งด่วนต้องเดินทางกลับเมืองไทยกระทันหันเพื่อทำธุระด้านเอกสารกับทางราชการ ฤดูนี้เป็นฤดูฝนมีมรสุมลูกใหญ่เข้าตลอดทั้งเดือน ฝนตกทั้งวันทั้งคืน จะมีขาดช่วงบ้างชั่วโมงสองชั่วโมงแล้วก็ตกหนักใหม่ ตกทีไรน้ำท่วมทุกที เพราะการระบายน้ำในกรุงเทพมหานครไม่ค่อยดีนัก วันนั้นในตอนเช้าไม่มีฝนตก ข้าพเจ้าออกจากบ้านเพื่อไปธุระที่โรงเรียนเทพสัมฤทธิ์วิทยา จากนั้นต้องไปที่ทำการเขต ไปที่ดินเขต และจะต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียวกันเพราะเป็นวันศุกร์ไม่เช่นนั้นต้องติดวันเสาร์อาทิตย์ และจะทำให้เสียเวลาอันมีจำกัดมาก เมื่อเดินทางไปที่โรงเรียนเทพสัมฤทธิ์ พบกับอาจารย์ใหญ่แล้วได้นำเอกสารมา ปรากฏว่าครั้นจะออกจากโรงเรียน เมฆฝนได้ตั้งเค้ามืดคลึ้มและตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาเหมือนดั่งฟ้ารั่วก็ปานนั้น ตกอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกเอาได้ง่ายๆ คิดในใจว่าเสร็จแน่เราคงไม่ได้ทำอะไรสักอย่างในวันนี้ ครั้นแล้วข้าพเจ้าก็นึกถึงคาถาพระธรรมราชได้ จึงได้ยกมือขึ้นไหว้ฟ้าดินอธิษฐานจิตถึงความดีของเราที่เคยได้ทำมาตั้งแต่อดีตชาติจนปัจจุบันชาติขออธิษฐานให้ฝนหยุดจนกว่าจะทำธุระเสร็จในวันนั้น พร้อมกับกล่าวคาถาชุมนุมเทวดาในใจ และท่องคาถาพระธรรมราชไปในใจไม่ขาดสาย ไม่นานนักสักสิบห้านาทีท้องฟ้านั้นก็ยังมืดคลิ้มอยู่แต่ฝนได้หยุดตก ทำให้ข้าพเจ้าสามารถเดินออกไปข้างนอกโรงเรียน และไปทำธุระได้จนเสร็จสิ้นในวันเดียวกัน ที่แปลกก็คือไม่ว่าเดินไปทางไหนก็แล้วแต่ฝนจะหยุดตกตรงช่วงนั้นเป็นแถบๆไปแล้วกลับมาตกใหม่เมื่อเดินผ่านไป </p>           นี่แหละคือประสพการณ์ที่ได้มีจากคาถาพระธรรมราช              <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="left"> </p>


  <p>หมายเหตุ : บทความนี้ได้รับการลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ เมืองไทยนิวส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยคุณVasin Sornprasitti (Paul) อีเมล์ [email protected] (www.18body.com ) <h2></h2></p>

 --------------------------------- 

</span>