คนหาเพรียง

BM.chaiwut
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
คนหาเพรียง

ประมาณสองอาทิตย์ก่อน ผู้เขียนไปร่วมทอดกฐินที่วัดแหลมวัง ต.คูขุด ซึ่งเป็นดินแดนแห่งบรรพบุรุษ ก็ได้เจอกับจรัญเพื่อนเกลอระดับบรมโบราณอีกครั้ง เขาก็พาไปเที่ยวที่บ้าน ซึ่งผู้เขียนไม่ได้ไปนานเกินนาน (คงจะเกือบสามสิบปี) และเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้เจอกัน เรื่องราวเก่าๆ ระหว่างเราทั้งสองก็จะผุดขึ้นสู่คลองความคิด...

ประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๑-๒๕๑๔ คือตั้งแต่ผู้เขียนยังไม่เข้าโรงเรียนจนกระทั้งราว ป.๑-๒ โยมพ่อของผู้เขียนกับพ่อของจรัญชวนกันไปเก็บเพรียงเพื่อนำมาให้เป็ดที่เลี้ยงไว้และขายให้เจ้าของเป็ดอื่นๆ และทั้งสองท่านก็พาลูกชายไปด้วย ผู้เขียนกับจรัญจึงเริ่มเป็นเพื่อนรักเพื่อนเกลอกันตั้งแต่นั้นมา...

สถานที่ไปหาเพรียงอยู่ในทะเลสาปสงขลาตอนใน ช่วงรอยต่อระหว่างจังหวัดสงขลากับพัทลุง จุดที่ไปหาเพรียงจะเลยเกาะแหลมกรวดออกไปแต่ยังไม่ถึงเกาะสี่เกาะห้า แถวนั้นน้ำค่อนข้างตื้น (ประมาณสะเอวของผู้ใหญ่ ) คนในท้องถิ่นเรียกกันว่า หาด ใต้แผ่นน้ำลงไปจะเป็นแผ่นหินหรือก้อนกรวดมากกว่าที่จะเป็นดินหรือทราย ซึ่งเพรียงก็จะเกาะเรี่ยราดอยู่ตามพื้นหินพื้นกรวดนี้เอง...

ชีวิตคนหาเพรียงเริ่มต้นเมื่อก่อนจะสว่าง  โดยโยมพ่อจะปลุกผู้เขียนเพื่อลงเรือหางยาวแล้วก็แล่นเรือหางยาวจากบ้านคูขุดผ่านไปทางเกาะโคบแล้วตัดเข้าคลองกูด (คลองกูดเป็นเส้นแบ่งระหว่างเกาะโคบกับเกาะแหลมกรวด) ออกจากคลองกูดก็แล่นตรงไปยังหาด ตอนนั้นแสงอาทิตย์จะส่องมาทางด้านหลังเรือ เมื่อใกล้ๆ ถึงจุดหมายก็จะเิริ่มเห็นเรือหางยาวอีกลำแล่นตาม นั่นก็คือ เรือของพ่อจรัญ

เครื่องเรือของพ่อจรัญเป็นเครื่องรุ่นใหม่ จึงมักจะมาแซงเรือของโยมพ่อก่อนจะถึงจุดหมายเสมอ แต่ก็มีบางครั้งที่โยมพ่อไปถึงก่อน และเมื่อเรือสองลำจอดเทียบเรียบร้อยแล้ว คุณพ่อทั้งสองก็จะเตรียมอุปกรณ์เพื่อเก็บเพรียง...

อุปกรณ์มีอย่างเดียว จะเป็นถุงทำด้วยเนื้ออวนเก่าๆ ซึ่งเป็นตาข่ายถี่ๆ มีขนาดสอบป่าน แต่ปากถุงจะมีไม้สองข้างถ่างออกมา และไม้จะยื่นออกมาเพื่อเป็นมือจับ เวลาจะเก็บเพรียงก็ต้องลงไปในทะเล เดินถอยหลังเอามือทั้งสองจับไม้ด้านบน ส่วนเท้าทั้งสองในน้ำก็ค่อยๆ กวาดเพรียงเข้าไปในถุง เมื่อได้พอสมควรก็จะนำขึ้นมาถ่ายใส่เรือครั้งหนึ่ง ทำเช่นนี้เรื่อยไปในแต่ละวัน...

คุณพ่อทั้งสองจะทำงานก่อนตอนเช้าพักหนึ่งก่อนจะทานอาหาร... ส่วนผู้เขียนกับจรัญ เมื่อเรือจอดก็จะนำเอาข้าวห่อซึ่งคุณแม่ทั้งสองเตรียมมาให้มาอวดกันว่า วันนี้ ของใคร แกงอะไร ... ซึ่งกับข้าวเกือบทุกวันที่ขาดไม่ได้ก็คือปลาทอดกับไข่เป็ด...

ผู้เขียนกับจรัญจะมีอุปกรณ์เล็กๆ ซึ่งผู้ใหญ่ทำไว้ให้ด้วย แต่เราทั้งสองก็จะเล่นเสียมากกว่า เล่นไล่จับกันในน้ำบ้างบนเรือบ้าง เบื่อๆ เหนื่อยๆ ก็ขึ้นเรือมากินข้าว แล้วก็นั่งคุยกันตามประสาเด็ก แล้วก็ลงน้ำ แล้วก็ขึ้นมากิน คุยกัน เป็นอย่างนี้ทุกวัน จนกระทั้งตะวันบ่าย เมื่อผู้ใหญ่ขี้เกียจแล้ว จึงแยกย้ายกันกลับมา...

หากวันไหนจรัญไม่มา วันนั้นผู้เขียนค่อนข้างจะหงอยเหงา เพราะต้องอยู่คนเดียว ลงไปเก็บเพรียงได้นิดหน่อยก็เบื่อ เล่นโดดน้ำอยู่คนเดียวก็เบื่อ หลับอยู่ในเรือตื่นหนึ่งแล้ว โยมพ่อก็ยังไม่เลิก... และแม้นวันไหนผู้เขียนไม่ไป จรัญก็คงจะเป็นเหมือนๆ กับผู้เขียน...

ตะวันบ่ายคล้อยก็มาถึงบ้านคูขุด โยมพ่อก็จะนำเพรียงไปส่งตามเล้าเป็ดต่างๆ ที่สั่งไว้ โดยตวงเป็นปี๊บ ถ้าจำไม่พลาดรู้สึกว่าปี๊บละ ๒ บาทนี้แหละ (ค่าเงินมากเหลือเกินสมัยนั้น) โดยเทใส่ในเล้าเป็ดไว้เลย (เล้าเป็ดมักจะอยู่ติดน้ำเรือเข้าถึง)

อาชีพเก็บเพรียงมาขายตามที่เล่ามา นอกจากโยมพ่อของผู้เขียนกับพ่อของจรัญแล้ว ก็ไม่เห็นเคยมีใครทำ ต่อมาทั้งสองก็เลิกทำ จำสาเหตุตอนนั้นไม่ได้ เคยถามโยมพ่อ เมื่อโตแล้ว ท่านว่า เพรียงน้อยลง ช่วงที่ไปหานั้นเพรียงมากเป็นพิเศษ ตอนนี้โยมพ่อของผู้เขียนกับพ่อของจรัญก็ถึงแก่กรรมไปสิบกว่าปีแล้วทั้งสองท่าน...

ผู้เขียนกับจรัญเข้าเรียนป.๑ ห้องเดียวกัน เมื่อผู้เขียนย้ายมาอยู่ในเมืองตอนอยู่ ป.๖ ก็ไม่ค่อยได้เจอกัน หลายๆ ปีกว่าจะ้เจอและได้นั่งคุยกันนานๆ สักครั้ง เป็นความทรงจำสมัยเป็นเด็กตอนไปหาเพรียงกับพ่อ...

อนึ่ง จรัญจบแค่ ป.๗ ก็ออกเรียน ตอนนี้มีครอบครัวแล้ว มีลูก ๓ คน ลูกสาวคนโตเรียนอยู่ มอ. ใกล้จะจบแล้ว ผู้เขียนก็รู้สึกปลื้มใจในความสำเร็จของเพื่อน...  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปรัชญาปักษ์ใต้



ความเห็น (0)