พวกผมสี่คนเวลาไปไหนมาไหนก็จะบอกว่ามาจาก UsableLabs แต่เราก็ไม่เคยบอกให้ชัดเจนว่า UsableLabs คืออะไร เราเจตนาปล่อยให้ผู้ฟังเข้าใจไปเองในเนื้อความที่สอดคล้องกับสิ่งเขาต้องการแปลความหมาย อาทิเช่น
UsableLabs เป็น research lab ในมหาวิทยาลัย (ในความหมายนี้เมื่อเราติดต่อกับองค์กรที่สนับสนุน lab วิจัยในมหาวิทยาลัย)
UsableLabs เป็นองค์กรที่ผลิตซอฟต์แวร์คุณภาพระดับองค์กร (enterprise application) (ในความหมายนี้เมื่อเราจะบอกว่าซอฟต์แวร์ที่เราผลิตนั้น ไม่ใช่ทำเล่นๆ เราทำจริงเพื่อใช้งานจริง)
UsableLabs เป็นองค์กรอิสระทำงานเพื่อสังคม (ในความหมายนี้เพื่อสื่อสารสิ่งที่เราตั้งวัตถุประสงค์ในการทำงาน)
แล้วตกลง UsableLabs คืออะไร? ใครเป็นเจ้าของ? ตั้งขึ้นมาเพื่อมีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่?
หลายต่อหลายท่านไปดูในเว็บไซต์ UsableLabs.org แล้วก็ยิ่งไม่แน่ใจ
ผมจึงขอใช้บันทึกนี้อธิบายว่า UsableLabs แท้จริงแล้วคืออะไรครับ
จนถึงวันนี้ UsableLabs ไม่ได้มีตัวตน ไม่มีได้สังกัด การมีอยู่ของเราคือการไม่มีอยู่ เพราะเราใช้กลยุทธเคลื่อนตัวเร็ว จึงไม่พยายามไปติดกับระบบใดๆ ที่อาจจะขวางกั้้นการทำงานของเรา
วิธีการเช่นนี้มีทั้งข้อดีข้อเสีย ซึ่งเราเรียนรู้และปรับตัวไปตลอดเวลา เพื่อให้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายของเราครับ
เพราะ UsableLabs คือขบวนการก่อการดี ที่ฝังตัวสุมกำลังอยู่ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เจตนาของ UsableLabs เพื่อทำลายความแตกต่างของโอกาสของประชาชนผู้ด้อยโอกาส ซึ่งได้แก่ 80% ของประชาชนไทยทั้งหมด ในการเข้าถึง "ความรู้" หรือการแลกเปลี่ยนสารสนเทศอันเป็นประโยชน์ต่อชีวิตเขา
เราเชื่อว่าประเทศไทยจะเจริญได้ก็ต่อเมื่อประชาชนเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างอิสระ ไม่ถูกครอบงำ ชี้นำ ไม่ถูกจำกัด อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
UsableLabs ตั้งขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์เดียว นั่นคือเราจะทำลาย digital divide ที่มีในประเทศไทยให้ได้
แล้วทำไม UsableLabs ไม่ทำงานร่วมกับองค์กรอย่างเช่นกระทรวง ICT?
สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่ากระทรวง ICT เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อ "ควบคุม" การใช้งานเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของ "นาย" ไม่ว่ายุคไหนรัฐบาลไหน
กระทรวง ICT ไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อลด digital divide ในประเทศไทย ดังนั้นไม่มีทางที่ UsableLabs จะทำงานร่วมกับกระทรวง ICT หรือองค์กรที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกระทรวง ICT ได้เลย
ที่จริงแล้วเวลามีใครถามว่าวัตถุประสงค์ของ UsableLabs คืออะไร บางครั้งผมจะตอบทีเล่นทีจริงไปว่า เพื่อล้มล้างกระทรวง ICT และสถาปนา e-government ภาคประชาชนของประเทศไทย
ประมาณว่า "เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ e-government ภาคประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน" ครับ
แล้ว UsableLabs ทำอย่างที่ตั้งใจไปทำไม อะไรคือแรงบันดาลใจ?
ถ้าจะให้อธิบายแรงบันดาลใจของ UsableLabs ด้วยคำพูดสวยหรูผมก็พอทำได้ แต่จะไม่ตรงกับอารมณ์ที่แท้จริงที่เป็นแรงในการทำงานของเรา
เพราะ "กำลัง" ที่ขับเคลื่อน UsableLabs คือ "ลูกบ้า" ครับ
เพราะ digital divide ในประเทศไทยมันเป็น "มูลวัว" (แปลมาจาก bullsh*t) เหลือเกิน
มองไปทางไหนก็ไม่มีความหวัง มองไปทางไหนก็เจอแต่มูลวัวเต็มไปหมด เดี๋ยวนี้เวียดนามยังมีอัตรา digital divide น้อยกว่าประเทศไทยเสียอีก น่าเศร้า "อย่างแรง"
หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานอิสระที่มีสถานที่ตั้งบนหอคอยงาช้างไม่เคยฉายแววว่าพึ่งพาได้ ยิ่งอยู่นานไปก็ยิ่งพึ่งไม่ได้
ถ้าผลิตมูลวัวกันเป็นกิจวัตร และไม่ได้เจตนาเพื่อลด digital divide อย่างเป็นรูปธรรม ถ้าอย่างนั้น UsableLabs ขอทำเอง
ให้มันรู้กันไปสักตั้ง เราไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว ผมมีความสุขในฐานะ "ศิลปินผู้ทำงานศิลปะด้วยการเขียนโปรแกรม" ดังนั้นผมพบความสุขสูงสุดในชีวิตของผมแล้ว ไม่ได้มีปัญหาต้องดิ้นรน หรือต้องปกป้องหน้าตาชื่อเสียงหรือทรัพย์สินอะไร ผมมีคอมพิวเตอร์ดีๆ กับสายเชื่อมอินเทอร์เน็ตแรงๆ ผมก็มีความสุขแล้ว เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
ผมกลับมาประเทศไทยได้ห้าปี แต่ละปีที่ผมอยู่แรงบันดาลใจ (หรือที่เรียกด้วยศัพท์เทคนิคว่า "ลูกบ้า" นั้น) ที่จะลด digital divide ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ผมไม่พอใจ มันไม่หรอย พี่น้องเหอ
UsableLabs มีแผนเป็นขั้นตอนในการทำลาย digital divide ในประเทศไทยเหมือนกันครับ การทำงานด้วย "ลูกบ้า" ไม่ได้หมายความว่าบ้าบุกทำโดยไม่มีจุดหมาย ซึ่งผมจะนำเสนอแผนของเราในโอกาสต่อไปครับ
UsableLabs ตั้งขึ้นมาเพื่อลด digital divide เราไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อรับทุนรับงานเป็นโครงการเพื่อทำงานให้ปิดโครงการไปในแต่ละครั้ง งานทุกงานที่เรารับล้วนเสริมเข้ามาเพื่อสนับสนุนการทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของเราทั้งสิ้น
เรารับงานจาก สคส. เพื่อทำระบบการจัดการความรู้ระดับชาติอย่าง GotoKnow การ "แลกเปลี่ยนเรียนรู้" ที่จริงแล้วก็งานเดียวกับการลด digital divide นั่นละครับ
เรารับงาน usability evaluation วิเคราะห์เว็บของ สสส. เดี๋ยวอีกไม่นานก็จะเห็นว่ามันเกี่ยวข้องกับการลด digital divide ได้อย่างไร
เรารับทุนจาก สกว. ฝ่ายวิชาการ และ มอ. ในการทำ portal web ขององค์กรทั้งสอง อีกไม่นานจะเห็นภาพว่าทำไมการทำ portal web ขององค์กรทั้งสองนี้ทำให้เกิดสถานการณ์อะไรบางอย่างที่ทำให้ digital divide ในประเทศไทยลดลง
เรารับทุนจาก TRN ซึ่งสนับสนุนเราตรงๆ ให้ลด digital divide ในประเทศไทยให้ได้
เรายังมีโครงการที่ "ทำเอง" ไม่ได้รับทุนจากใครอีกหลายอย่างด้วยกัน ล้วนแล้วอยู่ในแผนทั้งสิ้น
ที่ไม่ไปขอทุนเพราะ "เสียเวลา" ให้งานพิสูจน์คนดีกว่าให้คนพิสูจน์งาน เพราะบางโครงการอธิบายยากมาก แล้วไม่มีใครจะให้ทุน แต่เรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็น jigsaw ที่สำคัญสำหรับการลด digital divide ในประเทศไทย
บอกแล้วว่าทำงานด้วย "ลูกบ้า" ไม่ได้หมายความว่าบ้าทำ
เราทำเพื่อความ "หรอย" แต่ใช้สมองทำ เป็นความ "หรอยอย่างชาญฉลาด" อธิบายยากอย่างยิ่ง
เราไม่เคยปิดโครงการ เราสอดประสานโครงการเข้าด้วยกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของเราที่อยากเห็น
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ผมไม่ได้รับประกันว่าเราจะทำได้ประสบความสำเร็จแน่ๆ นะครับ เราหรอยอย่างชาญฉลาดแต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะฉลาดที่สุดครับ
บันทึกนี้เพื่อบอกว่าเราชัดเจนและแจ่มชัดมากในสิ่งที่เราทำครับ
"อิสรภาพของการเข้าถึงสารสนเทศ คืออิสรภาพของประชาชน"
สวัสดีครับอาจารย์ ดร.ธวัชชัย
อ่านแลทั้งหมดแล้ว นึกว่าแลหนัง แต่ม่ายช่าย...ของจริงทั้งเพ...ทุกอย่างที่อาจารย์และคณะทำเป็นการทำเพื่ออิสระภาพของประชาชนในเรื่องสารสนเทศ...นับถือครับ...นับถือ...ที่หรอยอย่างชาญฉลาด...โหมเราทั้งหมดได้อ่านแล้วคงมีกำลังใจที่จะให้ความร่วมมือทุกอย่าง....
ผมได้ฟังอาจารย์ทั้งสองคนแหลงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ที่โรงแรมรามาการ์เดน แล้วทึ่ง...กลับมาค้นหาเวบ gotoknow แล้วสมัครเป็นสมาชิก...แต่พอได้อ่านที่อาจารย์เขียนวันนี้แล้วทึ่งหนัดเข้าไปเหลย...
ผมชอบประโยคที่ว่าทำงานด้วย"ลูกบ้า"ไม่ได้หมายความว่าบ้าทำ
ขอบพระคุณมากครับ
ปล.ขออภัยสมาชิกที่คำพูดบางคำเป็นภาษาถิ่น ครับ... ได้คิด ได้แหลง ได้เขียนเป็นภาษาบ้านเราแล้วมันหรอยเข้าไปในหัวอกครับผม
งานนี้ละครับ...
" ได้หรอยกันถ้วนหน้า แล้วครับพี่น้อง "
ขอขอบคุณท่านอาจารย์ด้วยครับ...
บุญรักษา..ขอรับ
ขอบคุณทุกท่านครับ บุญรักษาเช่นกันครับ